ฉีดวิตามินผิวขาว อันตรายไหม? มีขั้นตอนการฉีดอย่างไร ให้ผลระยะยาวดีไหม?

คัดลอก URL แล้ว

ปัจจุบันผู้หญิงดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว รักษาหุ่น หรือดูแลผิว ซึ่งก็มีทั้งการดูแลด้วยวิธีธรรมชาติ สวยจากภายในผ่านการพักผ่อน ออกกำลังกาย และควบคุมอาหารการกิน แต่การดูแลตัวเองด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบำรุงผิวให้กระจ่างใส อย่างการฉีดวิตามินผิวที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นหัตถการที่เห็นผลลัพธ์ได้ดี ไม่เป็นอันตราย

บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับการฉีดวิตามินผิว ว่ามีข้อดี ข้อควรระวัง รวมทั้งตอบคำถามชวนสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวิตามินผิวขาว จะมีอะไรบ้างมาหาคำตอบกันได้เลย

ทำความรู้จักการฉีดวิตามินผิว

การฉีดวิตามินผิว คือการให้อาหารผิวเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ด้วยการฉีดเอากรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ผ่านทางเส้นเลือดดำเพื่อนำไปใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นหัตถการอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยซ่อมแซม สร้างภูมิคุ้มกัน และดูแลรักษาร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ฉีดวิตามินผิว ช่วยในเรื่องไหนได้บ้าง

  1. สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  2. ทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยปกป้องฟื้นฟูผิวได้ดี
  3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้นกำเนิดของผิวสวยเต่งตึง
  4. ลดความหมองคล้ำ ผิวมีความกระจ่างใสขึ้น ดูสุขภาพดี เปล่งปลั่ง
  5. ช่วยเข้าไปซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ทั้งที่ผิวหนัง กระดูก และฟัน

การฉีดวิตามินผิว มีด้วยกันกี่วิธี

มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน คือ การฉีดด้วยเข็มไซลิงก์เข้าที่ข้อพับแขน แล้วเดินยาปริมาณ 10 ซีซีเข้าสู่ร่างกาย และแบบน้ำเกลือ ที่เป็นการผสมวิตามินกับน้ำเกลือในปริมาณเหมาะสม ให้สารอาหารไหลผ่านสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือด ซึ่งร่างกายดูดซึมด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที

การฉีดวิตามินผิวเหมาะกับใคร

ฉีดวิตามินผิวเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลผิวแบบเร่งด่วน สามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลายจุด ทั้งเรื่องความหมองคล้ำ คนที่ต้องการเพิ่มความกระจ่างใส พร้อมปรับผิวให้ชุ่มชื้นขึ้น หรือคนที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นภูมิแพ้ ป่วยง่าย พักผ่อนน้อย การฉีดวิตามินผิวก็จะตอบโจทย์ ช่วยซ่อมแซมและสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเช่นกัน

ทุกคนสามารถฉีดวิตามินผิวได้หรือไม่

การฉีดวิตามินผิวมีข้อยกเว้นสำหรับบางกลุ่ม ซึ่งแบ่งได้หลักๆ 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

-สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่มีการให้นมบุตร

-คนที่มีความดันโลหิตต่ำ

-คนที่มีประวัติแพ้วิตามิน

-อยู่ระหว่างการทานยาบางชนิด (แล้วแต่กรณี และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากต้องการฉีด)

-มีโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดและหัวใจ เบาหวาน ภาวะพร่องเอนไซม์ ภาวะเหล็กในร่างกายเกิน รวมทั้งมะเร็ง

วิตามินผิว 7 สูตรที่ช่วยบำรุงผิว ช่วยเรื่องไหนบ้าง?

  1. Vitamin White Plus ช่วยเพิ่มความกระจ่างใส พร้อมบำรุงเส้นผม และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย 

เหมาะกับ: คนต้องการมีผิวขาวขึ้นจากภายใน คนที่อยากมีผมสวย รวมทั้งคนที่ร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย

  1. Meso Blink สูตรวิตามินที่เร่งผลลัพธ์ความกระจ่างใส ขาวแบบธรรมชาติ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง มีความเข้มข้นสูง

  เหมาะกับ : คนที่อยากผิวขาวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน

  1. Vital Glow สูตรที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส พร้อมความเนียน เรียบลื่น เป็นสูตรปรับสมดุลให้กับคนที่ฉีดผิวเป็นครั้งแรก

เหมาะกับ : คนที่ยังไม่เคยฉีดผิวแต่ต้องการความกระจ่างใสแบบดูเป็นธรรมชาติ

  1. Extra White Plus สูตรเน้นความชุ่มชื้น กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวใหม่กระจ่างใสขึ้น เห็นผลไว

เหมาะกับ: คนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น บอกลาผิวแห้งกร้าน

  1. Aura White Skin วิตามินสูตรเร่งผิวใสแบบด่วนๆ เพราะมีหัวเชื้อกลูต้า Acetin เข้มข้น พร้อม Cinder สูงถึง 200 เท่า ลดการสร้างเม็ดสีในเซลล์ผิวได้ดี ผิวดูขาวใส สม่ำเสมอขึ้น

เหมาะกับ : คนที่ต้องการผลลัพธ์ขาวกระจ่างใสภายใน 1 – 2 สัปดาห์

  1. Fairy Cocktail วิตามินรวมสูตรเข้มข้น ช่วยปรับผิวโกลว์ ดูสุขภาพดี พร้อมกระตุ้นภูมิคุ้มกันเหมาะกับช่วงโควิด

เหมาะกับ : คนที่ต้องการดูแลผิว พร้อมเสริมสุขภาพให้แข็งแรงไปพร้อมกัน

  1. Perfect White Radiance วิตามินที่เน้นลดการเกิดริ้วรอยใหม่ ผิวอ่อนเยาว์ กระจ่างใส พร้อมความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ

เหมาะกับ : คนที่กังวลเรื่องริ้วรอย ผิวขาดน้ำ อยากเติมความชุ่มชื้นให้ดูผิวสุขภาพดี

ฉีดวิตามินผิวแล้วต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล

ใน 3 วันแรกหลังฉีดวิตามิน ผิวจะเริ่มเรียบเนียน ลื่น และดูสม่ำเสมอขึ้น แต่จะเห็นผลลัพธ์ความกระจ่างใสได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อผ่านการฉีดครั้งแรกไปแล้ว 1 – 2 สัปดาห์

ฉีดวิตามินผิว ช่วยให้ขาวขึ้นมั้ย ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะขาว?

ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ว่าจะเห็นผลมากน้อย ช้าเร็วแค่ไหน แต่จะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ซึ่งพอฉีดไปประมาณ 3 –  5 ครั้ง ผิวที่หมองคล้ำจะเปลี่ยนมาดูกระจ่างใสขึ้นอย่างชัดเจน

ฉีดวิตามินผิวเจ็บรึเปล่า?

สำหรับคนที่กลัวเข็ม การฉีดวิตามินผิวอาจจะต้องอาศัยความกล้าเล็กน้อย เพราะมีการใช้เข็มเพื่อฉีดวิตามินเข้าสู่เส้นเลือด ซึ่งจะรู้สึกเจ็บนิดๆ และแสบในระหว่างเดินยา (กรณีฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง) แต่เป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ และใช้เวลาเพียงไม่นาน

ขั้นตอนการฉีดวิตามินผิว

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อปรึกษาและแจ้งความต้องการ รวมทั้งสอบอาการเบื้องต้น
  2. แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
  3. ก่อนฉีดแพทย์จะอธิบายวิตามินสูตรที่ใช้ให้กับผู้รับบริการ
  4. จิ้มเข็มและฉีดตัวยาเข้าสู่เส้นเลือด หรือเจาะสายน้ำเกลือแล้วให้วิตามินผ่านทางน้ำเกลือ (ขึ้นอยู่กับวิธีของคลินิกที่เลือกทำ)

ผลลัพธ์หลังฉีดวิตามินผิวอยู่ได้นานเท่าไหร่?

การฉีดวิตามินผิวจะสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นาน 1 – 2 เดือน หากต้องการรักษาความกระจ่างใสไว้ ควรฉีดต่อเนื่องเพื่อช่วยบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ร่วมกับการดูแลตัวเองเข้าช่วย

ถ้าฉีดวิตามินผิวแล้วหยุดไป ผิวจะกลับมาคล้ำหรือไม่?

สามารถกลับมาคล้ำขึ้นได้อีก เพราะปัจจัยของผิวคล้ำขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งการดูแลรักษาร่างกาย การพักผ่อน ความเครียด อาหารที่รับประทาน รวมไปถึงการถูกทำร้ายจากแสงอาทิตย์ ผิวจึงกลับมาคล้ำได้อีกด้วยปัจจัยที่กล่าวมา ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการหยุดฉีดวิตามิน

ฉีดวิตามินช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้มั้ย?

โดยปกติแล้ววิตามินจะเน้นบำรุงผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส ชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น เพราะมีสารอาหารผิวและคอลลาเจน หากต้องการให้รูขุมขนเล็กลง การทำเลเซอร์จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ฉีดวิตามินผิว พร้อมกับทำเมโสแฟต หรือโบท็อกได้หรือไม่?

ทำได้ เพราะหัตถการชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นเมโสแฟต หรือโบท็อก ไม่ได้ทำในจุดเดียวกันกับการฉีดวิตามิน และทำเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน จึงไม่มีผลหากต้องการฉีดวิตามินในขณะที่ทำหัตถการแบบอื่นร่วมด้วยในช่วงเดียวกัน

ฉีดวิตามินผิวอย่างไรให้เห็นผลเร็ว?

หากอยากเร่งผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินผิวให้ออกมากระจ่างใส ความหมองคล้ำลดลงเร็วขึ้น สามารถเลือกทำพร้อมการเลเซอร์ผิวก็จะเห็นผลได้ดี เพราะการเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้เซลล์ผิวฟื้นตัวได้ไว ผิวแข็งแรง สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

หลังฉีดวิตามินผิว ควรดูแลตัวเองอย่างไร

  1. หลีกเลี่ยงการโดนแดด หรือทาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพก่อนออกแดดทุกครั้ง
  2. ไม่นวด กด เกา หรือถูแรงๆ บริเวณจุดที่ฉีดวิตามินมา
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจากภายใน
  4. สังเกตอาการ หากมีการบวมแดงนานเกิน 2 วัน ควรปรึกษาแพทย์

ฉีดวิตามินผิวแล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้มั้ย

ความจริงแล้วไม่มีข้อห้ามการดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดวิตามินผิว แต่เนื่องจากแอลกอฮอล์มีสารที่ไม่ดีต่อผิว เกิดเป็นสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว ส่งผลให้ผิวเหี่ยว ไม่สดใส ทำลายคอลลาเจนได้ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ดื่ม เพื่อรักษาผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินให้มีประสิทธิภาพที่ดีและยาวนานขึ้นนั่นเอง

ฉีดวิตามินผิวต่างกับการทานวิตามินแบบเม็ดอย่างไร?

สารอาหารจากวิตามินมีความเข้มข้นมากกว่าวิตามินแบบเม็ด และการฉีดเข้าสู่เส้นเลือดทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย การฉีดวิตามินจึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส สุขภาพดีได้ไวกว่า และช่วยดูแลได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย

วิธีทำให้ผิวกระจ่างใสอื่นๆ นอกจากการฉีดวิตามินผิว

แม้ว่าการฉีดวิตามินผิวจะเป็นวิธีที่เร่งผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นรวดเร็วสุด แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่กล้าตัดสินใจ ก็ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยดูแลให้ผิวขาวขึ้นได้เช่นกัน ดัง 5 ข้อด้านล่างนี้ได้เลย

-ปกป้องผิวคล้ำจากแสง UV ด้วยการทาครีมกันแดดที่มี SPF ที่เหมาะสม หรือหลีกเลี่ยงออกแดดเมื่อไม่จำเป็น

-รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินอี ที่มีส่วนช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส

-สครับผิวทุกสัปดาห์ เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก 

-บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน หรือสูตรปรับผิวขาวกระจ่างใส

-ทำหัตถการประเภทอื่น เช่น การเลเซอร์ผิว หรือการฉีดคอลลาเจน

สรุป ฉีดวิตามินผิวช่วยให้ขาวขึ้นได้ไหม อันตรายหรือเปล่า?

การฉีดวิตามินผิวเป็นการช่วยเร่งผลลัพธ์ความกระจ่างใส ซึ่งเป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นอันตราย หากได้รับการทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะสามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ตามความต้องการและตรงจุด แต่การฉีดวิตามินผิวแม้จะได้ผลที่ดีก็ต้องอาศัยการดูแลตัวเองเข้าช่วย และหากอยากได้ผลลัพธ์ที่เร็ว เลือกทำพร้อมหัตการอื่น อย่างการเลเซอร์ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.gangnamconsult.com/


แท็ก: HEALTH
WRITER

Sine.m

producer n content creator under MThai :)
X