กราบพระพุทธมณีรัตน์ สรงน้ำพระแก้วโกเมน วัดมณีวนาราม อุบลราชธานี

วัดมณีวนาราม หรือ วัดป่าน้อย หนึ่งในวัดศักดิ์สิทธิ์ อุบลราชธานี เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วโกเมน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอุบลราชธานี ที่หากจะมาสักการะพระแก้วโกเมนแล้วล่ะก็ แนะนำว่าให้มาในช่วงวันสงกรานต์ และ วันวิสาขบูชา ที่วัดจะเปิดให้สรงน้ำพระแก้วโกเมนแค่เพียงช่วงนี้เท่านั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนที่มากราบสักการะในวันสำคัญของไทย

หอพระแก้วโกเมน เป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วโกเมน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะล้านนาองค์พระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว แกะจากแก้วสีแดงเข้ม (แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก) เป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นพระพุทธรูปในตำนานพระแก้วนพเก้า อันได้แก่ เพชร มณีแดง มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดา เพทาย และไพฑูรย์
ตามตำนาน กล่าวว่าพระแก้วโกเมนนี้ได้อุบัติขึ้น โดยอัญเชิญมาพร้อมกับพระแก้วบุษราคัมซึ่งเป็นพระแก้วองค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีอุบลรัตนราม ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นไทยมีสงครามกับเวียงจันทน์ผู้รักษาการบ้านเมืองและทายก-ทายิกา ได้พากันนำพระแก้วโกเมนไปรักษาไว้อย่างดีที่วัดบ้านกุดละงุม อำเภอวารินชำราบ และคณะผู้รักษาพระแก้วโกเมนได้นำท่อนไม้จันทร์มาทำเป็นผอบใหญ่คว่ำองค์พระพุทธรูปไว้ด้วยเกรงว่าข้าศึกจะแย่งชิงไป การที่นำผอบไม้จันทน์ไปคว่ำหรือครอบพระแก้วไว้ ภาษาอีสานเรียกว่า “งุม” วัดซึ่งเป็นที่เก็บรักษาพระแก้วโกเมนครั้งนั้นจึงเรียกว่า ” วัดกุดละงุม ” จนปัจจุบัน
จนกระทั่งเมื่อศึกสงบลงจึงได้นำพระแก้วโกเมนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดมณีวนาราม (วัดป่าน้อย) ซึ่งเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเก็บรักษาไว้เป็นความลับสืบต่อมา ทั้งนี้เนื่องด้วยพระแก้วโกเมนเป็นพระพุทธรูปที่มีค่าหาได้ยากเกรงจะสูญหายจึงหวงแหนด้วยความห่วงใย ซึ่งเจ้าอาวาสวัดมณีวนารามที่ผ่านมาทุกรูปจึงเก็บรักษาพระแก้วโกเมนไว้ในตู้นิรภัยตลอดมา กระทั่งพระกิตติญาณโสภณ (แสง นาคเสโน ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม รูปที่ 8 คณะกรรมการวัดจึงขออนุญาตนำพระแก้วโกเมน ลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาและสรงน้ำในเทศกาลวันสำคัญ เช่น ในวันวิสาขบูชาและวันสงกรานต์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

พระพุทธมณีรัตน์ พระพุทธรูปในอุโบสถวัดมณีวนาราม เปิดให้กราบเฉพาะวันพระใหญ่และช่วงเทศกาลเท่านั้น

ประวัติวัดป่าน้อย (วัดมณีวนาราม)
วัดมณีวนาราม หรือ วัดป่าน้อย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2322 ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ “ดงอู่ผึ้ง” ผืนป่าเก่าแก่แต่ครั้งก่อนสถาปนา
เมืองอุบลราชธานี โดยมี อุปฮาดก่ำ กับ พระอริยวงศาจารย์ (สุ้ย) เจ้าอาวาสรูปแรกได้เป็นผู้บุกเบิกวางรากฐานการสร้างวัดในลักษณะศูนย์การศึกษาขึ้น ผนวกกับได้รับความร่วมมือของญาติโยมที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาช่วยกันสร้างขึ้น ในอดีตเรียกว่า “วัดป่ามณีวัน” หรือ “วัดป่าน้อยมณีวัน” หรือ “วัดป่าแก้วมณีวัน” คู่กันกับ “วัดป่าหลวงมณีโชติ” (วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง หรือ “วัดป่าใหญ่”) ชาวบ้านชาวเมืองเรียกขานเป็นสามัญว่า “วัดป่าน้อย” และเปลี่ยนนามเป็น “วัดมณีวนาราม” ตามสมัยนิยมในปี พ.ศ. 2485 โดยดำริของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) สังฆนายก มีขนาดเนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา

และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วโกเมน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่ประดิษฐานบนหอพระแก้วโกเมน ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอุบลราชธานี ยังมี กุฏิแดง เป็นกุฏิหลังไม้ของพระอริยวงศาจารย์ เจ้าอาวาส ที่อายุกว่า 200 ปี ที่โบราณสถานที่ทรงคุณค่าของจังหวัดอุบลราชธานี
แต่เดิมวัดนี้มีสิมไม้โบราณอันทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม สร้างขึ้นอย่างบรรจงวิจิตรด้วยงานไม้ ตกแต่งประดับประดาแบบสิมอีสานโบราณดั้งเดิม หากแต่ก็ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม ทางวัดยังคงเก็บรักษาชิ้นส่วนต่างๆ ของสิมเก่าไว้ในกุฏิแดงและจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน
ชิ้นส่วนต่างๆ ของสิมเก่า


กุฏิแดง สถาปัตยกรรมอีสานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทย

กุฏิแดง ของพระอริยวงศาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม หรือ วัดป่าน้อย ที่อายุราวกว่า 200 ปี ซึ่งเป็นกุฏิไม้เนื้อแดงทั้งหลังโดยไม่มีการใช้ตะปูเลย ปัจจุบัน กุฏิแดง ได้รับบูรณะให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานีด้วย

ไม้ฝากระดานกุฏิแดง ที่ผ่านกาลเวลาและเรื่องราวมาอย่างยาวนาน

กุฏิแดง ผ่านการทาสีใหม่คัลท์สไตล์ไทยอีสาน

หิ้งบูชาหลวงพ่อสุ้ย พระอริยวงศาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม
บูรพจารย์ผู้มาพัฒนาเผยแผ่ธรรมะในจังหวัดอุบลราชธานี
ตามหลักฐานที่เชื่อถือได้กล่าวว่า ในสมัยปลายรัชกาลที่ 3 พระมหาสุ้ย ป.ธ.๓ จากสำนักวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นชาวเมืองอุบลราชธานี ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะเมืองอุบลราชธานี หรือ “หลักคำ” ซึ่งเทียบเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ได้มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ถือเป็นเจ้าอาวาสลำดับแรก ได้เป็นผู้วางรากฐานการเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงของเมืองอุบลราชธานีทั้งทางโลกและทางธรรม




จากนั้นห้ามพลาดมาสักการะ พระพุทธมณีโชติ พระพุทธรูปศิลปะโบราณทำจากกระดาษด้านหลังเป็นลายนาค บนกุฏิธรรมระโต


ใบลานพระไตรปิฎกเก็บห่อด้วยผ้าขาวม้ามัดลายตรีนิสิงเห ป้องกันความชื้น และ แมลงต่างๆ

นอกจากนี้วัดมณีวนารามยังเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดง ข้าวของเครื่องใช้สังฆภัณฑ์ต่างๆ อันงดงาม ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสานใต้อย่างยิ่ง สามารถไปเยี่ยมชมได้โดยติดต่อแจ้งทางวัดไปก่อนล่วงหน้าวันเดินทาง
ภาพโดย MTHAI TEAM
ที่อยู่ : 139 ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/okh8NnpSY6Uo1WKR9
เวลาทำการ : 08.00 – 16.30 น.



















เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอพรการสอบ การงาน พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง วัดมหาวนาราม
ไหว้พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง ชมสิมโบราณและหอไตรกลางน้ำ วัดทุ่งศรีเมือง
กราบนมัสการพระอัฐิธาตุหลวงปู่ชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง
เช็กดวงปี 69 ก่อนใคร ราคา 129 บาท ได้แล้ววันนี้ที่แอปพลิเคชัน MThai
รับฟรี! วอลเปเปอร์ 12 ราศี (เมื่อสมัครดูดวงรายปี 69)
📲 มือถือแอนดรอยด์
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mthai.app
📲 มือถือ ios ไอโฟน
https://apps.apple.com/gr/app/mthai-com/id471243201
