วัคซีนโควิด-19 โควิด-19

What We Know : วัคซีนโควิด-19

ล่าสุด

  • ประเทศไทยสั่งซื้อวัคซีนโควิด-19 จาก sinovac เพิ่มเติม จำนวน 2 ล้านโดส โดยจะเริ่มส่งมอบกันในเดือน ก.พ. นี้
  • วัคซีนของ AstraZeneca จะส่งมอบให้กับไทย ในช่วง พ.ค. 64 จำนวน 26 ล้านโดส และอยู่ในระหว่างการเจรจาขอซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวม 63 ล้านโดส

ท่ามกลางกระแสของการระบาดไปทั่วโลก ของโควิด-19 และยังคงระบาดรุนแรงในอีกหลายประเทศในขณะนี้ ซึ่งหลายประเทศกำลังเผชิญการระบาดในระลอกใหม่หลังจากเข้าสู่ฤดูหนาวในระยะนี้

วัคซีนโควิด-19 จึงเป็นเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่หลายประเทศยังคงมุ่งเป้าหมาย และเร่งในการค้นคว้า วิจัย ทดสอบ รวมถึงการจัดหาวัคซีนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในประเทศ เพื่อหวังจะลดระดับความรุนแรง อัตราการระบาด และผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 นี้ไปให้เร็วที่สุด

วัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก

วัคซีนโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเดินหน้าเร่งค้นคว้า วิจัยกันอยู่ในขณะนี้ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก ในขณะนี้ มีวัคซีนที่กำลังอยู่ในกระบวนการทดลอง-ทดสอบอยู่ทั้งสิ้น 214 รายการ โดยมี 60 รายการที่เข้าสู่การทดลองทางคลินิก หรือมมีการทดสอบในมนุษย์แล้ว ที่เหลืออีก 172 รายการยังอยู่ในขั้นทดลองในแล็บส์ หรือการทดลองในสัตว์

จากจำนวนวัคซีนที่มีการทดลองในมนุษย์ทั้งหมด มี 13 รายการที่อยู่ในการทดลองในมนุษย์ขั้นสุดท้าย ซึ่งในจำนวนนี้ มีการอนุมัติให้มีการใช้งานจริงแล้ว 5 รายการด้วยกันคือ

  • วัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer – BioNTech
    (ประสิทธิภาพ 95% – ฉีดจำนวน 2 โดสห่างกัน 21 วัน)
  • วัคซีนของบริษัท Moderna
    (ประสิทธิภาพ 94% – ฉีดจำนวน 2 โดสห่างกัน 28 วัน )
  • วัคซีนของบริษัท AstraZeneca
    (ประสิทธิภาพ 62-90% – ฉีดจำนวน 2 โดสห่างกัน 28 วัน)
  • Beijing Institute of Biological Products
    (ประสิทธิภาพ 79% – ฉีดจำนวน 2 โดส)
  • Sinovac, จีน
  • (ประสิทธิภาพ 79% – ฉีดจำนวน 2 โดสห่างกัน 21 วัน)

5 ชนิดที่มีการอนุญาตให้มีการใช้งานในวงจำกัด ประกอบไปด้วย

  • Sputnik V, รัสเซีย
    (ประสิทธิภาพ 92% – ฉีดจำนวน 2 โดสห่างกัน 14-21 วัน)
  • BEKTOP, รัสเซีย
  • CanSinoBIO ของจีน
  • Wuhan Institute of Biological Products, จีน

ในขณะที่วัคซีนโควิด-19 ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ และบริษัท CSL ในออสเตรเลีย ต้องยุติการพัฒนา หลังจากที่เข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ แล้วพบว่า วัคซีนดังกล่าวส่งผลให้ผู้ทดลองสร้างภูมิคุ้มกันคล้ายกับภูมิคุ้มกันเชื้อ HIV ทำให้เกิดผลบวกลปลอมเมื่อมีการตรวจ HIV ซึ่งผู้ทดสอบไม่ได้ติดเชื้อ HIV แต่อย่างใด ทำให้ทางรัฐบาลต้องสั่งยุติการพัฒนาวัคซีนดังกล่าวไป

| What We Know : วัคซีนโควิด-19 โดย SinoVac >>

วัคซีนโควิด-19 ของไทย

สำหรับวัคซีนโควิด-19 ของไทยในขณะนี้ มีด้วยกัน 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนแรกที่รัฐบาลสั่งซื้อจาก AstraZeneca โดยเป็นการสั่งซื้อล็อตแรก 30 ล้านโดส เพื่อใช้กับกลุ่มเสี่ยงจำนวน 15 ล้านคน และเป็นการสั่งซื้อวัคซีน ร่วมกับเทคโนโลยี-องค์ความรู้ ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถผลิตวัคซีนชนิดนี้ใช้งานเพิ่มเติมได้ โดยมีบริษัทสยามไบโอไซน์ เป็นผู้รับหน้าที่ในการผลิตใช้งานต่อไป

ส่วนการคิดค้น-วิจัยเพิ่มเติม ของไทยเองล้วน ๆ นั้นในขณะนี้ จะมีอยู่ 2 รายการด้วยกันคือ

  • องค์การเภสัชกรรม ร่วมกับ Dynavax และ PATH ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองในห้องทดลอง กับสัตว์
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โดยมีกำหนดทดลองในมนุษย์ ระยะที่ 1 ในช่วงกลางปี 2564

ดังนั้นในขณะนี้ สถานะวัคซีนในประเทศไทยจึงเป็นการซื้อมาใช้งาน ควบคู่กับการพัฒนาร่วมไปด้วยในประเทศ

| What We Know : วัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca ที่ไทยสั่งซื้อ >>

ซึ่งในขณะนี้ รัฐบาลไทยได้สั่งวัคซีนเพิ่มเติมจาก

  • ShinoVac อีก 2 ล้านโดส สามารถส่งมอบได้ในช่วง ก.พ. – เม.ย. นี้
  • สั่งซื้อเพิ่มจาก AstraZeneca อีก 35 ล้านโดส

กำหนดการในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ในประเทศไทย

  • ต้นเดือน ก.พ. – จะทดสอบและเสนอ อย. อนุมัติใช้งานวัคซีน พร้อมรับวัคซีนโดสแรกจำนวน 2 แสนโดส
  • กลางเดือน ก.พ. – เริ่มให้วัคซีนกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกก่อน โดยจะเป็นวัคซีนจาก sinovac
  • เดือน มี.ค. – ฉีดวัคซีนโดสที่สองให้กับกลุ่มแรก ร่วมกับการฉีดเข็มแรกให้กับกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยง
  • เดือน เม.ย. – ฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 1 ล้านโดส โดยโดส 2 สำหรับกลุ่มที่ได้รับโดสแรกไปแล้ว พร้อมกับโดสแรกในกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม
  • เดือน พ.ค. – วัคซีนซีนจากของ AstraZeneca จะมีการส่งมอบและเริ่มฉีดให้กับประชาชน

กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนในล็อตแรก

  • บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง หัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน
  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด 19 เช่น อสม. ทหาร ตำรวจ ที่จะต้องคัดกรองผู้ที่เข้ามาจากต่างประเทศ และในพื้นที่ที่มีการระบาด

โดยเริ่มในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ชลบุรี จันทบุรี ระยอง และตราด ฉีดคนละ 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน

ประเทศที่มีการใช้วัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน

จากวัคซีนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้จึงมีหลายประเทศที่เริ่มประกาศใช้งานวัคซีนในวงกว้างกับประชาชนทั่วไปแล้ว โดยเป็นการให้วัคซีนกับประชาชนกลุ่มเสี่ยงแล้วในบางประเทศ คือ

อังกฤษ

ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีการอนุมัติให้มีการใช้งานวัคซีนโควิด-19 โดยวัคซีนที่มีการอนุมัติใช้งานนั้นเป็น วัคซีนของ Pfizer – BioNTech และของ Oxford- AstraZeneca ซึ่งทางการอังกฤษได้สั่งซื้อวัคซีนโควิด-19 จาก Pfizer- BioNTech ไปแล้ว 40 ล้านโดส สำหรับประชาชน 20 ล้านคน ที่จะได้รับวัคซีน โดยจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นลำดับแรก และได้จัดเตรียมซื้อของ AstraZeneca สำหรับประชากรอีก 50 ล้านคน

ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ว่าคือ กลุ่มผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข-บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ ที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง และหลังจากนั้นจึงจะเป็นกลุ่มประชาชนทั่วไป

สหรัฐฯ

สหรัฐฯ นับเป็นประเทศที่สองที่มีการอนุมัติให้มีการใช้วัคซีนโควิด-19 เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทันทีที่ได้มีการอนุมัติให้ใช้งานก็มีการจัดส่งวัคซีนไปยังสถานพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ โดยทาง Pfizer-BioNTech จะส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ให้กับสหรัฐฯ ราว 20 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือนนี้

นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ ยังได้อนุมัติใช้งานวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นความหวังของสหรัฐฯ เนื่องจากอัตรการระบาดอย่างหนักในระลอกที่ 3 นี้

ซึ่งในขณะนี้ มี 2 ประเทศที่มีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในประเทศ ส่วนที่เหลือยังคงเป็นการอนุมัติใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉิน – ในวงจำกัด และยังคงเป็นการทดสอบในระยะที่ 3

จีน

สำหรับในประเทศจีน มีอาการอนุมัติใช้งานวัคซีนแล้วจำนวน 3 ตัวคือ

  • CoronaVac ของบริษัท Sinovac
  • วัคซีนโควิด-19 ของ Wuhan Institute of Biological Products ร่วมกับ Sinopharm
  • BBIBP-CorV ของ Beijing Institute of Biological Products ร่วมกับ Sinopharm

ซึ่งในส่วนของวัคซีนป้องกันโควิด-19 BBIBP-CorV ของ สถาบันผลิตภัณฑ์ทางชีววิทยาปักกิ่ง (Beijing Biological Products Institute) สังกัดกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติจีน (CNBG) ในเครือซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ได้รับการอนุญาติให้ใช้งานและจัดจำหน่ายได้แล้ว ในแบบกำหนดเงื่อนไข

(ภาพ – ซินหัว)

ในขณะนี้มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน ได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนกลุ่มสำคัญ เช่น ผู้ที่ทำงานในโลจิสติกส์, จนท.ด้านสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นต้น จำนวนกว่า 85,000 รายแล้ว

รัสเซีย

ประเทศรัสเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการให้วัคซีน Sputnik V ซึ่งเป็นวัคซีนโควิด-19 ของทางการรัสเซีย ที่ในช่วงระยะแรกดูจะเป็นวัคซีนที่มีความก้าวหน้ารวดเร็ว มีการใช้ในกรณีฉุกเฉินร่วมกับการทดสอบในระยะที่ 3 ควบคู่กันไป

แต่ในขณะนี้ วัคซีนตัวนี้ของรัสเซียกำลังประสบปัญหาในเนื่องจากวัคซีนทั้ง 2 โดสนั้นมีความแตกต่างกันไปในไลน์ผลิต ส่งผลต่อการผลิตจำนวนมาก ๆ รวมทั้งหลายประเทศยังคงกังขาในผลการทดลองที่เกิดขึ้นอยู่

ซึ่งในขณะนี้นักวิจัยของ Astrazeneca และรัสเซีย กำลังอยู่ในการทดสอบร่วมกันโดยใช้วัคซีนของทั้ง Sputnik V ของรัสเซีย ร่วมกับ วัคซีนโควิด-19 ของ Astrazeneca เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

อิสราเอล

หลังจากที่วัคซีนของบริษัท Pfizer- BioNTech มีแนวโน้มประสบความสำเร็จ ทางอิสราเอลได้มีการสั่งซื้อวัคซีนจำนวน 8 ล้านโดส ในล็อตแรกสุดของไฟเซอร์

ซึ่งทาง Pfizer- BioNTech ได้จัดส่งวัคซีนโควิด-19 ให้กับทางอิสราเอลตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ธ.ค. 63 ที่ผ่านมา เพื่อทดสอบการใช้งาน และหลังจากนั้น ในช่วงราววันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทางการอิสราเอล ก็ได้เร่งฉีดวัคซีน ให้กับประชาชนในประเทศ

โดยในช่วง 11 วัน อิสราเอลสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้วเกือบ 8 แสนราย หรือวันละเกือบ 1 แสนราย

ซึ่งอิสราเอลตั้งเป้าหมายว่า ภายในวันที่ 2 ม.ค. 64 จะฉีดให้ได้ 9 แสนคน คิดเป็น 10% ของจำนวนประชากรในประเทศ

นอกจากนี้ อิสราเอลยังสั่งซื้อ วัคซีนโควิด-19 จาก Astrazeneca อีกราว 6 ล้านโดส ในต้นปี 2021 นี้ด้วย

รัสเซีย ได้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แล้ว

ชนิดของวัคซีน

ในกรรมวิธีของเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคนั้น มีจะมีการพัฒนาวัคซีนวิธีการด้วยกันที่ใช้ในการสร้างวัคซีนโควิด-19 ที่มีการทดลอง ค้นคว้าวิจัยกันอยู่นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ คือ

mRNA

วัคซีนชนิดนี้ เป็นแนวทางใหม่ที่ทั่วโลกเพิ่งมีการนำมาใช้ในการผลิตวัคซีคเนื่องจากทำได้ง่าย และรวดเร็ว โดยใช้ชิ้นส่วนของ RNA ของไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ 2019 มาทำเป็นวัคซีน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกัน

ซึ่งการสร้างวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้ มีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 7 แคนดิเดตด้วยกัน

Inactivated Virus

วัคซีนชนิดนี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ วัคซีนชนิดเชื้อตาย คือการเอาเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ 2019 มาทำให้ตาย และใช้เป็นวัคซีน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ง่ายแต่จำเป็นต้องมีความปลอดภัยสูงมาก ในการเพาะเชื้อ เพราะเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ 2019 นี้เป็นเชื้อใหม่ ทำให้ต้องมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น

ซึ่งการสร้างวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้ มีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 7 แคนดิเดตด้วยกัน

Protein subunit

เป็นการนำเปลือกของเชื้อไวรัสที่เป็นโปรตีน หรือ Spike protein ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีความสามารถในการแพร่เชื้อ มาใช้ในการทำวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ซึ่งการสร้างวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้ มีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 18 แคนดิเดตด้วยกัน

Viral Vector

เป็นการนำเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ให้อยู่ในสภาวะที่ไม่ก่อให้เกิดโรค นำมาตัดต่อใส่สารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 ลงไปแทน และนำไวรัสที่ได้รับการตัดต่อนี้ ฉีดกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน

ซึ่งการสร้างวัคซีนโควิด-19 ในขณะนี้ มีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 16 แคนดิเดตด้วยกัน (VVnr 8 candidates, VVr 8 candidates)

Live Attenuated

เป็นการนำเชื้อไวรัสมาทำอ่อนฤทธิ์ลง อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ยังคงมีปริมาณที่เพียงพอต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 1 แคนดิเดต

Virus Like Particle

เป็นการนำโปรตีนของไวรัสมาประกอบโครงสร้างให้คล้ายคลึงกับไวรัส และใช้กระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีวัคซีนที่ใช้ใช้วิธีการนี้ 2 แคนดิเดต

ผลข้างเคียงของวัคซีน

ในบรรดาวัคซีนที่มีการฉีดให้กับประชาชนในหลายประเทศในขณะนี้ หลังจากที่มีการฉีดจำนวนมากขึ้น รายงานการมีผลข้างเคียง ก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่พบเห็นได้ตามปรกติ เช่นเดียวกับวัคซีนโรคอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ก็ยังคงมีรายงานผลข้างเคียงได้เช่นกัน

อาการข้างเคียงของวัคซีนทุกตัวในขณะนี้

ในขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ที่มีการใช้งานกันมีรายงานผลข้างเคียงหลายประเทศใกล้เคียงกัน เช่น ปวด-บวม บริเวณที่ได้รับวัคซีน, มีอาการอ่อนเพลีย, มีไข้ต่ำๆ หรือปวดศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นนี้ มีรายงานพบใน “วัคซีนโควิด-19 ทุกตัว” ที่มีการฉีดให้กับประชาชนแล้ว ซึ่งเป็นอาการเบาทั้งสิ้น

นอร์เวย์ – มีรายงานผู้ที่ได้รับวัคซีนจำนวน 29 ราย มีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตจากการได้รับวัคซีนจำนวน 13 ราย จากจำนวนผู้ได้รับวัคซีน 3 หมื่นราย (ทั้งของ Pfizer และ Moderna) ในผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงส่วนใหญ่ เป็นการปวด ไม่สบายและมีไข้อย่างสูง รวมถึงอาการป่วยบริเวณที่ฉีดวัคซีนอย่างมาก

ทางการนอร์เวย์ ได้ปรับเปลี่ยนคำแนะนำ โดยให้พิจารณาความพร้อมของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น

สหรัฐฯ มีรายงานการพบผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 6 รายที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง (จากผู้รับวัคซีนทั้งหมดกว่า 2.7 แสนราย) โดยคาดว่า อาการแพ้นั้นจะเกิดจาก สารประกอบโพลิเอทิลีนไกลคอล หรือ พีอีจี (PEG)

ในการทดสอบพบว่า มีผู้ป่วยบางรายมีอาการของโรคใบหน้าอัมพาตครึ่งซีก จำนวน 4 ราย มีอาการคือ มีอาการเปลือกตาและมุมปากตกลง ทำให้ไม่สามารถควบคุมตาและปากได้ตามปรกติ เนื่องจากระบบเส้นประสาทมีอาการอักเสบ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการของโรคนี้ จะมาจากการติดเชื้อไวรัส แต่ยังคงไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนมากนักว่ามาจากไวรัสทั้งหมดหรือไม่

อิสราเอล หลังจากที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วพบว่า มีประชาชนราว 1 ใน 1000 หรือประมาณ 650 ราย จากจำนวนผู้ที่ฉีดไปแล้วกว่า 650,000 ราย

โดยแบ่งเป็นมีอาการเล็กน้อย เช่น มีอาการไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ท้องเสีย บางส่วนมีอาการบวมแดง ซึ่งในจำนวนทั้งหมด มีราว 50 ราย ที่มีการขอเข้ารับการดูแลจากแพทย์ แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยอาการรุนแรงแต่อย่างใด

เช่นเดียวกันที่ สก็อตแลนด์ ก็มีรายงานผู้ข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ตึงที่บริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน, ปวดศรีษะ, ปวดเมื่อยตามตัว, รู้สึกเพลีย รวมถึงบางรายมีไข้ต่ำ ๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนตัวใดก็ตาม เมื่อมีการใช้งานในประชาชนกลุ่มใหญ่ ก็จะพบอาการข้างเคียงได้ เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นได้ แม้ในวัคซีนที่มีการใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน ที่ผ่านมาพัฒนาต่อเนื่องมาหลายปี และฉีดให้กับประชาชนหลายล้านคนทั่วโลก

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนจากทั้ง Pfizer-BioNTech, Oxford-AstraZeneca หรือ ตัวอื่น ๆ แม้ว่าจะมีการอนุมัติให้ใช้งานแล้ว ก็ยังคงต้องมีการประเมิน ติดตามผลถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต่อไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน


การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในต่างประเทศ

ม.ค. – เม.ย. 63 – ช่วงเริ่มต้น

คณะกรรมการสาธารณสุขและสุขภาพแห่งชาติจีน ประกาศว่าจะพัฒนาวัคซีน ตั้งแต่ในช่วงปลายเดือน ม.ค. 2563 เป็นชาติแรก พร้อมลงทุนในการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ WHO เริ่มติดต่อ-ประสานงานกันประเทศต่าง ๆ เพื่อร่วมลงทุนใน COVAC เพื่อร่วมกันลงทุนค้นคว้าวิจัยวัคซีนโควิด-19

หลังจากนั้นในช่วง ก.พ. 2563 บริษัท Moderna ในสหรัฐฯ ได้เสนอของทดสอบวัคซีนโควิด-19 ซึ่งในช่วงเวลานั้น มีราว 20 ชนิดที่กำลังเร่งพัฒนาอยู่ทั่วโลก และหลายประเทศหลายหน่วยงาน ก็ได้เริ่มลงทุนในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19

จนกระทั่งในช่วงปลายเดือน มี.ค. 63 Johnson & Johnson ประกาศทดสอบวัคซีนในมนุษย์เป็นครั้งแรก และต่อมาในช่วงปลายเดือน เม.ย. 2563 ได้มีการฉีดวัคซีนในมนุษย์เป็นครั้งแรกในยุโรป เพื่อทดสอบวัคซีน

พ.ค. – ส.ค. 63 – ช่วงเริ่มทดสอบในมนุษย์

ผลการทดสอบวัคซีนที่ได้เริ่มต้นทดสอบในมนุษย์ หลายตัวเริ่มมีรายงานผลการทดสอบออกมา โดยส่วนใหญ่พบว่า มีผลดี และมีความปลอดภัยเพียงพอที่จะทดสอบต่อในขั้นถัดไป ซึ่งทั้ง Pfzer-BioNTech, Oxfords-AstraZeneca, Moderna ฯลฯ ส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์

และหลายๆ ประเทศก็ได้เริ่มลงทุนและทำสัญญาจองซื้อวัคซีนในหลายๆ ตัวที่มีแนวโน้มมีความสำเร็จ เช่น Pfizer-BioNTech, AstraZeneca

ในช่วงต้นเดือน ส.ค. 63 รัสเซีย ประกาศอนุมัติใช้งานวัคซีนโควิด-19 เป็นการฉุกเฉินเป็นชาติแรก ๆ ให้กับกลุ่มเสี่ยง ตามมาด้วยในช่วงปลายเดือน AstraZeneca เปิดทดสอบวัคซีนในกลุ่มใหญ่ในอาสาสมัครกว่า 3 หมื่นราย

ก.ย. – ธ.ค. 63 – ช่วงเริ่มใช้งานจริง

ซึ่งเป็นช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีวัคซีนราว 6 ชนิด ที่ได้เข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ ในระยะที่ 2-3 ทั้ง AstraZeneca-Oxfords, Pfizer – BioNTech, sinovac ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.ย. 63

ทำให้ในช่วงเดือน ต.ค. 63 เข้าสู่ช่วงการสรุปผลการทดสอบวัคซีนหลาย ๆ ตัว ทำให้พอเข้าสู่ช่วงเดือน พ.ย. 63 ทำให้รายงานผลการทดสอบวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ได้สรุปประสิทธิภาพสูงถึง 90% ตามด้วย Moderna, Sputnik V ที่ล้วนแล้วแต่รายงานผลประสิทธิภาพสูงกว่า 90%

ทำให้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในหลายประเทศต่าง ๆ เริ่มไปเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งถือว่า เป็นหนึ่งในการพัฒนาวัคซีนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ปีก็มีวัคซีนโควิด-19 มาใช้งานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ข้อควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

◾️ฉีดวัคซีนแล้ว ปลอดภัย ไปไหนก็ได้

สำหรับการฉีดวัคซีนนั้น จะได้ผลดี ปลอดภัยนั้นจะต้อง ฉีดให้ครบทั้ง 2 เข็ม และร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงพอจะป้องกัน หรือต่อต้านเชื้อโควิด-19 ได้ หากเราได้รับวัคซีนเข็มแรกเพียงเข็มเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ป้องกันโควิด-19 ได้เต็มที่

ดังนั้นหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว ก็ยังจำเป็นจะต้องมีมาตรการป้องกันอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่น การสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างเช่นเดิม

◾️ถ้ามีวัคซีนแล้ว โควิด-19 จะหมดไป

เป็นการเข้าใจที่ “ผิด” วัคซีนไม่ได้มีหน้าที่ “กำจัดโรค” หรือ “กำจัดเชื้อโรค” ให้หมดไปแต่อย่างใด แต่วัคซีนเป็นการทำให้ร่างกายของเรา “สามารถป้องกัน” โรคได้ หากเปรียบเทียบง่าย เหมือนกับการที่เรามีเสื้อกันฝน แต่ไม่ได้หมายความว่า ฝนจะหมดไป หรือ เราไม่เปียกฝน วัคซีนก็เช่นกัน

  • ช่วย “ลด” ความรุนแรงของโรค ให้มีความอันตรายต้องลง เนื่องจากร่างกายเรามี “ภูมิคุ้มกัน” แล้ว
  • ช่วย “ลด” การระจายของโรค เนื่องจากเมื่อเรามีภูมิคุ้มกัน ก็จะทำให้ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคออกได้เร็วขึ้น ดีขึน ทำให้การระบาดน้อยลง

ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่, โรคหัด ฯลฯ ที่ในอดีตเคยคร่าชีวิตคนไปเป็นจำนวนมาก หลังจากที่มีวัคซีนแล้วก็ทำให้อัตราย/ความรุนแรง ลดลง จนในปัจจุบันทุกคน ไม่ได้กลัวไข้หวัดใหญ่อีกต่อไปแล้ว ดังนั้น การมีวัคซีนจึงไม่ได้ทำให้โควิด-19 หมดไป แต่จะลดความรุนแรงของโรคลงไป

◾️ถ้ามีวัคซีนแล้ว จะไม่ติดโควิด-19

เป็นการเข้าใจที่ “ผิด” เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก็ยังคงอยู่ เมื่อเรา รับเชื้อ ก็มีโอกาสที่จะติดโควิด-19 ได้เช่นกัน แต่ระดับความรุนแรงจะถูกลดลงไป จนอยู่ในระดับที่หายได้เอง และไม่อันตราย หรือลดโอกาสการแพร่เชื้อลง

ซึ่งในขณะนี้ มีตัวอย่างแล้วเช่นในสหรัฐฯ ที่มีการพบผู้ที่ได้รับวัคซีน ตรวจพบเชื้อในร่างกาย (ผลตรวจหาเชื้อเป็นบวก)

◾️ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย

“ผิด” – เนื่องจากในข้อที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะฉีดวัคซีนไปแล้ว ก็ยังคงมีโอกาสติดเชื้อได้ ดังนั้น การป้องกันเบื้องต้นก็ยังคงจำเป็นอยู่เช่นเดิม หากไม่อย่างเสี่ยงที่จะติดเชื้อเพิ่ม

◾️ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว จะป้องกันโควิด-19 ได้ตลอดไป

“ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน” – เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาราว 1 ปีที่ผ่านมา และวัคซีนโควิด-19 ก็เพิ่งค้นพบได้ไม่นาน ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาประสิทธิภาพหลังจากการได้รับวัคซีนแล้วอยู่เช่นกัน

ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะระบุว่าได้ วัคซีนโควิด-19 ได้รับนั้นจะสามารถป้องกันได้นานเท่าใด แต่อย่างไรก็ตาม ก็เพียงพอในการป้องกันการระบาดที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

◾️ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ปลอดภัย เพราะผลิตมาเร็วมาก

“ผิด” – แม้ว่า วัคซีนโควิด-19 จะสามารถคิดค้น ผลิตได้รวดเร็วมาก แต่ก็มีความปลอดภัยมากเพียงพอ เนื่องจากการทดสอบต่าง ๆ ยังคงอยู่ในระบบมาตรฐานเช่นเดียวกับวัคซีนอื่น ๆ

ส่วนความเร็วที่เกิดขึ้นในการผลิตนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดขั้นตอนทางเอกสารเช่น เมื่อเข้าทดสอบในระยะที่ 1 ก็มีการเตรียมเอกสาร-ขั้นตอนต่าง ๆ รอไว้ถึงระยะที่ 3 แล้ว รวมถึงการเร่งรัดขั้นตอนในการอนุมัติ – ตรวจสอบข้อมูล ที่รวดเร็วขึ้น

อีกส่วนหนึ่งมาจากเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถคาดการณ์ – ช่วยเหลือการทำงานได้เร็วขึ้นมากกว่าในยุคที่ผ่านมา

◾️ถ้าเคยป่วยเป็นโควิด-19 แล้วไม่ต้องฉีดวัคซีน

“ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน” – แม้ว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากยังเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้ยังคงต้องอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงโอกาสการติดเชื้อซ้ำ ที่ยังมีรายงานพบในผู้ป่วยบางราย และสาเหตุยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา

แต่จากการที่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายป่วยแล้วมีภูมิคุ้มกัน จึงทำให้การได้รับวัคซีนมีความสำคัญน้อยลง เพราะการรับวัคซีนนั้น คือการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายผู้ที่ไม่เคยป่วยมาก่อนนั้นเอง

ดังนั้นในประเด็นนี้จึงยังคงต้องอยู่ในการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ข่าวลืออื่น ๆ ที่พบในประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนแล้ว ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่เป็นความจริง เช่น

  • การฉีดวัคซีนจะทำให้ DNA ของคนเราเปลี่ยนไป (ไม่จริง เพราะ mRNAเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ แค่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภุมิคุ้มกันเท่านั้น จึงมีความปลอดภัยเพียงพอ)
  • ในวัคซีน มีเครื่องติดตามตัวขนาดเล็ก – ไม่จริง เทคโนโลยีเหล่านี้ ยังคงพบในภาพยนตร์ไซไฟเท่านั้น
  • การฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำให้มีบุตรยาก – ในขณะนี้ยังไม่มีผลการทดสอบยืนยัน หรือข้อบ่งชี้ใด ๆ ที่จะยืนยันในข้อเท็จจริงนี้ได้
  • การฉีดวัคซีน เป็นเพียงเกมการเมืองเท่านั้นผิด เพราะในการทดสอบ-ทดลองนั้น เป็นไปตามขั้นตอนและผลการทดสอบยืนยัน ประสิทธิภาพแล้ว จึงมีการอนุมัติ และรับรองการใช้งาน
  • การฉีดวัคซีนทำให้เป็น ออทิสติก – ผิด เพราะวัคซีนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก็ป้องกันได้ – ผิด รถยนต์ดีเซลไม่สามารถใช้น้ำมันเบนซิลได้ฉันใด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ฉันนั้น เนื่องจากเป็นเชื้อคนละชนิดกัน
  • วัคซีนโควิด-19 ทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ – ผิด เพราะส่วนประกอบของวัคซีนส่วนใหญ่ เป็นน้ำ และมีส่วนประกอบอื่นๆ จำนวนไม่มากนัก เพียงแค่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเท่านั้น อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอาการแพ้ในสารประกอบบางส่วนที่พบในวัคซีน
  • Margaret Keenan ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 คนแรกของโลกอยู่ในอาการโคม่า – ผิด ทุกวันนี้เธอสบายดี กินข้าวได้ นอนหลับ

WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

‘หมอพร้อม’ แจ้งตั้งแต่ 25 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกให้ รพ. จัดระบบคิวฉีดวัคซีนโควิด

‘หมอพร้อม’ แจ้งตั้งแต่ 25 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกให้ รพ. จัดระบบคิวฉีดวัคซีนโควิด

หมอพร้อม ออกประกาศ ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.64 เป็นต้นไป จะทำการปลดล็อกให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถจัดระบบคิว ลงนัด เลื่อนนัด และแจ้งเตือนประชาชนที่จะมาฉีดวัคซีนโควิดได้

อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

ปฏิทินเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

ลาวเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ‘ซิโนฟาร์ม’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ลาวเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ‘ซิโนฟาร์ม’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนฟาร์ม ให้ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป

อินเดีย พบสิงโตหลายตัวติดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา / ตายเพิ่ม 1 ตัว

อินเดีย พบสิงโตหลายตัวติดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา / ตายเพิ่ม 1 ตัว

โดยผลการตรวจหาสายพันธุ์ พบติดเชื้อในสายพันธุ์เดลตาทั้งหมด

รู้จัก “ขยะกำพร้า” ขยะที่ใครๆ ก็ไม่อยากได้

รู้จัก “ขยะกำพร้า” ขยะที่ใครๆ ก็ไม่อยากได้

ขยะกำพร้า คือนิยามของขยะมูลฝอยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ “จัดการขยะในขั้นตอนกลางทาง” หรือขั้นตอนการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ปรับปรุงสภาพ

ศบค. พบคลัสเตอร์ระบาดใหม่ 6 จังหวัด คลัสเตอร์มัรกัส ติดโควิด 402 คน

ศบค. พบคลัสเตอร์ระบาดใหม่ 6 จังหวัด คลัสเตอร์มัรกัส ติดโควิด 402 คน

รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศประจำวัน ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,175 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 29 คน

จุฬาฯ พัฒนา “รถดมไว” คันแรกในไทย ใช้สุนัขดมกลิ่นลงพื้นที่คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19​

จุฬาฯ พัฒนา “รถดมไว” คันแรกในไทย ใช้สุนัขดมกลิ่นลงพื้นที่คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19​

รู้จัก “รถดมไว” ใช้สุนัขดมกลิ่น คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19​ การทำงานของรถดมไว สุนัขมีความเสี่ยงติดเชื้อไหม

สมช. ย้ำ เอกชนหรือองค์กร ขอรับวัคซีนได้ เเต่ต้องอยู่เกณฑ์ เร่งด่วน

สมช. ย้ำ เอกชนหรือองค์กร ขอรับวัคซีนได้ เเต่ต้องอยู่เกณฑ์ เร่งด่วน

ไม่มีการกำหนดกรอบปริมาณที่จะสนับสนุนวัคซีนให้แต่ละองค์กร ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่มี

เทศบาลนครรังสิต เปิดให้ลงทะเบียนจองคิวฉีด “ซิโนฟาร์ม” เเล้ว

เทศบาลนครรังสิต เปิดให้ลงทะเบียนจองคิวฉีด “ซิโนฟาร์ม” เเล้ว

ผู้มีสิทธิ์ อายุ 18 ปีขึ้นไป มีทะเบียนบ้านในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต เเละยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกชนิด