ดอกบัว ประเพณีรับบัว วัดบางพลีใหญ่ใน ออกพรรษา

ประเพณีรับบัว มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ สายใยแห่งศรัทธา และมิตรภาพชาวบางพลี

ประเพณีรับบัวจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ซึ่งในปีนี้ วัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ จัดขึ้นช่วง 19 – 27 ตุลาคม 2569 โดยมีกำหนดการดังต่อไปนี้

Home / สมุทรปราการ / ประเพณีรับบัว มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ สายใยแห่งศรัทธา และมิตรภาพชาวบางพลี

ประเพณีรับบัว มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ สายใยแห่งศรัทธา และมิตรภาพชาวบางพลี

ประเพณีรับบัว

ประเพณีรับบัว วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลออกพรรษา ภาพของดอกบัวที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศเหนือสายน้ำ พร้อมเสียงเรียกทักทายและรอยยิ้มของผู้คนริมคลอง คือภาพอันงดงามที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ “ประเพณีรับบัว” แห่งอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และเป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา เพราะยังแสดงให้เห็นถึงน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความผูกพันระหว่างผู้คนกับสายน้ำ

ประเพณีนี้มีศูนย์กลางสำคัญอยู่ที่วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบางพลีและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากให้ความเคารพศรัทธา จนทำให้ประเพณีรับบัวกลายเป็นหนึ่งในงานประเพณีที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ

จุดเริ่มต้นของประเพณีรับบัว จากน้ำใจสู่ประเพณีอันทรงคุณค่า

หากย้อนกลับไปในอดีต บางพลีเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับคลองและการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา ในช่วงฤดูทำนา มีผู้คนจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพและอาศัยอยู่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือชาวมอญจากปากลัด ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอพระประแดง

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อถึงช่วงออกพรรษา ชาวมอญที่เข้ามาทำนาในบางพลีจะเดินทางกลับภูมิลำเนา และมักเก็บดอกบัวจากพื้นที่บางพลีกลับไปใช้ในการทำบุญทางศาสนา ชาวบางพลีจึงช่วยกันเก็บดอกบัวเตรียมไว้ให้ เพื่อแสดงน้ำใจและไมตรีจิตต่อผู้มาเยือน

ในระยะแรก ผู้คนอาจส่งมอบดอกบัวให้กันโดยตรง แต่เมื่อมีเรือสัญจรผ่านไปมาและอยู่ห่างกันมากขึ้น จึงเกิดการโยนดอกบัวให้กันจากฝั่งลงสู่เรือ จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “รับบัว” หรือ “โยนบัว” ที่รู้จักกันในปัจจุบัน

แม้เรื่องราวเกี่ยวกับจุดกำเนิดจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามคำบอกเล่า แต่สิ่งที่ทุกเรื่องสะท้อนตรงกันคือ ความมีน้ำใจของชาวบางพลีที่พร้อมแบ่งปันสิ่งที่ตนมีให้แก่ผู้อื่น นี่จึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ประเพณีนี้ยังคงมีความหมายมาจนถึงทุกวันนี้

หลวงพ่อโต

หลวงพ่อโต ศูนย์รวมศรัทธาของชาวบางพลี

หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของประเพณีรับบัว คือความศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามตามศิลปะสุโขทัย

ตามตำนานเล่าว่า หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาตามลำคลองสำโรง ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ ณ วัดบางพลีใหญ่ใน และนับแต่นั้นมาก็เป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง

ศรัทธาพุทธศาสนา

ในช่วงงานประเพณีรับบัว จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อโตองค์จำลองขึ้นประดิษฐานบนเรือที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แล้วแห่ไปตามลำน้ำ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ริมคลองและผู้ที่มาร่วมงานได้สักการะ พร้อมถวายดอกบัวด้วยการโยนลงไปในเรือ

โยนบัว

สำหรับผู้ร่วมงาน ดอกบัวแต่ละดอกจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องสักการะ แต่ยังเปรียบเสมือนตัวแทนของความตั้งใจดี ความศรัทธา และคำอธิษฐานที่ฝากไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เสน่ห์ของวันรับบัว เมื่อดอกบัวเชื่อมโยงผู้คนสองฝั่งคลอง

ภาพที่ทำให้ประเพณีรับบัวแตกต่างจากงานบุญทั่วไป คือการโยนดอกบัวลงในเรือขบวนแห่หลวงพ่อโต ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความคึกคักและความเป็นกันเอง

วัดบางพลีใหญ่ใน

เมื่อเรือขบวนแห่เคลื่อนมาตามคลอง ผู้คนสองฝั่งคลองต่างเตรียมดอกบัวไว้ในมือ บางคนยกมือไหว้ บางคนตั้งจิตอธิษฐาน และหลายคนพยายามโยนดอกบัวให้ลงไปในเรืออย่างตั้งใจ ภาพดอกบัวที่ลอยขึ้นกลางอากาศก่อนตกลงสู่เรือ กลายเป็นภาพประทับใจที่พบเห็นได้ในงานประเพณีนี้

โยนบัว

ตามความเชื่อของผู้ร่วมงาน หากสามารถโยนดอกบัวลงในเรือที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตได้ ก็จะเป็นสิริมงคลและช่วยให้คำอธิษฐานที่ตั้งใจไว้สมปรารถนา ความเชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของศรัทธาที่สืบทอดกันมา และทำให้ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมประเพณีด้วยความตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม ความงดงามของประเพณีรับบัวไม่ได้อยู่ที่การโยนดอกบัวให้ลงเรือได้สำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้ร่วมทำบุญ แสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา และแบ่งปันความสุขกับผู้คนรอบข้าง

โยนบัว

วันสำคัญที่รวมพลังของชุมชน

ประเพณีรับบัวจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยวันรับบัวตามประเพณีตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ส่วนกำหนดการจัดงานและกิจกรรมในแต่ละปีอาจแตกต่างกันไปตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปีนี้ วัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ จัดขึ้นช่วง 19 – 27 ตุลาคม 2569

งานประเพณีรับบัว โยนบัว 2569 วัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ

22 ตุลาคม 2569 : พิธีเปิดงานประเพณีรับบัว 2569

23 ตุลาคม 2569 : งานประเพณีรับบัว พิธีแห่องค์หลวงพ่อโตทางรถ

24 ตุลาคม 2569 : พิธีแห่องค์หลวงพ่อโตทางเรือ ตักบาตรทางเรือ และการแข่งขันเรือพาย

  • เวลา 06.00 น. ตักบาตรทางเรือ
  • เวลา 08.00 น. แห่หลวงพ่อโตทางเรือ
  • เวลา 10.00 น. แข่งขันเรือพาย

25 ตุลาคม 2569 วันโยนบัว : พิธีโยนบัวสักการะองค์หลวงพ่อโตอันศักดิ์สิทธิ์ริมคลองสำโรง และการประกวดขบวนเรือสวยงาม (เริ่มเวลาประมาณ 07.00 น.)

26 ตุลาคม 2569 : วันออกพรรษา 2569

27 ตุลาคม 2569 : ตักบาตรเทโวโรหณะ

นอกจากพิธีแห่หลวงพ่อโตและการโยนดอกบัวแล้ว ภายในงานยังอาจมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

งานประเพณีนี้จึงเป็นพื้นที่ที่คนหลายวัยได้มาพบปะกัน ผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นใหม่ ขณะที่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ว่าประเพณีที่ตนเห็นในวันนี้มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คนในชุมชน

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ประชาชนร่วมกันจัดเตรียมสถานที่ ตกแต่งบ้านเรือน และเข้าร่วมกิจกรรม ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

พระพุทธศาสนา

ประเพณีรับบัว คุณค่าที่มากกว่าความเชื่อ

เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้ง ประเพณีรับบัวมีคุณค่ามากกว่าความสวยงามของขบวนเรือหรือพิธีกรรมทางศาสนา เพราะเป็นภาพสะท้อนของคุณค่าหลายประการที่สังคมสามารถนำมาปรับใช้ได้เสมอ

  • ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จุดเริ่มต้นจากการแบ่งปันดอกบัวให้แก่ผู้มาเยือน สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งของเล็กน้อยที่มอบให้ด้วยความเต็มใจสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คนได้
  • การอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว เรื่องราวของประเพณีแสดงให้เห็นถึงการพบปะและช่วยเหลือกันของผู้คนต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม และต่างวิถีชีวิต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
  • ศรัทธาและการทำความดี การถวายดอกบัวและการร่วมพิธีเป็นโอกาสให้ผู้คนได้แสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา พร้อมทบทวนจิตใจและตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
  • การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การสืบทอดประเพณีจากรุ่นสู่รุ่นช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้ฝากไว้

ด้วยคุณค่าเหล่านี้ ประเพณีรับบัวจึงได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สะท้อนความสำคัญของประเพณีในฐานะมรดกที่มีชีวิต ซึ่งชุมชนยังคงร่วมกันสืบสานและส่งต่อ

ประเพณีไทย

ร่วมสัมผัสประเพณีรับบัว เรียนรู้วิถีไทยผ่านสายน้ำ

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของประเพณีไทย ประเพณีรับบัวที่วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ผู้มาเยือนสามารถชมขบวนแห่หลวงพ่อโต สังเกตวิถีชีวิตของชุมชนริมคลอง และสัมผัสบรรยากาศการทำบุญที่ผสมผสานความศรัทธาเข้ากับความสนุกสนานได้อย่างกลมกลืน

หากมีโอกาสเข้าร่วมงาน ควรติดตามกำหนดการจากหน่วยงานท้องถิ่นล่วงหน้า แต่งกายสุภาพ เคารพสถานที่ทางศาสนา และร่วมกิจกรรมด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณริมน้ำและจุดที่มีผู้คนหนาแน่น

สิ่งสำคัญคือ การมาเยือนงานประเพณีรับบัวไม่จำเป็นต้องจบลงเพียงการถ่ายภาพหรือการขอพร แต่ควรเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังประเพณี และเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่สืบทอดกันมายาวนาน

ดอกบัว

ดอกบัวหนึ่งดอก กับความหมายที่ส่งต่อได้ไม่รู้จบ

ประเพณีรับบัวแห่งวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวอย่างที่งดงามของการนำวิถีชีวิตเรียบง่ายมาหลอมรวมกับความศรัทธา จนเกิดเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าต่อชุมชน

ดอกบัวที่ถูกโยนจากฝั่งลงสู่เรืออาจเป็นเพียงดอกไม้ดอกหนึ่งในสายตาของผู้พบเห็น แต่สำหรับประเพณีรับบัว ดอกบัวนั้นกลับมีความหมายมากมาย ทั้งการแบ่งปัน มิตรภาพ ความเคารพศรัทธา และความปรารถนาดีที่ผู้คนมีให้แก่กัน

แม้วันเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่หากชาวบางพลียังคงร่วมมือกันรักษาประเพณีนี้ไว้ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ประเพณีรับบัวก็จะยังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมเห็นว่า วัฒนธรรมที่งดงามที่สุด ไม่ได้เกิดจากพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากน้ำใจของผู้คนที่ช่วยกันรักษาและส่งต่อความดีงามจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง

ขอบคุณภาพประกอบจาก MONO NEWS

เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กราบหลวงพ่อโต ขอพรสุขภาพ แคล้วคลาดปลอดภัย วัดบางพลีใหญ่ใน
ไหว้พระ 5 วัด สมุทรปราการ สะสมบุญ เพิ่มมงคลชีวิต
มาลัยรัดเกล้า ปากคลองตลาดแฮร์สไตล์ ซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ วัยรุ่น GEN Z

ช่องทางสมัครแอปพลิเคชัน MTHAI
มือถือแอนดรอยด์ : https://play.google.com/store/apps/details
มือถือ iOS ไอโฟน : https://apps.apple.com/gr/app/mthai-com/id471243201

โปรโมท