กาลครั้งหนึ่ง คุกลับ เรือนจำกวนตานาโม

20 ปี “เรือนจำอ่าวกวนตานาโม” คุกสุดฉาวของสหรัฐอเมริกา

คัดลอก URL แล้ว

“กฎหมายก็เหมือนกับอวกาศ
รู้ว่ามี แต่กี่คนที่ได้สัมผัส”

นั่นคือคำกล่าวที่ผู้ถูกคุมขังในเรือนจำกวนตานาโมแห่งนี้บอกเล่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนจำแห่งนี้

คุกแห่งอ่าวกวนตานาโม เป็นหนึ่งในสถานที่สุดฉาวของสหรัฐอเมริกา ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอ้างว่า เพื่อใช้ในการกักกัน คุมขังนักโทษระดับ “อันตรายสูงที่สุดในโลก” ในสงครามต่อสู้กับการก่อการร้าย ในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 โดยคำสั่งของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เพื่อใช้ในการคุมตัวผู้ถูกคุมขัง และคุกแห่งนี้ เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2002 เหรือเมื่อ 20 ปีก่อน

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี คุกแห่งนี้ ถูกกล่าวถึงในเรื่องของความอื้อฉาวอย่างต่อเนื่อง จากเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลผู้ถูกคุมขังที่เข้าถูกนำตัวมายังสถานที่แห่งนี้

หลายรายเป็นผู้ต้องสงสัยที่ถูกนำมาขัง โดยไม่มีการไต่สวน
หลายรายถูกทรมานให้รับสารภาพในความผิดต่าง ๆ
หลายคนฆ่าตัวตาย

ที่มาที่ไป และความลักลั่นของคุกที่ถูกเรียกว่า “หลุมดำของกฎหมาย”

หลังจากจบสงครามปลดปล่อยคิวบา จากสเปน ในช่วงปี 1868 ซึ่งสหรัฐฯ เข้าไปมีบทบาทในการแทรกแซงสถานการณ์ในคิวบา และลุกลามเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับสเปน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วสเปนก็ปราชัยในศึกนี้ และช่วยให้คิวบาเป็นเอกราช แลกมาด้วยการที่ให้สหรัฐฯ สามารถเช่า-ซื้อ ดินแดนบางส่วนในบริเวณอ่าวกวนตานาโม ซึ่งต่อมากลายเป็นสัญญาเช่าแบบถาวร ที่ชาวคิวบาเอง ไม่พอใจมากทีเดียว แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

ทหารสหรัฐฯ กำลังนำธงชาติสหรัฐฯ ขึ้นสู่ยอดเสา
บริเวณอ่าวกวนตานาโม, คิวบา เมื่อปี 1898
(ภาพ – Library of Congress)

พื้นที่อ่าวกวนตานาโม จึงถูกใช้เป็นฐานทัพเรือของสหรัฐฯ นับตั้งแต่นั้นมาอย่างถาวร และเป็นพื้นที่คิวบา มีสิทธิในอำนาจในตัวของพื้นที่อ่าวกวนตานาโมแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ข้อตกลงกลับระบุให้ สหรัฐฯ “มีอำนาจศาล” เป็นของตัวเองในพื้นที่นี้ด้วยเช่นกัน พูดง่าย ๆ คือ ตัวที่ดิน ยังคงเป็นพื้นที่ของประเทศคิวบา แต่ขอบเขตอำนาจศาล กลับเป็นของสหรัฐฯ

ปัญหาความลักลั่นที่เกิดขึ้น ทำให้พื้นที่แห่งนี้ ถูกมองว่า “หลุมดำของกฎหมาย” จากความคลุมเครือของอำนาจอธิปไตยและอำนาจศาลที่เกิดขึ้น และต่อมาเมื่อ13 พ.ย. 2001 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ประกาศคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการสร้างสถานที่ควบคุมตัว รักษา และพิจารณาคดีของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ ในสงครามการต่อต้านการก่อการร้าย หลังจากเหตุการณ์ 911 หรือ เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมครั้งประวัติศาสตร์ 11 กันยา 2001

และสาเหตุที่สหรัฐฯ เลือกพื้นที่แห่งนี้ เพราะความคลุมเคลือในแง่ของข้อกฏหมาย อำนาจศาล และอธิปไตย ที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถดำเนินการบ้างอย่างโดยไม่ต้องมีประเด็นทางด้านกฏหมายเหมือนกับการสร้างเรือนจำในแผ่นดินสหรัฐฯ เนื่องจาก ดินแดนดังกล่าว “ไม่ใช่แผ่นดินสหรัฐฯ” นั่นเอง

ภาพถ่ายดาวเทียม บริเวณฐานทัพสหรัฐฯ ที่อ่าวกวนตานาโม

และวันที่ 11 มกราคม 2002 ผู้ถูกคุมขัง 20 รายแรกของสหรัฐฯ ก็เดินทางมาถึงค่ายกักกันแห่งนี้ ภายใต้ข้อยกเว้นทางกฎหมายต่าง ๆ นานา เช่น ไม่ถือว่าเป็นเชลยศึก, ไม่มีสิทธิภายใต้อนุสัญญาเจนีวา, ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ เพราะไม่มีดินแดนของสหรัฐฯ

แต่สหรัฐฯ มีอำนาจศาลในดินแดนแห่งนี้ที่จะควบคุม คุมขัง สอบสวนผู้ถูกคุมขัง-ผู้ต้องสงสัย ท่ามกลางข้อครหาต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะประเด็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน

พื้นที่ของคุกอ่าวกวนตานาโมแห่งนี้ แบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ เช่น

Camp X-Ray

ซึ่งเป็นพืนที่แรก จำนวน 311 ห้องขัง มีรั้วลูกกรง ลวดหน้ามหลายชั้นและมีทางเดินทางที่ซับซ้อน เพื่อป้องกันการหลบหนี ชิงตัวผู้ถูกคุมขัง และมันถูกเปรียบเทียบว่า สภาพไม่ต่างจากกรงขังสุนัข

Camp DELTA

เป็นพื้นที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ถูกคุมขัง โดยในบริเวณจะมีประกอบไปด้วย แคมป์ 1-2-3 โดยพื้นที่นี้นอกจากจะเป็นพื้นที่กักกัน – คุมขังผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยแล้ว ยังเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ใช้เป็นห้องพูดคุยระหว่างผู้ถูกคุมขังและทนายอีกด้วย

โดยจะเรียงลำดับตามระดับความปลอดภัย-ความมั่นคง โดยแคมป์ 3 สำหรับผู้ที่ให้ความร่วมมือต่าง ๆ กับการสอบสวน ก็จะถูกย้ายไปยังแคมป์ 2 และหากยังคงประพฤติตัวดี ก็จะได้รับการย้ายไปยังบริเวณแคมป์ 1

แคมป์เดลต้า เมื่อปี 2002

Camp Echo

เป็นพื้นที่คุมตัวผู้ถูกคุมขังที่ไม่สามารถนำไปขังร่วมกับโซนอื่น ๆ ได้ เป็นห้องขังขนาดเล็กที่มีห้องน้ำในตัว ซึ่งสาเหตุที่แยกขังนั้นมาจากสาเหตุบางประการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ต้องขังมีอาการป่วย, ผิดปรกติ หรือมีความพยายามฆ่าตัวตาย หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่ให้ผู้ต้องขังสามารถพูดคุยกับผู้คุม – ทนายได้ง่าย แต่แน่นอนมันก็มีประเด็นอื่น ๆ ของการละเมิดสิทธิของนักโทษด้วยเช่นกัน

แคมป์เอคโค่

แคมป์ 4

เป็นพื้นที่ควบคุมตัวก่อนที่จะมีการปล่อยตัว หรือเป็นผู้ถูกคุมขังที่มีอัตรายน้อยที่สุด

พื้นที่บริเวณแคมป์ 4
(ภาพ – Defense Visual Information Distribution Service)

แคมป์ 5

พื้นที่คุมขังที่ถูกสร้างเสร็จในปี 2004 มูลค่าเกือบ 60 ล้านบาท และเป็นพื้นที่ความมั่นคงสูงสุด สำหรับผู้ถูกคุมขังที่ถูกระบุว่า อันตรายมากที่สุด หรือผู้ถูกคุมขังคนสำคัญมากที่สุด มีเจ้าหน้าที่เฝ้าหนาแน่นมากที่สุด

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับผู้ที่ถูกควบคุมตัวใน Camp 5 เกี่ยวกับเรื่องอาหาร
(ภาพ – Defense Visual Information Distribution Service)

Camp 5 Echo

เป็นพื้นที่ลงโทษทางวินัยสำหรับผู้ต้องขับที่ฝ่าฝืนข้อตกลงในการควบคุมตัวจากแคมป์ที่ 5 และ 6 หรือพูดง่าย ๆ คือ พื้นที่ลงโทษสำหรับผู้ต้องขังที่ไม่ปฏิบัติตาม

Camp 6

เป็นพื้นที่สำหรับผู้ถูกคุมขังทั่วไป โดยพื้นที่นี้จะมีความปลอดภัย ความเข้มข้นต่ำกว่าแคมป์ 5 อยู่ในระดับกลาง เทียบเท่ากับเรือนจำระดับกลางของสหรัฐ มีพื้นที่ส่วนกลางที่ให้รับประทานอาหารร่วมกัน ร่วมกันทำพิธีทางศาสนาได้ มีลานนันทนาการให้ได้เล่นกีฬา หรือออกกำลังกายได้ รวมถึงการมีหนังสือ DVD ให้ดูได้อีกด้วย

พื้นที่ในแคมป์ 6
(ภาพ – Defense Visual Information Distribution Service)

เรือนจำกวนตานาโมอ่าวกวนตานาโม กับข่าวฉาวกระฉ่อนโลก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ถูกคุมขังหรือผู้ต้องสงสัยที่ถูกส่งมากักกันไว้ ณ ที่แห่งนี้ ถูกจัดอันดับให้เป็นกลุ่มผู้ถูกคุมขังที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในระดับสูง ส่วนใหญ่เป็น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม อัลกอิดะห์ ตาลิบาน ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ถูกระบุว่า “ผู้ก่อการร้าย”

แต่อีกหลายคนกลับมีสถานะเป็นเพียง “ผู้ต้องสงสัย” ที่อาจจะมีชื่ออยู่ในเอกสารสักชุดหนึ่งที่ถูกค้นพบในที่พักของผู้ต้องสงสัยรายอื่นในการก่อการร้าย และเมื่อเดินทางมาถึง สิ่งที่ได้รับ ไม่ใช่การสอบสวน แต่เป็นการกักกันโดยไม่มีการสอบสวน

หากการถูกคุมตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมากักขังเป็นเรื่องที่รุนแรงแล้ว แต่การถูกกักขัง “โดยไม่มีการสอบสวน” กลับเป็นเรื่องที่ถือว่าละเมิดสิทธิ์ แต่ในทางกลับกัน การสอบสวนที่เกิดขึ้นใน คุกกวนตานาโมแห่งนี้ กลับเป็นเรื่องที่อื้อฉาวไม่แพ้กัน

อเดย์ฟี กับหนังสือ
ภาพ – Mansoor Adayfi

มันซูร์ อเดย์ฟี หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม และ CIA ได้นำถุงคลุมหัว ก่อนนำตัวไปยังคุกที่อ่าวกวนตานาโมแห่งนี้ ท่ามกลางผู้ถูกคุมขังที่ถูกควบคุมตัวอีกนับร้อยคน เนื่องจากเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับกลุ่มอัลกออิดะห์ หลังจากนั้นเขาก็ถูกขังอยู่ที่นี่ 14 ปี โดยได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2016

“ในฐานะนักโทษ ทำให้เราสูญเสียเวลาในชีวิตไปหลายปี ซึ่งนั่นไม่ใช่เพียงแค่เวลา แต่เราสูญเสียทุกสิ่งไปด้วย

ครอบครัวได้รับผลกระทบ และในกรณีของผม ครอบครัวไม่รู้เลยว่า ผมหายไปไหน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ปี”

อเดย์ฟี กล่าวกล่าวกับสำหรับข่าว RT ของรัสเซีย โดยระบุว่า ผู้ถูกคุมขังส่วนใหญ่ในคุกแห่งนี้ ไม่ได้มีความสัมพันธุ์ที่แท้จริงกับกลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ อ้างถึง แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นเพียง “ผู้ต้องสงสัย” ที่มีผู้เข้าไปแจ้งกับทางการสหรัฐฯ เพื่อต้องการ “รางวัลนำจับ” เท่านั้น เพราะสหรัฐฯ ได้โปรยใบปลิวจำนวนมากที่ระบุว่า จะให้รางวัลกับผู้ที่ให้เบาะแสผู้ก่อการร้าย และ อเดย์ฟี ก็กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เกิดขึ้นจากการ “รางวัล” ที่ล่อตาล่อใจเหล่านั้น

และตลอดเวลา 14 ปีในห้องขังเล็ก ๆ ที่จะมีเสียงดังตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกคุมขังพูดคุยกัน แม้กระทั่งเวลาพักนอกห้องขัง ก็ไม่ได้รับอนุญาติให้พูดคุยกัน อเดย์ฟีระบุถึงเพื่อนต่างสายพันธุ์อย่างอิกัวนา ที่เขามักจะไปนั่งคุยด้วยในช่วงเวลาพักผ่อนที่ได้รับอนุญาต

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกคุมขัง-ผู้ต้องสงสัยจำนวน 779 ราย ที่ถูกนำมาควบคุมตัวไว้ที่คุกกวนตานาโมแห่งนี้ แต่นั่นเป็นเพียงยอดที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการเท่านั้น และยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า มีผู้ที่ไม่อยู่ในรายชื่อนั้นหรือไม่?

มีผู้เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวทั้งหมด 9 ราย ซึ่งถึงปัจจุบันนี้ ยังคงมีผู้ถูกคุมขังอีกราว 40 ราย ที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในคุกกวนตานาโมแห่งนี้ โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นการฆ่าตัวตาย และในตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ก็มีรายงานอย่างต่อเนื่องถึงความพยายามในการฆ่าตัวตายของผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่

“หากถามว่า ช่วงอายุ 20 ปีคุณใช้ชีวิตอย่างไร ผมได้แต่สงสัยว่า อะไรคือช่วงวัยอายุ 20 ปี”

ผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่คุกกวนตานาโมแห่งนี้ จำนวนไม่น้อยที่มีอายุ ไม่ถึง 20 ปี และเมื่อได้รับการปล่อยตัว ช่วงเวลาของวัยรุ่นของพวกเขาหลายนี้หายไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่พวกเขาได้รับในช่วงวัยรุ่นคือ “การใช้ชีวิตในคุก” โดยที่ไม่มีความผิดใดๆ อาทิ

  • โอมาร์ คาดร์ ชาวแคนาดาถูกจับกุมในขณะที่อายุ 15 ปี และได้รับการปล่อยตัวในปี 2015 หรืออีก 13 ปีต่อมา
  • โมฮัมเหม็ด จาวาด ถูกจับกุมจากอัฟกานิสถานในขณะที่อายุ 12 ปี

“กฏหมายเปรียบเหมือนอวกาศ”

ในคุกกวนตานาโมแห่งนี้ เป็นพื้นที่หลุมดำแห่งกฏหมาย ผู้ถูกคุมขังเหล่านี้ไม่ใช่เชลยศึกในสงคราม จะไม่ได้รับสิทธิตามอนุสัญญาเจนีวา แต่หลายคนก็ถูกพิจารณาคดีในศาลทหารที่ตั้งขึ้น โดยไม่มีลูกขุน ไม่มีทนาย มีเพียงทหารและคำขู่ให้ยอมรับความผิด ความพยายามในการผลักดันไปสู่โทษขั้นสูงสุด อย่างประหารชีวิต

ซึ่งศาลนั้นเป็นศาลเดียวที่มีในกวนตานาโม มีผู้ถูกคุมขัง/ผู้ต้องสงสัย ที่ถูกนำตัวมาที่นี่แล้ว 780 ราย มาจาก 48 ประเทศทั่วโลก แต่มีผู้ถูกตัดสินให้มีความผิดเพียง 16 ราย และบางส่วนเป็นผลมาจากการเจรจาต่อรองที่เกิดขึ้นเพื่อแลกกับการได้รับการปล่อยตัว และเหลือ 2 รายที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด และยังคงถูกกักขังอยู่ที่กวนตานาโม

หนึ่งในนั้นคือ คาลิด ชีค โมฮัมเหม็ด ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการเหตุโจมตี 11 กันยายน ซึ่งผ่านไปแล้ว 20 ปีแต่ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการลงโทษเขาแต่อย่างใด เนื่องข้อเท็จจริงที่มีการสอบสวนโดยการใช้วิธีการที่เรียกว่า การทรมานแบบสำลักน้ำ หรือ waterboarding โดยการให้ผู้เหยื่อตกอยู่ในสภาวะเหมือนกับการจมน้ำและกำลังขาดอากาศหายใจ

ภาพโดย Salim Virji

และผลจากการทรมานในรูปแบบดังกล่าวตั้งแต่เที่ยงวัน จนถึงเช้าของอีกวัน รวมทั้งหมด 65 ครั้ง ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยรายนี้ อยู่ในอาการทางจิตในที่สุด และหลักฐานการรับสารภาพที่เกิดขึ้นจากการทรมานนี้ ก็ไม่ได้รับการยอมรับในศาลของสหรัฐฯ อีกด้วย

อาบู ซูเบย์ดาห์ เป็นอีกหนึ่งผู้ถูกคุมขังของ CIA ในคุกกวนตานาโมแห่งนี้ โดยถูกจับที่ปากีสถาน ในปี 2002 โดย ซูเบย์ดาห์ ระบุว่าถึงการถูกทรมานในช่วง 4 ปีที่ถูกขังอยู่ที่คุกกวนตานาโม ผ่านภาพวาดในหนังสือ ที่มีพูดถึงประเด็นการถูกทรมานในหลายรูปแบบ เช่น

  • การให้นอนเปลือยกายในกล่องที่มีสภาพคล้ายกับโลงศพ เปิดน้ำใส่
  • การปล่อยให้นอนเปลือยในกล่องเป็นเวลานานจนต้องขับถ่ายในกล่องนั้น
  • การถูกขังไว้กับแมลงสาบ และแมลงอื่น ๆ ที่ ซูเบย์ดาห์กลัว
  • ให้เปลือยกาย อยู่ในห้องที่มีอากาศเย็น ๆ พร้อมทั้งฉีดน้ำให้เปียก
  • Waterboarding

และอีกหลายรูปแบบที่ ซูเบย์ดาห์ บรรยายไว้ในหนังสือ “The Longest War: The Enduring Conflict Between America and al-Qaeda”

ภาพ : Defense Visual Information Distribution Service

อดีตผู้ถูกคุมขังแห่งคุกกวนตานาโมได้กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ได้บอกกับเขาว่า

“กฎหมายก็เหมือนกับอวกาศ
รู้ว่ามี แต่กี่คนที่ได้สัมผัส”

ซึ่งตลอดระยะเวลา 20 ของคุกอ่าวกวนตานาโมแห่งนี้ มีรายงานการทรมานผู้ถูกคุมขังอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบังคับกินอาหาร, การปล่อยให้หิว, การปล่อยให้เปลือยกายและขังไว้ โดยไม่ได้ให้น้ำหรืออาหารเป็นเวลานาน รวมถึงหลายรายจำเป็นต้องขับถ่ายรดตัวเองเนื่องจากถูกมัดและไม่สามารถกลั้นไว้ได้ หรือแม้แต่การเปิดเสียงดังนาน ๆ เป็นเวลาต่อเนื่อง ทำให้ไม่ได้หลับ-นอน ไม่นับการทารุณโดยตรงเช่น การทุบตี หรือการทำให้อับอาย และอีกหลายเรื่อง

คุกแห่งกวนตานาโมยังคงอยู่

สถานการณ์ของเรือนจำกวนตานาโม หลุมดำแห่งข้อกฎหมาย ยังคงอยู่ถึงปัจจุบันนี้ โดยมีผู้ถูกคุมขังหรือผู้ต้องสงสัยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงถูกขังอยู่ที่นั่นอีกจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางความพยายามเรียกร้องให้มีการปิดเรือนจำกวนตานาโมแห่งนี้

แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สงครามต่อสู้กับการก่อการร้ายดูจะกลายเป็นเหตุผลหลังที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้าง จนในช่วงปี 2009 ประธานาธิบดีโอบามา มีความชัดเจนมากขึ้นในความพยายามสั่งปิดคุกแห่งนี้ รวมถึงมีการสั่งย้ายผู้ถูกคุมขัง/ผู้ต้องสงสัยออกจากคุกดังกล่าว แต่ยังคงเหลืออีกบางส่วน โดยคณะทำงานการตรวจสอบในเรือ่งนี้ระบุว่า มีผู้ถูกคุมขังจำนวน 48 รายที่มีความอันตรายเกินกว่าจะย้ายไปขังยังสถานที่อื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจะดำเนินการทางคดีต่อ

ซึ่งแน่นอนว่า ตัวเลขที่ระบุในขณะนี้คือ 39 ราย ที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในคุกแห่งอ่าวกวนตานาโมแห่งนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีต่อ ไม่มีกำหนดว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไหร่ และบางรายยังไม่ได้มีการตั้งข้อหาการก่ออาชญากรรมใดๆ

และรอยด่างในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถลบล้างลงไปได้อย่างแน่นอน


อ้างอิง

  • https://www.justice.gov/sites/default/files/ag/legacy/2010/06/02/guantanamo-review-final-report.pdf
  • https://www.nytimes.com/interactive/2021/us/guantanamo-bay-detainees.html
  • https://www.miamiherald.com/news/nation-world/world/americas/guantanamo/article1939250.html
  • https://www.nytimes.com/2017/10/11/us/politics/guantanamo-hunger-strikes-force-feeding.html
  • https://www.mansooradayfi.com/taking-marriage-class-at-guantnamo
  • https://www.cage.ngo/guantanamo-bay-20-years-on
  • https://www.cage.ngo/detained-the-unending-legal-black-hole-of-guantanamo
  • https://humanrights.ucdavis.edu/resources/library/documents-and-reports/Torture_Report_Final_version.pdf

แท็ก: TELL , , ,
WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

39 ปี “ยุทธการบ้านหินแตก” ทลายที่มันขุนส่า ราชายาเสพติด

39 ปี “ยุทธการบ้านหินแตก” ทลายที่มันขุนส่า ราชายาเสพติด

ที่มาที่ไปของปฏิบัติการทลายฐานที่มั่น ขุนส่า ราชายาเสพติดเมือเกือบ 40 ปีก่อน

50 ปีให้หลัง… ยังไม่มีมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ ทั้งที่ครั้งแรกเพียง 63 ปีหลังจากมีเครื่องบินครั้งแรก

50 ปีให้หลัง… ยังไม่มีมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ ทั้งที่ครั้งแรกเพียง 63 ปีหลังจากมีเครื่องบินครั้งแรก

แต่สิ่งสำคัญในวันนี้ "ใคร" จะเป็นผู้ได้สัมผัสผิวดวงจันทร์เป็นคนแรกในศตวรรษที่ 21

อโยธยา : [EP. 3] ยุแยง – จราจล – กวาดล้างชาวญี่ปุ่น สู่ความร้าวฉานระหว่างสยาม – ญี่ปุ่น

อโยธยา : [EP. 3] ยุแยง – จราจล – กวาดล้างชาวญี่ปุ่น สู่ความร้าวฉานระหว่างสยาม – ญี่ปุ่น

เมื่อชาวญี่ปุ่นเป็นหอกข้างแคร่ จึงจำเป็นต้องกำจัด และนั่นนำไปสู่สัมพันธไมตรีที่ตกต่ำระหว่างอโยธยา - ญี่ปุ่น

อโยธยา : [EP.2] ซามูไรผลัดถิ่น สู่ออกญาในอยุธา และการผลัดแผ่นดิน

อโยธยา : [EP.2] ซามูไรผลัดถิ่น สู่ออกญาในอยุธา และการผลัดแผ่นดิน

เรื่องราวของซามูไรพลัดถิ่น สู่บรรดาศักดิ์ในราชสำนัก และนำไปสู่การพัวพันกับการสิ้นสุดราชวงค์สุโขทัย

อโยธยา : [EP.1] พหุสังคมในราชธานี

อโยธยา : [EP.1] พหุสังคมในราชธานี

เรื่องราวความหลากหลาย และชนชาติต่าง ๆ ในสมัยที่อยุธยาเป็นราชธานี...

X