เจ้าหญิงมณฑาทิพย์ ศาลนางไม้เจ้าจอม วัดบางกุ้ง

จุดมูที่ขลังสุดๆ ของวัดบางกุ้ง ไม่ได้มีแค่องค์หลวงพ่อนิลมณี ในโบสถ์มหาอุดเท่านั้น หากแต่ด้านหลังอุโบสถคือที่ตั้งของศาลเจ้าหญิงมณฑาทิพย์ (แม่หญิงจันทร์จ้าว) หรือ ศาลนางไม้เจ้าจอม ที่ผู้คนต่างหลั่งไหลนิยมมาขอพรด้านโชคลาภ การเสี่ยงโชค รวมถึงเรื่องหน้าที่การงาน การสอบแข่งขันเข้ารับตำแหน่ง การสอบเข้าเรียนหรือชิงทุน เล่ากันว่า ยิ่งมาตอนกลางคืน ก็ยิ่งขลังนักแล
อ.บุญลาดแนะนำให้มาขอพร โดยมีทริกมูนิด ๆ หน่อย ๆ มาฝากกัน โดยให้นำข้าวต้มมัดและน้ำดื่มมาถวาย จากนั้นอธิษฐานจิตขอโชคลาภที่ไม่เกินบุญกุศลของตน

ประวัติเจ้าหญิงมณฑาทิพย์ (แม่หญิงจันทร์จ้าว)
เมื่อปีพ.ศ.2531 บริเวณวัดเป็นป่ารกร้าง พระวินัยธร องอาจอาริโยได้เดินธุดงค์มาที่บริเวณวัดบางกุ้ง ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ข้างอุโบสถหลวงพ่อนิลมณีหรืออุโบสถปรกโพธิ์ ซึ่งเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านได้เดินสำรวจบริเวณวัดซึ่งทราบมาบ้างว่า วัดนี้เคยเป็นค่ายทหารจีนบางกุ้งสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานีมาก่อน ยามดึกขณะเจริญกรรมฐานมักจะเกิดนิมิตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งชุดไทยโบราณมากราบไหว้หลวงพ่อนิลมณีหน้าอุโบสถปรกโพธิ์เป็นประจำ มีลักษณะผอมสูงผมยาวใบหน้างาม แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร
ต่อมาไม่นานเสาคานที่หน้าอุโบสถหล่นตกลงมาพิงอยู่ข้างอุโบสถ คืนนั้นเองท่านได้นิมิตเห็นผู้หญิงชุดไทยคนเดิมมาบอกให้นำไม้ท่อนนี้มาไว้ที่หลังอุโบสถแล้วให้สร้างศาลด้วยท่านก็ทำตาม ให้ชาวบ้านช่วยกันนำไม้มาไว้หลังอุโบสถแล้วสร้างศาลให้ตามคำขอร้อง นำไม้ท่อนนั้นแกะสลักเป็นรูปหน้าผู้หญิงไม่มีแขนขาไว้ภายในให้ชื่อว่า “ศาลนางไม้เจ้าจอม” ผู้คนให้ความเคารพนับถือกันมากเพราะมีความศักดิ์สิทธิ์อภินิหารแก่ผู้คนอยู่เสมอ
ต่อมาพระวินัยธรฯ ได้ฟื้นฟูวัดบางกุ้งร่วมกับประชาชนจนเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง ผู้หญิงแต่งกายชุดไทยโบราณมาปรากฏในนิมิตอีกได้บอกว่าเป็นองค์หญิงนามว่า “องค์หญิงมณฑาทิพย์(จันทร์จ้าว)” ต้องการให้สลักรูปองค์หญิงจากไม้ต้นโพธิ์ซึ่งมีอายุประมาณ100 ปี โดยขอร้องให้แกะสลักทั้งองค์ หลังจากนั้นท่านได้ปรึกษาหารีอญาติโยมหาช่างแกะสลัก โดยนายช่างคิดราคาค่าแรง 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน)
เมื่อตกลงราคากันแล้วพอช่างจะลงมือแกะสลักกลับไม่รู้ว่าจะแกะสลักเป็นรูปองค์แบบใด เพราะไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาองค์หญิงมณฑาทิพย์มาก่อนทำให้แกะสลักไม่ได้ เมื่อการเป็นดังนี้ท่านเจ้าอาวาสจึงลงมือแกะสลักเองทั้งที่ไม่เคยแกะสลักไม้รูปใดๆ มาก่อนเลย การแกะสลักไม้เป็นรูปคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ท่านได้ใช้ความพยายามอย่างสูงแกะสลักแบบที่เห็นองค์หญิงในนิมิตเหมือนมีอำนาจอย่างหนึ่งมาดลบรรดาลให้แกะได้สำเร็จสลักอักษรไว้ที่ฐานว่า “องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์จ้าว)”
ภายหลังพระวินัยธร องอาจอาริโยพบหนังสือ “กฎแห่งกรรม” ของคุณ ท.เลียงพิบูรณ์เข้าโดยบังเอิญพบเห็นเรื่องราวขององค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์จ้าว) เกิดเมื่อปีพ.ศ. 2291 เช่นเดียวกับที่เคยนิมิตเห็นน่าจะเป็นองค์เดียวกัน มีเนื้อหาดังนี้ “องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์จ้าว) เกิดเมื่อปลายปีกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2291 เป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างสมัยพระเจ้าอุทุมพร(ขุนหลวงหาวัด) กับพระเจ้าสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) องค์หญิงมณฑาทิพย์เป็นบุตรีของกรมหลวงบวรวังในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ บ้านเมืองมีเหตุเดือดร้อนมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงผู้ใดประจบสอพลอผู้นั้นจะได้เป็นใหญ่ทั้งที่ ไร้ความสามารถ ผู้ครองแผ่นดินได้แต่ลุ่มหลงและเสพสุขในกาม หากใครมีบุตรีต้องนำตัวมาถวาย ใครขัดขืนจะถูกประหารชีวิต เหลืออยู่ก็แต่กรมหลวงบวรวังในที่ท่านไม่ยอมข้องเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด ไม่คบค้าสมาคมกับใคร
เมื่อบุตรีเติบโตเป็นสาวให้แต่งตัวเป็นชายพร้อมทั้งข้าทาสบริวารที่เป็นหญิง300 คน เป็นชายอีก 16 คน จัดให้ฝึกอาวุธเรียนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เช่น ฟันดาบ กระบี่กระบองหมัดมวย ตำราพิชัยสงคราม องค์หญิงเชี่ยวชาญอาวุธตลอดจนเวทมนต์คาถามีความสามารถด้านวิชาอาคมยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน
เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกข้าศึกพม่ายกกองทัพประชิดเมือง ผู้เป็นบิดาสั่งให้บ่าวไพร่ต่อเรือใหญ่ 30 ลำ เรือเร็ว 10 ลำ เรือแจว 20 ลำ พร้อมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุปกรณ์การก่อสร้าง อาวุธยุทโธปกรณ์ลงด้วยอาคมพร้อมเรือคุ้มกันองค์หญิง ซึ่งแต่งกายเป็นชายเยี่ยงชายชาวบ้านธรรมดาหลบหนีออกจากกรุงตอนกลางคืน แต่บิดามิได้มาด้วย
กองเรือได้ล่องน้ำมาเป็นระยะเวลา 3 วัน พบกองเรือพม่าบรรทุกกระสุน ดินดำ จึงสั่งให้พลพรรคเข้าโจมตีตอนเวลาดึก จึงเกิดไฟลุกโชติช่วงฆ่าทหารพม่าซึ่งกำลังหลับเพราะเมามายแทบหมดสิ้น จนรุ่งเช้าพม่าส่งกำลังติดตาม องค์หญิงสั่งให้กองกำลังหลบตามป่าชายฝั่งแล้วร่ายเวทมนต์กำบังพรางตาจนพม่าพ้นไป กองเรือหนีเล็ดรอดไปได้อย่างปลอดภัย แล้วหาทำเลสร้างเมืองเล็ก ๆ อยู่
เมื่อคราวศึกบางกุ้งองค์หญิงได้คุมกำลังเข้าช่วยรบพม่าเป็นสามารถจนได้รับชัยชนะ เมื่อสิ้นอายุขัยดวงวิญญาณยังผูกพันกับวัดบางกุ้งยังคงวนเวียนอยู่ที่ศาลคอยแผ่บารมี ให้ความช่วยเหลือผู้ทุกข์ร้อนที่มาขอพึ่งพา ว่ากันว่า ขอพรโชคลาภ ถูกรางวัลกันไปแล้วก็หลายราย หรือจะขอพรการงาน การสอบ การชิงทุนก็เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก จนมีชุดไทย เครื่องสำอาง มาถวายแก้บนจนแน่นศาลทีเดียว แต่มีเรื่องเดียวที่ห้ามขอ อย่าบนเรื่องเกณฑ์ทหาร ไม่งั้นได้เข้ากรมสมใจองค์หญิงแน่ เพราะองค์หญิงชอบทหารรับใช้ชาติบ้านเมืองนักแล
ที่อยู่ : บ้านค่าย หมู่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
พิกัด : https://goo.gl/maps/23Q9i17FArPSuVJCA
เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง
เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
วัดบางกุ้ง โบสถ์ปรกโพธิ์ โบสถ์ในต้นไม้แห่งเดียวในประเทศไทย
เช็กเลย ! 4 สไตล์ลายมือบอกโชคลาภฉบับเกาหลี คุณล่ะเป็นแบบไหน …
เปิดวาร์ป มูพระแม่ลักษมีอย่างไร? ให้ได้ทั้งคู่ ได้ทั้งเงิน!
เช็กดวงปี 69 ก่อนใคร ราคา 129 บาท ได้แล้ววันนี้ที่แอปพลิเคชัน MThai
รับฟรี! วอลเปเปอร์ 12 ราศี (เมื่อสมัครดูดวงรายปี 69)
📲 มือถือแอนดรอยด์
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mthai.app
📲 มือถือ ios ไอโฟน
https://apps.apple.com/gr/app/mthai-com/id471243201
