Omicron THE OPINION สายพันธุ์โอมิครอน โควิด-19

โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แพร่ได้เร็ว แต่อาจจะรุนแรงน้อยกว่า

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นสำคัญ

  • จากการค้นพบโควิด-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งในขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นก่อนหน้านี้
  • อย่างไรก็ตาม ในรายงานในประเทศแอฟริกาใต้ พบว่า แม้จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • แต่จำนวนผู้ป่วยหนัก ที่มีอาการรุนแรง และผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลกลับไม่พุ่งสูงขึ้นตามที่ประเมินไว้
  • ส่งผลให้นักวิจัย มองว่า โควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอนนี้ อาจจะสามารถแพร่ระบาดได้เร็วก็จริง แต่ความรุนแรงของโรคอาจจะไม่ได้รุนแรงเท่ากับสายพันธุ์ก่อนหน้านี้
  • อย่างไรก็ตาม ก็ยังถือเป็นข้อมูลชุดแรก ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงยังไม่สามารถดีใจ หรือวางใจได้ทั้งหมด

จากกระแสความหวั่นวิตกของการพบโควิด-19 ในสายพันธุ์ใหม่ โอไมครอน ที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า เชื้อในสายพันธุ์นี้ น่าจะมีความสามารถในการแพร่ระบาดได้เร็ว ทำให้ติดเชื้อกันได้ง่าย และเป็นวงกว้าง ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ พบการระบาดไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ป่วยที่ยืนยันผลการตรวจสายพันธุ์แล้ว เกือบ 1 พันราย และยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ตรวจสายพันธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่การระบาดอย่างประเทศแอฟริกาใต้

หลังจากการประกาศการค้นพบสายพันธุ์กลายพันธุ์ B.1.1.529 ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา และพบการกลายพันธุ์ในหลายตำแหน่ง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ นักระบาดวิทยา รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่างมีความกังวลเป็นอย่างมากจากตำแหน่งของการกลายพันธุ์จำนวนมากกว่า 50 ตำแหน่ง และ 32 ตำแหน่งเป็นการกลายพันธุ์ที่สไปร์โปรตีน หรือโปรตีนในส่วนหนามของไวรัส มากกว่าที่เกิดขึ้นในสายพันธุ์เดลต้าเท่าตัว

การเกิดการกลายพันธุ์ในหลายตำแหน่งจำนวนมาก ทำให้สร้างความกังวลไปทั่วโลกว่า น่าจะมีการระบาดเกิดขึ้นได้เร็ว – ติดซื้อซ้ำ – เลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี และยังไม่แน่ใจว่า จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักขึ้นหรือไม่

จากความกังวลทั้งหมดที่เกิดขึ้น เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง ข้อมูลมีมากขึ้น ทำให้การมาของสายพันธุ์โอมิครอนนี้ จะไม่รุนแรงอย่างที่คิด และนักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า หรือนี่ อาจจะเป็นอีกจุดเปลี่ยนให้โควิด-19 กลายเป็นโรคที่ไม่น่ากังวลอีกต่อไป

คำถามคือ “เพราะอะไร” ถึงคิดแบบนั้น

สถิติในพื้นที่ระบาดหนัก แต่ผู้ป่วยไม่หนัก

จากการรายงานครั้งแรกที่พบในจังหวัดกัวเต็ง ของประเทศแอฟริกาใต้ ที่พบการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ชื่อว่า โอมิครอนนี้ พบว่า มีอัตราการระบาดที่ค่อนข้างรวดเร็ว และทำให้มีการพบผู้ป่วยโควิด-19 ในสายพันธุ์นี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศแอฟริกาใต้ ได้เพียงไม่กี่วัน

จากเดิมในช่วงของการระบาดที่ผ่านมา สัดส่วนของการพบเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์เดลต้าจะพบเป็นสายพันธุ์หลัก ราว 70-80% ในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม แต่พอมาถึงในเดือน พฤศจิกายน สายพันธุ์ที่พบการระบาดหลัก กลับกลายเป็นสายพันธุ์โอมิครอนไปแล้ว

โดยเฉพาะในจังหวัดกัวเต็ง ของประเทศแอฟริกาใต้ แนวโน้มการระบาดในระลอกใหม่ที่กำลังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นนั้นเป็นสายพันธุ์โอมิครอนเป็นส่วนใหญ่ และรายงานในสัปดาห์ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

ซึ่งยอดล่าสุด ( 5 ธ.ค.) ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทสแอฟริกาใต้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เป็นการยืนยันความสามารถในการระบาดของโควิด-19 ในสายพันธุ์ Omicron นี้

แต่จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น จากรายงานของ South African Medical Research Council (SAMRC) ที่ได้ทำการเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอน ในเขต Tshwane จังหวัดกัวเต็ง ของแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอน พบว่า

ยอดผู้ป่วยในเขต Tshwane นั้น เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่วันหลังจากการยืนยันการพบโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอน และสูงมากทีเดียวเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา และแม้ว่า ในทุกเคสที่พบในเขต Tshwane จะไม่ได้มีการตรวจหาสายพันธุ์ แต่จากข้อมูลในการสุ่มตรวจที่เกิดขึ้น คาดการณ์ได้ว่า จำนวนผู้ป่วยส่วนใหญ่ในเขต Tshwane นี้ น่าจะเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอนเกือบทั้งสิ้น

จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทางทีมสำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในSteve Biko Academic and Tshwane District Hospitals (SBAH/TDH) ซึ่งเป็นสถานบริการที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 166 ราย ในช่วง 14 -29 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่แล้ว พบว่า

มีผู้ป่วยจำนวน 42 รายที่จำเป็นต้องแอดมินเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องให้ออกซิเจนแต่อย่างใด สามารถรักษาตัวได้ในวอร์ดปรกติ มีผู้ป่วยโควิด-19 เพียง 9 รายเท่านั้นที่จำเป็นต้องให้อ๊อกซิเจน นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวน 28 รายที่อยู่ในห้องปรกติ หรือ On Room Air นั้น เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการป่วยใด ๆ แต่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวด้วยอาการ หรือเหตุผลทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น รอการผ่าตัด

นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ป่วย 4 รายที่จำเป็นต้องให้ออกซิเจนด้วยเหตุผลอื่น เช่น ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลว(จากอาการอื่น) โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้ออื่น (Pneumocystis Pneumonia)

ซึ่งเมื่อแยกผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ในวอร์ดต่าง ๆ จำนวน 38 ราย ตามประวัติการได้รับวัคซีนพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีน

จากข้อมูลที่เกิดขึ้น ทีมวิจัยระบุว่า เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นในรอบก่อนหน้าทั้ง 3 ระลอก เนื่องจากมีผู้ป่วยที่ต้องดูแลใกล้ชิด 4 ราย และมีผู้ป่วย ICU เพียง 1 รายเท่านั้น โดยแพทย์-เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ระบุว่า ถือว่ามีจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าหากเทียบในระลอกที่ผ่าน ๆ มา ในขณะที่ช่วง 14 วันที่ผ่านมามีผู้ป่วย COVID ICU เพียง 2 รายเท่านั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ สามารถรักษาตัวในวอร์ดทั่วไปได้

ซึ่งในการสำรวจในโรงพยาบาลอื่น ๆ ในกัวเต็ง เช่นที่ Helen Joseph Hospital มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 37 รายรักษาตัวอยู่ โดย 31 รายอยู่ในหอผู้ป่วยปรกติ (Room Air) , Dr George Mukhari Academic Hospital มีผู้ป่วย 80 ราย มีเพียง 14 รายที่ต้องให้ออกซิเจน และมี 1 รายที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ผลการสำรวจข้อนี้ ทำให้ผู้สำรวจได้สรุปรายงาน โดยระบุว่า จำนวนของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการปอดอักเสบจากโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ มีจำนวนที่ค่อนข้างน้อยกว่าที่ผ่านมา วมไปถึงจำนวนผู้ป่วยอาการหนักและผู้ป่วยในห้องไอซียูนั้น ที่แตกต่างจากการระบาดในระลอกก่อนหน้าค่อนข้างชัดเจน

ซึ่งในรายงานข่าวในช่วงที่ผ่านมาของการพบโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนนั้น ในหลายประเทศก็มีรายงานส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันคือ พบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเบา เป็นหลัก (สรุปข่าวย้อนหลังเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ) ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์, สหรัฐฯ

ผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ หรืออาการเบา

ยอดติดเชื้อเพิ่ม อัตราตายไม่พุ่ง

นอกจากนี้ ตัวบ่งชี้ความรุนแรงของโรคอย่างหนึ่งคือ อัตราการเสียชีวิต ซึ่งในการระบาดในระลอกใหม่นี้ ในจังหวัดกัวเต็ง “ยังไม่พบผู้เสียชีวิตที่เสียชีวิตจากโควิด-19” อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยคาดว่า อาจจะมีความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากยอดผู้ป่วยรายใหม่ กับยอดผู้เสียชีวิต ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าก็ได้

แต่ในเวลานี้ ทางองค์การอนามัยโลก ระบุว่า แม้โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน จะมีความสามารถในการแพร่ระบาดได้เร็ว แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในายพันธุ์โอมิครอน

เช่นเดียวกับนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ก็ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เช่นกัน ผ่านทาง CNN ดดยระบุว่า จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ พบว่า สายพันธุ์โอมิครอน น่าจะไม่รุนแรงเช่นสายพันธุ์อื่น ๆ

เบาใจได้ แต่วางใจไม่ได้

แม้ในรายงานจากหลายประเทศ และหลายแหล่ง ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า เชื้อในสายพันธุ์โอมิครอนนี้ ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่อาจจะเป็นการสรุปที่เร็วไป เนื่องจาก

  • จำนวนข้อมูลของผู้ป่วยที่พบในขณะนี้ ยังไม่มากพอ โดยเฉพาะข้อมูลในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ
  • การระบาดเพิ่งเริ่มเกิดขึ้น และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง หากมีการระบาดมากขึ้น

ดังนั้น ณ ข้อมูลที่มีอยู่ในเวลานี้ จึงสามารถเบาใจได้ระดับหนึ่ง แต่ยังวางใจทั้งหมดไม่ได้ และมาตรการป้องกันส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็น การเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รวมถึงการรับวัคซีน ยังคงเป็นทางเลือกที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับการเผชิญหน้ากับโควิด-19 ในสายพันธุ์โอมิครอน รวมถึงสายพันธุ์กลายพันธุ์อื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอีกด้วย

นอกจากนี้ ในหลายประเทศยังคงกังวลกับจำนวนผู้ป่วยที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแม้ว่าเชื้ออาจจะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แต่ในกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ หากมีจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และถึงระดับที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับการระบาดได้ทัน ก็อาจจะนำมาสู่อัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งสถานการณ์ในแอฟริกาใต้ที่กำลังเผชิญอยู่ แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงนั้นมีอัตราส่วนไม่เยอะ แต่จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้จำนวนผู้ป่วยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน คิดเป็นราวกว่า 70% ของผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล


ที่มา

  • https://www.samrc.ac.za/news/tshwane-district-omicron-variant-patient-profile-early-features
  • https://www.nicd.ac.za/latest-confirmed-cases-of-covid-19-in-south-africa-5-december-2021/
  • https://www.nicd.ac.za/wp-content/uploads/2021/12/Update-of-SA-sequencing-data-from-GISAID-3-Dec-21-Final.pdf
  • https://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(21)02758-6/fulltext#

แท็ก: TELL , , , ,
WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

Back to school โรงเรียนกลับมา On-site วันแรก

Back to school โรงเรียนกลับมา On-site วันแรก

โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ทำการเปิดการเรียนการสอนแบบ On-site เป็นวันแรก

1 พันล้านโดส COVAX : เมื่อโลกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

1 พันล้านโดส COVAX : เมื่อโลกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

COVAX ประกาศจัดส่งวัคซีนแล้ว 1 พันล้านโดส ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้น....

กรมวิทย์ฯ เผย ยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิดในหลอดทดลองได้

กรมวิทย์ฯ เผย ยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิดในหลอดทดลองได้

กรมวิทย์ฯ ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์เดลตาของยาตำรับห้าราก และยาตำรับประสะเปราะใหญ่

รับมือโควิด! แพทย์ใหญ่ เปิด รพ.สนาม เตรียมรับสถานการณ์เตียงเต็ม โควิดระลอกใหม่

รับมือโควิด! แพทย์ใหญ่ เปิด รพ.สนาม เตรียมรับสถานการณ์เตียงเต็ม โควิดระลอกใหม่

ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ ปิดโรงยิม ผุดรพ.สนาม เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โควิด โอมิครอนระบาด ในเดือนมกราคม 2565 กรณีเตียง โรงพยาบาล – hospitel รร.โซลทวิน เต็ม เมื่อวันที่…

อภ. จำหน่ายชุดตรวจ ATK ราคา 35 บาทต่อชุด เริ่ม 14 ม.ค.65

อภ. จำหน่ายชุดตรวจ ATK ราคา 35 บาทต่อชุด เริ่ม 14 ม.ค.65

องค์การเภสัชกรรม จำหน่ายชุดตรวจATK โครงการ “ATK คุณภาพ เพื่อสังคมไทย” ราคา 35 บาทต่อชุด

กระตุ้นเข็ม 3 ด้วย แอสตร้าฯ – ไฟเซอร์ ได้ภูมิคุ้มกันเท่าไร?

กระตุ้นเข็ม 3 ด้วย แอสตร้าฯ – ไฟเซอร์ ได้ภูมิคุ้มกันเท่าไร?

ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช เผยผลการวิจัยเบื้องต้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิด PVNT50 ต่อสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอน

[Today Brief] โควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งต่อเนื่อง / สหรัฐฯ ป่วยหนักพุ่ง

[Today Brief] โควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งต่อเนื่อง / สหรัฐฯ ป่วยหนักพุ่ง

ประเด็นสำคัญ จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศเช่น สหรัฐฯ , ออสเตรเลีย ยอดผู้ป่วยอาการหนักกำลังเพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงระลอกก่อนหน้าแล้ว แม้ว่าโอมิครอนจะมีอาการเบา แต่จำนวนผู้ป่วยที่พุ่งขึ้นในช่วงสั้นทำให้เริ่มกระทบแล้ว ในสหรัฐฯ ผู้ที่ต้องเข้ารักษาตัวในรพ. มากกว่า 70% เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน…

นักวิทย์ยังสงสัย สายพันธุ์ Deltacron อาจแค่การปนเปื้อนในแล็บไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

นักวิทย์ยังสงสัย สายพันธุ์ Deltacron อาจแค่การปนเปื้อนในแล็บไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

ประเด็นสำคัญ ประเทศไซปรัสมีการรายงานพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ Deltacron ซึ่งระบุว่า เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์เดลต้า และโอมิครอน ในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันที่ชัดเจนอื่น ๆ เช่น แผนภูมิวิวัฒนาการ หรือ ลำดับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ที่เชื่อมโยงได้…

เตรียมเปิดศูนย์พักคอย พร้อมรับมือสถานการณ์ COVID-19

เตรียมเปิดศูนย์พักคอย พร้อมรับมือสถานการณ์ COVID-19

ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจความพร้อมการเปิดศูนย์พักคอย เกียกกาย เขตดุสิต รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19

X