AstraZeneca Oxford วัคซีน โควิด-19

What We Know : วัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลไทยลงนามจองซื้อ

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ ประเทศไทยจะมีการลงนามจองซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับทาง Oxford/AstraZeneca
  • ในการจัดหาวัคซีนจำนวน 26 ล้านโด๊ส สำหรับคนไทย 13 ล้านคน ได้ใช้กันในกลางปีหน้า
  • มูลค่าการสั่งซื้อในครั้งนี้เป็นเงินกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็นค่าวัคซีนต่อคนประมาณ 460 บาท
  • ในการจองซื้อในครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตด้วย เพื่อผลิตใช้เองในประเทศไทยต่อไป

วันนี้ (27 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการลงนามจองซื้อวัคซีนโควิด-19 จากรบริษัทแอสตร้า เซนเนก้า จากประเทศสวีเดน ซึ่งคาดการณ์กันว่า ในช่วงกลางปีหน้า คนไทยจะมีวัคซีนได้รับวัคซีนโควิด-19

เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ไทยกำลังจองซื้อ

วัคซีนโควิด-19 ที่ประเทศไทยลงนามจองซื้อนั้น เป็นวัคซีนวิจัย AZD1222 ของ มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดพัฒนาร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า โดยวัคซีนของ AstraZeneca เป็นวัคซีนที่ใช้ไวรัสที่มีชีวิตชนิดอื่นในการนำยีน หรือ DNA ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

FYI : เทคนิคการใช้เชื้อไวรัสชนิดอื่นเป็นตัวนำยีน/DNA ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายตัวด้วยกัน โดยในกลุ่มนี้ที่เข้าสู่การทดลองในมนุษย์ระยะที่ 3 แล้วประกอบด้วย วัคซีนของ

  • Cansino Biologics (มีการใช้งานในวงจำกัดแล้ว ประสิทธิภาพสูง)
  • Gamaleya Research Institute (มีการใช้งานในวงจำกัดแล้ว, ประสิทธิภาพปานกลาง)
  • Jonhson & Jonhson (ประสิทธิภาพปานกลาง)

ประสิทธิภาพของวัคซีน

ในการทดสอบวัคซีนของ Oxford/Astrazeneca นั้นพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในภาพรวมของวัคซีนนั้น จะมีด้วยกัน 2 โด๊ส โดยฉีดห่างกัน 1 เดือน พบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ได้อยู่ที่ราว 70% ซึ่งน้อยกว่า วัคซีนของบริษัท Pfizer ที่มีประสทธิภาพสูงถึง 90%

FYI : องค์การอนามัยโลกกำหนดมาตรฐานของวัคซีนโควิด-19 ต้องมีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 50%

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนในโด๊สแรกนั้น สูงถึง 90% ใกล้เคียงกับของ Pfizer แต่ในโด๊สที่ 2 ประสิทธิภาพนั้นด้อยกว่า ซึ่งในจุดนี้ กับระยะเวลาที่เหลือก่อนการส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ในการวิจัยยังพบว่า วัคซีนตัวนี้ มีความปลอดภัยสูง ไม่มีอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนมีอาการป่วยรุนแรง หรือต้องเข้าโรงพยาบาลหลังได้รับวัคซีน ซึ่งสามารถใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วย

ทำไมถึงต้อง Oxford/AstraZeneca

จากประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อดูจากการได้รับวัคซีน จำนวน 2 โด๊ส จะอยู่ที่ราว 70% ไม่สูงเท่ากับวัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer/BioNTech แต่ด้วยวัคซีนของ Oxford/AstraZeneca นั้นป็นวัคซีนที่สามารถเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียล ซึ่งเป็นตู้เย็นธรรมดาทั่วไป ก็สามารถใช้เก็บวัคซีนดังกล่าวได้ และใช้การขนส่งตามปรกติของไทยสามารถส่งวัคซีนดังกล่าวได้อย่างไม่มีปัญหา

ในขณะที่วัคซีนของ Pfizer นั้นต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิราว -70 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องใช้ตู้เก็บความเย็นเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการเก็บรักษา โดยเฉพาะระหว่างการขนส่ง จะทำได้ยาก เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย

ดังนั้นวัคซีนอย่าง Oxford/AstraZeneca จึงเหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศไทยได้เป็นอย่าง

FYI : การมีวัคซีนป้องกันโควิด-19ใช้งาน ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้จะหมดไป แต่จะกลายเป็นโรคที่อยู่กับเราโดยไม่อันตรายมาก ไม่ต่างจากไช้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน

จำนวน – ระยะเวลา – ราคาวัคซีนโควิด

ในการจัดหาวัคซีนของไทยนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ ทำสัญญาจัดจองซื้อวัคซีนล่วงหน้า ในวงเงินกว่า 2.37 พันล้านบาท สำหรับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 26ล้านโด๊ส สำหรับประชากร 13 ล้านคน

ซึ่งเมื่อบริษัท Oxford/AstraZeneca จัดส่งวัคซีนให้กับไทย ก็จะมีการชำระส่วนที่เหลือกว่า 3.67 พันล้านบาท รวมวงเงินในการจัดหาวัคซีนกว่า 6 พันล้านบาท ตกโด๊สละ 230 บาท ซึ่งค่าวัคซีนโควิด-19ต่อคนอยู่ที่ราว 460 บาท

ในระยะแรกจะเป็นการจัดซื้อมาใช้งาน เพื่อให้ได้วัคซีนมาใช้งานเป็นการเร่งด่วน และในการสั่งซื้อ ไทยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในการผลิตวัคซีนมาด้วย ทำให้ในระยะถัดไป ก็จะสามารถมีการผลิตเองในประเทศได้อีกด้วย

สถานะของวัคซีนตัวอื่น ๆ

สำหรับวัคซีนโควิด-19 ที่มีในขณะนี้ มีเข้าสู่การทดสอบในมนุษยรวมทั้งสิ้น 67 ชนิด แบ่งเป็น

  • ระยะที่ 3 จำนวน 13 ชนิด
  • ระยะที่ 2 จำนวน 17 ชนิด
  • ระยะที่ 1 จำนวน 37 ชนิด

จากทั้งหมด 67 ชนิด มีการใช้งานแล้วนวงจำกัดจำนวน 6 ชนิด


FAQ:

Q : คนไทยมี 70 กว่าล้านคน ทำไมกลุ่มเป้าหมายแค่ 13 ล้านคน

A : เนื่องจากการผลิตวัคซีนในช่วงแรกนั้น มีข้อจำกัดในเรื่องของกำลังการผลิต ทำให้ทุกประเทศในโลกที่มีการสั่งซื้อวัคซีนในขณะนี้ ไม่สามารถจะให้วัคซีนกับประชาชนทุกคนได้ ดังนั้นจึงจะเน้นให้กลับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก ประกอบไปด้วย

  1. กลุ่มเสี่ยงสูงที่ติดเชื้อแล้วจะเสียชีวิต
  2. กลุ่มโอกาสแพร่เชื้อสูง
  3. กลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงๆ กลุ่มเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค หมอ พยาบาล

Q : กลุ่มที่เหลือจะทำอย่างไร

A : สำหรับโควิด-19 นั้นจะเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาตรการการป้องกันโรค ควบคุมโรค ในการเน้นให้ประชาชนสวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่าง เลี่ยงการรวมกลุ่ม เป็นแนวทางที่ได้ผล ดังนั้น สำหรับผู้ที่แข็งแรงดี การป้องกันโรคด้วยการสวมหน้ากาก เป็นทางออกที่ดีที่สุด

Q : จะมีการสั่งซื้อเพิ่มหรือไม่?

A: ในการสั่งจองซื้อในครั้งนี้ ไม่ใช่ลักษณะของการสั่งซื้อตัววัคซีนและนำเข้ามา แต่เป็นการสั่งซื้อร่วมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ดังนั้นในระยะถัดไป จึงจะมีการผลิตในประเทศจากเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอด ซึ่งบริษัทสยามไบโอไซน์ สามารถผลิตวัคซีน เพื่อในในประเทศได้ โดยมีกำลังผลิตได้สูงกว่า 200 ล้านโด๊สต่อปี

นอกจากนี้ วัคซีนที่ผลิตขึ้น มีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวมากนัก ดังนั้นการสั่งซื้อมาจำนวนล็อตใหญ่ ๆ เยอะ ๆ มากเกินไป จะทำให้ใช้งานไม่ทัน กลายเป็นวัคซีนคุณภาพต่ำได้

Q : มีวัคซีนแล้วประเทศไทยจะปลอดโควิด-19 ใช่หรือไม่

A : ไม่ เนื่องจากวัคซีนทำหน้าที่ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ หรือติดแล้วอาการไม่รุนแรง ไม่ถึงกับชีวิต ไม่ต่างกับการมีวัคซีนในโรคอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ ที่ยังคงมีเชื้ออยู่ มีผู้ป่วยอยู่ แต่ระดับความรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตต่ำมาก

*** นักวิจัยมาบางประเทศรายงานว่า เมื่อมีวัคซีน โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น/ฤดูกาล ไม่ต่างจากโรคอื่น ๆ ที่ผ่านมา

Q : ทำไมไม่ใช้ของที่วิจัยขึ้นเองในประเทศ

A : สำหรับการวิจัยในประเทศนั้น มีการดำเนินการคู่ขนานกันไป ซึ่งวัคซีนที่มีการพัฒนาขึ้นในประเทศยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และกว่าจะดำเนินการวิจัยเสร็จจนใช้งานได้ จะใช้เวลานาน

ดังนั้นการสั่งซื้อมาใช้ก่อน ในส่วนหนึ่ง ร่วมกับการพัฒนาใช้เอง จึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้น ควบคุมได้เร็วขึ้น ซึ่งหากวัคซีนในประเทศมีการวิจัยเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ใช้งานก็สามารถนำมาใช้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งได้


แท็ก: NEWS , , , ,
WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

ปิด รพ.สนาม ธรรมศาสตร์ หลังจำนวนผู้ป่วยลดลง

ปิด รพ.สนาม ธรรมศาสตร์ หลังจำนวนผู้ป่วยลดลง

ปิด รพ.สนาม ธรรมศาสตร์ หลังจำนวนผู้ป่วยลดลง แต่ยังพร้อมเปิดใหม่ได้ใน 48 ชม. สาธิต เผยหากสถานการณ์ดีขึ้นอาจมี สงกรานต์ 65

ข้อกำหนด “เปิดประเทศ” สำหรับผู้ที่จะเข้าไทยไม่กักตัว / รายชื่อประเทศ

ข้อกำหนด “เปิดประเทศ” สำหรับผู้ที่จะเข้าไทยไม่กักตัว / รายชื่อประเทศ

สรุปข้อกำหนด - มาตรการ - รายชื่อประเทศ ในแผนเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้

สิงคโปร์ต่ออายุมาตรการป้องกันโควิดออกไปอีก เกรงผู้ป่วยล้น-เตียงเต็ม

สิงคโปร์ต่ออายุมาตรการป้องกันโควิดออกไปอีก เกรงผู้ป่วยล้น-เตียงเต็ม

เนื่องจากยอดผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อัตราการครองเตียงสูงเกือบ 90% และเตียงไอซียูถูกใช้แล้ว

เช็คสัญญาณเตือน! ลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากฉีดวัคซีนโควิด 19

เช็คสัญญาณเตือน! ลิ่มเลือดอุดตัน หลังจากฉีดวัคซีนโควิด 19

เช็คอาการเตือน และสาเหตุ ลิ่มเลือดอุดตัน หลังฉีดวัคซีนโควิด 19 จะแสดงอาการในช่วง 4 วัน - 1 เดือน

ฝรั่งเศส ร้องขอให้ ปชช.รับวัคซีนโควิด-19 กระตุ้น หลังยอดลงทะเบียนน้อย

ฝรั่งเศส ร้องขอให้ ปชช.รับวัคซีนโควิด-19 กระตุ้น หลังยอดลงทะเบียนน้อย

ซึ่งฝรั่งเศสมีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้วกว่า 70%

Nissan เปิดศูนย์แยกกักรักษาในสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ

Nissan เปิดศูนย์แยกกักรักษาในสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์แยกกักรักษาในสถานประกอบการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการป้องกันพนักงานในโรงงานและชุมชนจากการติดเชื้อโควิด-19

3 ข้อน่ารู้ แอนติบอดี ค็อกเทล พลิกแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด ป้องกันอาการหนักมากถึง 70%

3 ข้อน่ารู้ แอนติบอดี ค็อกเทล พลิกแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด ป้องกันอาการหนักมากถึง 70%

รู้จัก ยาแอนติบอดี ค็อกเทล (Antibody Cocktail) หรือ แอนติบอดีแบบผสม นวัตกรรมยารักษาโควิด 19 ที่ได้รับการอนุมัติและใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก

สิงคโปร์ ติดโควิด-19 ยังพุ่ง /  สหรัฐฯ ปรับเตือนขึ้นระดับ 4 ห้ามเดินทาง

สิงคโปร์ ติดโควิด-19 ยังพุ่ง / สหรัฐฯ ปรับเตือนขึ้นระดับ 4 ห้ามเดินทาง

หลังผ่อนคลายมาตรการ เดินหน้าแผนอยู่ร่วมกับโควิด-19