วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดศักดิ์สิทธิ์ อุบลราชธานี

อุบลราชธานีเต็มไปด้วยวัดมากมายทุกหัวระแหงของเมืองดอกบัวแห่งนี้ ด้วยเป็นดินแดนเมืองพุทธเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และที่ วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดย เป็น 1 ในจำนวน 5 องค์พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอีก 4 องค์ประดิษฐานอยู่ที่วัดปากแซง อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี , วัดสีชมพู จังหวัดหนองคาย, วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่,วัดศิลาอาสน์ จังหวัดชัยภูมิ และที่วัดนี้ ส่วนอีกองค์ก็จะประดิษฐานอยู่ที่ประเทศลาว

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ศูนย์รวมศรัทธาของชาวอุบล
พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริด หนักเก้าแสนบาท หน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูง 85 นิ้ว ประทับนั่งขัดสมาธิแสดงปางมารวิชัย พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยมแบบพื้นเมือง รัศมีเป็นเปลว มีกรอบพระพักตร์ ขมวดพระเกศาเล็กแบบหนามขนุน หางพระขนงลาดลงต่ำ พระเนตรเล็ก พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา ครองจีวรแบบห่มดอง สังฆาฏิเป็นแผ่นแบบใหญ่และยาวจรดพระนาภี ลักษณะคล้ายกับพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อวัดพระโต อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการยกย่องว่าเป็น พระพุทธรูปที่งดงามในประเทศไทยและภาคอีสาน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ. 2077 – 2114 ) มีผู้สันนิษฐานว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งเวียงจันทน์เป็นผู้สร้าง เดิมประดิษฐานอยู่บนแท่นพระอุโบสถหลังเก่า ฐานรองรับสูง 70 เซนติเมตร สร้างแบบง่าย ๆ
ภายหลังอุโบสถหลังเก่าทรุดโทรม พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อจึงอยู่กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน เป็นเวลานานทำให้องค์พระพุทธรูปองค์ตื้อมีรอยแตกเป็นสะเก็ดออกมา

จากนั้นก็มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า
“… พระพุทธรูปองค์ตื้อนี้ได้ถูกหุ้มห่อทาปอมพอกเอาไว้ พอกด้วยเปลือกไม้ ยางบด ผสมผงอิฐเจ และทองคำ เงิน นาก สัมฤทธิ์ เงิน รางกาชาดซะพอก ให้น้ำเกลี้ยง น้ำชาดผสมทาปอมพอก แล้วลงรักปิดทองที่เข้าเมืองอุบลราชธานี และเถราจารย์ในสมัยนั้น เพราะเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ซึ่งองค์พระพุทธรูปเป็นทองแท้สัมฤทธิ์กลัวว่าจะถูกข้าศึกศัตรูขนเอาไป จึงได้ทาปอมพอกปิดเอาไว้ และปล่อยทิ้งเป็นวัดร้างนานถึง 200 ปี…”
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2507-2508 พระภิกษุสวัสดิ์ ทัสสนีโย และพระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อในขณะนั้น ได้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2519 เมื่อสร้างฐานแท่นพระพุทธรูปพระประธานเสร็จจึงได้ยกพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อขึ้นประดิษฐานที่แท่นจนถึงปัจจุบัน

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอุบลฯ ชาวบ้านนิยมไปขอพรความเจริญก้าวหน้าด้านการงาน – การค้าขาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ คนทำงาน พ่อค้าแม่ขาย ก็นิยมมากราบขอพรจาก พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตมั่นคง การงานไม่ติดขัด
นอกจากนี้ คำว่า “องค์ตื้อ” สื่อถึงความหนักแน่น มั่นคง จึงมักขอให้มีความพากเพียร อดทน ฝ่าฟันอุปสรรคได้นั่นเอง
ความหมายคำว่า “ตื้อ” เป็นจำนวนนับของชาวล้านนา หรือภาคอีสาน เช่น หลักหน่วย-สิบ-ร้อย-พัน-หมื่น-แสน-ล้าน-โกฏิ-ตื้อ-อสงไขย นับไปไม่ได้ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อจึงหมายถึงพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก

คำบูชาพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
เมตตรัยสัทโธบรมโพธิสัตว์
(ตั้ง นะโม 3 จบ)
นะโม ศรีโลกุตร เมตตรัยสัทโธ บรมโพธิสัตว์โต
สิทธิพุทธาชนาจิตตัง สิทธิธัมมาชนาจิตตัง สิทธิสังฆาชนาจิตตัง
อริยะ อริยะ เมตตรัยสัทโธ นะโมพุทธายะ
จงมาเป็นศรีคุ้มครองของตัวลูกนี้ เทอญฯ

วิธีขอพร
ตั้งจิตให้สงบ ไหว้ด้วยความเคารพ ขอพรแบบไม่โลภ ไม่เกินเหตุ เน้นขอปัญญา ความมั่นคง และทางออกของชีวิตบางคนจะบนด้วยการตั้งใจทำความดี ทำบุญ หรือปฏิบัติธรรม มากกว่าบนแบบของแก้
ภายในวัดมีโบราณวัตถุสำคัญคือ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ และศิลาจารึกจำลอง 2 หลัก ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสิม

จารึกวัดใต้เทิง 1 เป็นจารึกไม้สักทอง รูปใบเสมาจารึกด้วยอักษรธรรมอีสาน มี 1 ด้าน 41 บรรทัด กำหนดอายุใน พ.ศ. 2373 เนื้อหาโดยสังเขปกล่าวถึงอัครวรราชครูปุสสีตธรรมวงศาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ กับสมเด็จเจ้าพระพรหมบวรราชวงศาภูมินทร์เจ้าเมืองอุบลฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีศรัทธาสร้างวิหารและพระพุทธรูปพระเมตรัยสัทโธองค์ตื้อไว้กับศาสนา ปัจจุบันย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

จารึกวัดใต้เทิง 2 เป็นศิลาจารึกหินทรายสีแดงรูปใบเสมา จารึก 1 ด้าน มี 19 บรรทัด กำหนดอายุใน พ.ศ.2377 เนื้อหาโดยสังเขปกล่าวถึงมหาราชครูปุสสีตธรรมวงศา มีศรัทธาสร้างตู้ พระไตรปิฎกและเจดีย์ไว้กับศาสนา

ประวัติวัด
วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อำเภอเมือง เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2322 มีชื่อเติมว่า วัดใต้เทิง ตามประวัติกล่าวว่า เดิมมีอยู่ 2 วัด คือ วัดใต้เทิงและวัดใต้ท่า ต่อมาได้ยุบ 2 วัด มาเป็นวัดเดียวกัน ในปีพ.ศ. 2545 เรียกว่าวัดใต้เทิง คำว่า เทิง แปลว่าเหนือหรือสูงขึ้นไป ต่อมาคำว่า เทิง เลือนหายไป เหลือแต่คำว่าวัดใต้ สิ่งสำคัญในวัดนี้ คือ พระอุโบสถสร้างด้วยศิลปะ 3 ชาติ อยู่ในหลังเดียวกัน คือ หลังคาเป็นทรงไทยประยุกต์ ส่วนฐานเป็นศิลปะขอมผสมเวียดนาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่หนัก 1 ตื้อ จึงได้ชื่อว่าวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ




ภายในวัดจะมี พระพุทธรูปจำนวนมากหลายสมัยและหลายขนาด จัดแสดงทั้งในพระอุโบสถ วิหาร และพื้นที่รอบ ๆ วัด ซึ่งสร้างความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ที่ต้องชม
อนึ่ง วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อนั้นเคยเป็นวัดฝ่ายวิปัสสนาธุระของพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เดิมมีหาดทรายขาวสะอาดยาวเหยียดเป็นที่ท่องเที่ยว เรียกว่า หาดวัดใต้ ต่อมามีการดูดทรายขาย หาดทรายจึงจมหายไปอย่างน่าเสียดาย















ภาพโดย MTHAI TEAM
ที่อยู่ : เลขที่ 2 ถนนสุนทรวิมล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
Google map : https://maps.app.goo.gl/mwN1A9zvJea59PwZ7
เวลาทำการ : 08.00 น. – 17.00 น.
เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
แวะมูอุบลฉบับคนทำถึง! ขอพรพระพรหม ศาลตายาย วัดบ้านตำแย
สักการะ พระเกสรดอกไม้ วัดสารพัฒนึก พระพุทธรูปที่ ร. 5 ทรงสร้าง
กราบนมัสการพระอัฐิธาตุหลวงปู่ชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง
คำทำนายดวงชะตาปี 2569 วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ช่องทางการสั่งซื้อที่แอปพลิเคชัน MTHAI
มือถือแอนดรอยด์ : https://play.google.com/store/apps/details
มือถือ iOS ไอโฟน : https://apps.apple.com/gr/app/mthai-com/id471243201
