คดีค้ามนุษย์ ค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ โรฮิงญา

6 ปี คดีค้ามนุษย์ ‘ชาวโรฮิงญา’ กับความอำมหิตของขบวนมืด

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเด็นคดีค้ามนุษย์ “โรฮีนจา” ถูกพูดถึงอีกครั้งหลัง รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายทั่วไปถึงคดีดังกล่าว ถึงความไม่ชอบธรรม
  • มีการเปิดเผยข้อมูลของทาง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา จนนำไปสู่การข้อลี้ภัย
  • ตำรวจสรุปคดีค้ามนุษย์ “โรฮีนจา” ผู้ต้องหาในคดีนี้ จำนวน 155 ราย จับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 120 ราย เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม จำนวน 33 คน
  • ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 7 ปีที่แล้ว หรือ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ศพผู้เสียชีวิตและศพที่ถูกฝังไว้อย่างอเนจอนาถรวมกว่า 30 ศพ ของ ‘ชาวโรฮิงญา’ ที่ถูกพบบริเวณแคมป์คนงานกลางป่าบนเขาแก้ว ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีการลักลอบนำชาวโรฮิงญามาหลบซ่อนบริเวณค่ายกักกันดังกล่าว เพื่อรอส่งต่อไปยังประเทสที่สาม ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ ‘ขบวนการค้ามนุษย์’

ภายหลังจากนั้นไม่กี่วันทางเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นพื้นที่โดยรอบของเทือกเขาแก้ว ซึ่งพบหลุมศพเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ร้อนไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาล คสช. ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ขณะนั้น นั่นก็คือ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เซ็นคำสั่งย้ายผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และ 5 เสือ สภ.ปาดังเบซาร์ รวมทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ค่ายกักกันดังกล่าว มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบผู้อยู่เบื้องหลังของกระบวนการดังกล่าว มีความเชื่อมโยงไปถึง ตำรวจ ทหาร ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าว

การเข้ามอบตัวของ พลโทมนัส คงแป้น

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2558 พลโทมนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก (ยศตำแหน่ง ณ ขณะนั้น) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีนี้ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายหลังถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา

ต่อมาทางพลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกคำสั่งพักราชการ พลโทมนัส คงแป้น หลังถูกดำเนินคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา นอกจากนี้ทาง ป.ป.ง. ได้ยึดทรัพย์ในบัญชีอีก 4 ล้านบาท รวมทั้งมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินเข้าออกหลายครั้งมีเงินหมุนเวียนมากถึง 20-30 ล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกระบวนการในชั้นศาลพลโทมนัส คงแป้น พร้อมพวกรวม 103 คน ถูกพิจารณาพิพากษาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ โดยพลโทมนัส ถูกดำเนินคดีค้ามนุษย์และฟอกเงิน ซึ่งศาลได้ตัดสินทั้ง 2 คดีให้จำคุกเป็นเวลา 40 ปี และ 80 ปี ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ทางกรมราชทัณฑ์ได้เปิดเผยว่าพลโทมนัส คงแป้น ได้เสียชีวิต ซึ่งในประเด็นนี้ทางด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยเปิดเผยถึงผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ว่า เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเสียชีวิตอย่างปริศนาแต่อย่างใด

รังสิมันต์ โรม ชำแหละคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ปี 2558

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ในประเด็นเกี่ยวกับคดีการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเมื่อปี 2558 กรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ที่ถูกกลั่นแกล้งและถูกขัดขวางในกระบวนการสืบสวนสอบสวน

ซึ่งได้มีการเผยแพร่เอกสารคำให้การ หรือ Statutory Declaration ของ พล.ต.ต.ปวีณ ต่อทางการของประเทศออสเตรเลียเพื่อใช้ในการขอลี้ภัย เป็นกระบวนการตามกฎหมายของออสเตรเลีย ให้การโดยสาบานว่าเป็นความจริง และได้รับการยอมรับจากประเทศปลายทางแล้ว

ข้อมูลในเอกสารคำให้การพบว่า พล.ต.ต.ปวีณ ในขณะทำคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา เมื่อปี 2558 ถูกขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวน มีการปิดบังพยานหลักฐานต่าง ๆ แม้กระทั่งการออกหมายจับนายทหารบกเพิ่มอีก 3 นาย ทหารเรืออีก 1 นาย แต่เมื่อรายงานผู้บังคับบัญชา กลับถูกตำหนิและสั่งให้เก็บหมายจับทหารไว้

มิหนำซ้ำ พลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาสายตรงของ พล.ต.ต.ปวีณ ที่รับผิดชอบคดีค้ามนุษย์ กลับถูกย้ายออกนอกสังกัดตำรวจไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่มีคุณสมบัติเป็น แคนดิเดต ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลำดับถัดไป ณ เวลานั้น

แม้ทีมงานสืบสวนคดีค้ามนุษย์ของ พล.ต.ต.ปวีณ จะถูกกดดันรอบทิศทาง แต่ก็สามารถสรุปสำนวนและส่งฟ้องศาลได้สำเร็จภายในเวลาอันจำกัด โดยมีเอกสาร 699 แฟ้ม เกือบ 3 แสนแผ่นกระดาษ สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ถึง 153 คน

คดีนี้เหมือนจะจบลงด้วยดี แต่…..

ในกระบวนชั้นศาลคดีนี้สามารถพิจารณาไปจนถึงศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษไปถึง 75 คน แต่นั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ปลอดภัยในชีวิตของ พล.ต.ต.ปวีณ ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ได้อนุมัติให้ย้าย พล.ต.ต.ปวีณ จากรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปรักษาราชการอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

นั้นหมายความว่าเป็นการส่ง พล.ต.ต.ปวีณ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงจากขบวนการค้ามนุษย์ ที่สำคัญคือเป็นเขตอิทธิพลของทหารที่ไม่พอใจ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เสียผลประโยชน์จากคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

ภายหลังมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ปวีณ พยายามขอผู้บังคับบัญชาให้ทบทวนคำสั่งย้าย แต่ก็ไม่เป็นผล ยังคงยืนยันคำสั่งเดิมคือให้ย้ายไปรักษาราชการอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นจึงป็นเหตุทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 จนนำไปสู่การขอลี้ภัยไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อความปลอดภัยในชีวิต

เสียงจาก พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

“นานแล้วกว่า 6 ปี กับอีก 3 เดือน ที่ผมต้องหลบหนีออกนอกประเทศ จากการปฏิบัติหน้าที่ จนถูกกลั่นแกล้งและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม” คำพูดของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ ที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 2558

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ แม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นการสร้างเรื่องวางแผนเพื่อจะไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พล.ต.ต.ปวีณ ต้องยื่นเอกสารทำการลี้ภัยไปยังประเทศออสเตรเลีย ต้องมาใช้ชีวิตในต่างแดน อีกทั้งต้องเรียนรู้การใช้ภาษา การหาอาชีพเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในออสเตรเลียให้ได้

ถ้าวันนั้นประเทศไทยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และผู้บริหารประเทศทุกระดับมองเห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติมากว่านี้ ปล่อยให้กระบวนยุติธรรมดำเนินการไปอย่างเที่ยงตรง ประกอบกับอายุราชการอีก 3 ปี ในช่วงเวลานั้น มั่นใจว่าจะสามารถสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังตัวการใหญ่ของขบวนการค้ามุษย์ได้อีกหลายคนอย่างแน่นอน

พร้อมอยากฝากไปถึงเพื่อน พี่น้อง ข้าราชการตำรวจ จะต้องประสบพบเจอระบบการบริหารจัดการที่เลวร้าย ไม่เป็นธรรม เช่นเดียวกับสมัยที่ตนเคยปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการอยู่นั้น ซึ่งเชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี้ ก็ยังคงไม่มีความแตกต่างจากครั้งนั้นมากหนัก โดยมองว่าอาจจะเลวร้ายกว่าในยุคก่อนเสียอีก

“ขอให้ทุกคนพึงตระหนักในหน้าที่ ที่ทำเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ ผู้มีอำนาจ โดยยึดหลักทางกฎหมาย และสิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงพี่น้อง ข้าราชการตำรวจ คือ ต้องมีความซื่อสัตย์และเที่ยงตรงต่อวิชาชีพของตนเอง ทุกสิ่งต้องกระทำอยู่ในความถูกต้องของกฎหมาย การสืบสวนสอบสวน การหาพยานหลักฐานต่าง ๆ ต้องได้มาอย่างถูกต้อง ไม่เป็นการกลั่นแกล้งใคร

หากไม่ยึดปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ ความน่าเชื่อถือต่อตัวบุคคลและองค์กรตำรวจ ก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี จะก็ไม่มีคุณค่า”

‘บิ๊กตู่’ ชี้ หาก พล.ต.ต.ปวีณ ไม่ได้รับความเป็นธรรรม ในกลับมาพิสูจน์ความจริง

ภายหลังมีการพูดถึงคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาอีกครั้ง รวมถึงการปรากฏข้อมูลของทาง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 หัวหน้าชุดสืบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางนายกฯ ได้ให้ความเห็นว่า ก็ขอให้กลับมาประเทศไทย กลับมาต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่เคยบีบหรือบังคับให้ออกนอกประเทศ แต่เป็นการสมัครใจไปเอง

ถ้าหากมั่นใจว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกกลั่นแกล้งในขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ เวลานั้น ก็สามารถมายื่นร้องเรียนได้ตามกฎหมาย แต่หากไม่เป็นความจริงก็มีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องกลับได้เช่นกัน

ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกต ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังของพลโทมนัส คงแป้น เพิ่มเติมหรือไม่นั้น มองว่าควรมีหลักการและพยานหลักฐานในการระบุที่ชัดเจนได้ ไม่ใช่การพูดแต่ปากเปล่า ซึ่งคดีนี้ก็มีการตัดสิน และอยู่ในกระบวนการของชั้นศาลอยู่แล้ว

ตำรวจสรุปคดีค้ามนุษย์ ‘โรฮิงญา’ ปี 2558

คดีค้ามนุษย์ “โรฮีนจา” พื้นที่ สภ.ปาดังเบซาร์ จว.สงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.58 คดีนี้เป็นคดีที่เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ต่อมาอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจและฝ่ายอัยการ เป็นคณะพนักงานสอบสวน ร่วมทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาค้ามนุษย์, อาชญากรรมข้ามชาติ และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ จำนวน 155 ราย จับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 120 ราย เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม จำนวน 33 คน ในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้ว ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปแล้วหลายราย

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม หากท่านใดมีข้อมูลหรือเบาะแสเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ ที่สามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่ม ก็ขอได้โปรดแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกรายโดยไม่มีละเว้น

อย่างไรก็ตามคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาในปี 2558 ถือได้ว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่าการค้ามนุษย์ในประเทศไทยยังคงมีการถูกจับ ดำเนินคดีกันมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่ปรากฏอยู่บนสื่อต่าง ๆ โดยขบวนการเหล่านี้จะไม่สามารถดำเนินการได้หากไม่ได้รับ หรือเปิดทาง จากทางเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว เพียงเพื่อรับผลประโยชน์ หรือ ‘ส่วย’ ซึ่งไม่ได้มองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มิเช่นนั้นอาจจะไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม รวมถึงนานาประเทศ

“มันคุ้มหรือ…. หากยอมทำที่สิ่งผิด เพียงเพื่อแลกกับ เงิน”


ข้อมูล

  • www.moveforwardparty.org
  • https://www.facebook.com/rangsimanrome
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แท็ก: TELL , , , ,
WRITER

RELATED

ตำรวจแถลงจับ ‘โกลัก’ เจ้าของอาบอบนวดนาตารี

ตำรวจแถลงจับ ‘โกลัก’ เจ้าของอาบอบนวดนาตารี

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลการจับกุม 'โกลัก' อดีตเจ้าของอาบอบนวด “นาตารี”

ราชทัณฑ์ แจงกรณีการเสียชีวิตของ “พลโทมนัส คงแป้น” ผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์

ราชทัณฑ์ แจงกรณีการเสียชีวิตของ “พลโทมนัส คงแป้น” ผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงพลโทมนัส คงแป้น นักโทษคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา เสียชีวิตเนื่องจากเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

“ซูจี” ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

“ซูจี” ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

  บีบีซี รายงานข่าวนางออง ซาน ซู จี ปฏิเสธข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์ บีบีซี รายงานว่า นาง อองซาน ซูจี…

ศาลนัดฟังคำพิพากษา ‘หญิงไก่’ คดีแจ้งความเท็จใส่ร้ายสาวใช้

ศาลนัดฟังคำพิพากษา ‘หญิงไก่’ คดีแจ้งความเท็จใส่ร้ายสาวใช้

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการ ฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ ‘หญิงไก่’ อายุ 62 ปี ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพืี่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา จากกรณีหญิงไก่ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ว่าสาวใช้ลักเอาทรัพย์สิน…

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หญิงไก่ คดีค้ามนุษย์

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หญิงไก่ คดีค้ามนุษย์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง “หญิงไก่” คดีค้ามนุษย์ ชี้การกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์ ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหม รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 ก.พ. 2562) ศาลอุทธรณ์ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมณตา…

อีกมุมหนึ่งของวิกฤต ‘โรฮิงญา’ ชนชาติที่ ‘ไม่มีใครต้องการ’

อีกมุมหนึ่งของวิกฤต ‘โรฮิงญา’ ชนชาติที่ ‘ไม่มีใครต้องการ’

แก้ปม ‘เกมตีปิงปอง’ ถกปัญหา เพราะเหตุใดชาวโรฮิงญา จึงไม่เป็นที่ต้องการจากชาติใดๆในโลก หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางทีมข่าว MThai ได้มีการนำเสนอเรื่องราว เกี่ยวกับที่มาของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวโรฮิงญา หรือโรฮีนจา ว่าถ้าหากย้อนไป ภูมิลำเนาดั้งเดิมในช่วงของยุคล่าอาณานิคม ที่อังกฤษ ได้ยึดครองอินเดียไว้เป็นเมืองขึ้น…

X