เมืองสุวรรณโคมคำ อาณาจักรที่หายสาบสูญ ตำนานพญานาคล่มเมือง

ย้อนกลับไปเมื่อราวกว่า 2,500 ปีก่อน เคยมีอาณาจักรสุวรรณโคมคำ เมืองโบราณอันเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุด ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเมืองต้นผึ้ง ของ สปป.ลาว ตรงข้ามน้ำโขงฝั่งไทย อ.เชียงแสน จ.เชียงรายในปัจจุบัน อาณาจักรซึ่งได้สูญหายไปกลางแม่น้ำโขง
เอกสารบนใบลานที่ได้รับการถอดความจัดลำดับพิมพ์เป็น ประชุมพงศาวดารภาคที่ 72 ตำนานสุวรรณโคมคำ ใช้แนวคิดจากพระอัคคัญสูตร ในพระสุตตันตปิฎก กล่าวถึงเมื่อเริ่มกัปป์ใหม่หลังจากไฟได้เผาทำลายโลกในกัปป์ที่แล้ว เริ่มกัปป์ใหม่คือภัททกัปป์อันเป็นชื่อกัปป์ของปัจจุบัน เกิดฝนตกไฟดับและเกิดน้ำท่วมสูงขึ้นถึงชั้นพรหม แล้วน้ำได้ลดลงมีแผ่นดินโผล่พ้นน้ำขึ้นมา 4 ทวีปใหญ่ กับอีก 2,000 อนุทวีป
ตำนานสุวรรณโคมคำได้แต่งเรื่องต่อจากเรื่องพระอัคคัญสูตรว่า เป็น 1 ใน 2,000 อนุทวีปโดยกล่าวว่า แต่เดิมเนื่องจากเป็นที่ราบที่มีเทือกเขาล้อมรอบอยู่ทั้งสี่ด้าน เมื่อน้ำลดลงไปหมดแล้วจึงเหลือบริเวณนี้เป็นที่ที่มีน้ำขังอยู่เนื่องจากมีภูเขาล้อมรอบเอาไว้ ต่อมามี พญานาค 2 ตนทะเลาะกันทางทิศเหนือของหนองน้ำแห่งนี้ พญานาคทั้งสองได้รุกไล่กันโดยคุ้ยควักแผ่นดินไล่หนีกันลงมาทางใต้ผ่านหนองน้ำแห่งนี้และคุ้ยควักแผ่นดินหนีไล่กันต่อไปจนถึงมหาสมุทรทางทิศใต้
เส้นทางที่พญานาค 2 ตนคุ้ยควักไล่หนีกันนี้จึงเกิดเป็นร่องน้ำมหึมา พาให้น้ำในหนองน้ำแห่งนี้ไหลไปตามทางทางนาคลงมหาสมุทรจนหมด หนองน้ำจึงแห้งกลายเป็นแผ่นดินคือ บริเวณที่ต่อมากลายเป็นที่ราบเชียงแสน ส่วนทางพญานาคที่นำน้ำให้ไหลออกไปมหาสมุทรก็คือแม่น้ำโขง แผ่นดินที่ราบเชียงแสนเมื่อแห้งแล้วก็มีคนและสัตว์เข้ามาอยู่อาศัยทำมาหากิน ผู้เล่าตำนานจึงจัดให้แผ่นดินผืนนี้เป็น 1 ใน 2,000 อนุทวีปที่กล่าวอยู่ในพระอัคคัญสูตร”
โดยตำนานพญานาคล่มเมืองสุวรรณโคมคำ เป็นเรื่องราวใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 72 ซึ่งกล่าวถึงสาเหตุการล่มสลายของ เมืองสุวรรณโคมคำ เมืองโบราณริมแม่น้ำโขงไว้ว่า
พระเจ้าสิริวงสา กษัตริย์ของนครโพธิสารหลวง (นครโคตปูระ หรือ โคตบูร หรือ สีโคตรตะบอง เขตเมืองท่าแขกในปัจจุบัน) มีพระราชบุตร 2 พระองค์ องค์แรกมีพระนามว่า อินทรวงศา และ องค์น้องพระนามว่า ไอยกุมาร
เมื่อพระบิดาสวรรคต ราชโอรสองค์โตก็ขึ้นครองราชย์สมบัติ และองค์รองเป็นมหาอุปราช พระยาอินทรวงศามีพระโอรส ทรงพระนามว่า พระยาอินทปฐม และพระยาไอยกุมารมีพระธิดาทรงพระนามว่า นางอุรสา และ พระโอรส พระธิดาทั้งสองพระองค์ได้อภิเษกสมรสกัน ครั้นพระยาอินทรวงศาสวรรคต พระยาอินทรปฐมกุมาร ก็ขึ้นครองราชย์สมบัติแทน
เมื่อนั้น พระยาไอยกุมาร ผู้เป็นอาและเป็นพ่อตา ได้สละจาก ตำแหน่งอุปราชและพาบริวารลงเรือทวนขึ้นแม่น้ำโขง จนไปถึงเขตดอนทรายกลางน้ำแม่โขงเยื้องปากน้ำแม่กก( น่าจะหมายถึงบริเวณสบกก คือแม่น้ำกกไหลมาบรรจบแม่น้ำโขงที่นี่ ) จึงตั้งเมืองอยู่ในที่นั้น
ต่อมานางอุรสาได้ให้ประสูติพระโอรสออกทางปาก ชื่อ “สุวัณณมุกขทวาร” เมื่ออายุ 7 เดือนก็มีอภินิหารแรงกล้า พาหิรพราหมณ์ปุโรหิตจึงไปทูลยุยงให้ลอยแพพระกุมารและพระเทวีไปเสีย มิฉะนั้นจะเกิดอุบาทว์แก่เมือง พระยาอินทรปฐมกุมาร พระบิดาผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์เลยทรงรับสั่งให้เอาพระมเหสีและราชบุตรใส่แพลอยน้ำ
ครั้นเมื่อพระเจ้าไอยกุมารทรงทราบเรื่องนี้ ก็เสียพระทัยเป็นยิ่งนัก จึงได้ทรงรับสั่งให้ไพร่ฟ้าราษฎรทำการบวงสรวงจุดธูปเทียน
โคมไฟ และ ประทีป บูชาพญานาค ให้สว่างทั่วแม่น้ำโขงเป็นเวลา 7 วัน 7 คืนเพื่อขอให้พญานาคชูเอาเรือของพระธิดาและองค์กุมารน้อยไว้ไม่ไหลสู่ลงทะเล ครั้งนั้นพญานาคชื่อ พญาศรีสัตตนาคก็พาบริวารนำหินไปทำฝาย ปิดทางต้นน้ำแม่โขงไว้มิให้ไหลลงสู่สมุทร( ปัจจุบันนี้เรียกว่า”ฝายนาค”หรือ”แก่งลี่ผี” ) ทำให้แพองค์กุมารน้อยไหลขึ้นเหนือจนถึงเกาะเขิน
เมื่อน้ำท้นขึ้นเต็มฝั่งแล้ว แพของพระเทวีและพระกุมารก็ย้อนไปถึงท่าโคมคำ ไอยมหาอุปราชจึงรับพระธิดาและพระนัดดาไว้ ต่อมาก็ให้สร้างเป็นเมืองให้ชื่อว่า “สุวัณณะโคมคำ”
ฝ่ายเมืองโพธิสารหลวง เมื่อลอยแพพระกุมารและพระเทวีไปแล้วก็เกิดโรคระบาด คนหนีออกจากเมืองโพธิสารหลวงไปสมทบกับเมืองสุวัณณะโคมคำเป็นอันมาก ต่อมาพระอินทร์ต้องการให้พระราชบิดาและราชบุตรได้พบกัน จึงบันดาลให้มีม้าอัศดรไปยังเมืองโพธิสาร ซึ่งผู้จับขี่ได้คือราชกุมาร ชื่อเทวินทรบวรและม้านั้นก็พาไปพบไอยอุปราชและทุกท่านในเมืองสุวัณณะโคมคำ
เมื่อพระยาอินทรปฐมได้ทราบข่าวแล้วก็เชิญให้พระเทวีและพระโอรสกลับเมือง แต่นางไม่ยอมกลับ พระยาอินทรปฐมและไอยอุปราชจึงอภิเษกสุวัณณมุกขทวารราชกุมารขึ้นเป็นพระยาในเมืองสุวัณณะโคมคำ องค์เทวินทรบวรราชกุมารจึงได้ครองเมืองโพธิสาร สืบจากพระราชบิดา และได้เนรเทศพาหิรพราหมณ์เสีย พาหิรพราหมณ์จึงพาบริวารไปตั้งอยู่ที่เชิงเขา ปลายแม่น้ำกกเบื้องตะวันตก ไกลจากเมืองสุวัณณะโคมคำชั่วระยะ 3 คืน เนื่องจากที่อยู่นั้นเป็นถ้ำใหญ่ ต่อมาจึงตั้งชื่อว่าเมือง”อุมงคเสลานคร”

เมืองสุวรรณโคมคำเจริญรุ่งเรืองต่อมา ตั้งแต่ปฐมวงศ์คือต้นราชวงศ์นับจากพระเจ้าสุวรรณทวารมุขราชาถือเป็นวงศ์สมันตราช สืบราชบุตรและราชนัดดาเป็นลำดับมา ประมาณได้ 83,503 องค์ ก็สิ้นสุดราชวงศ์ ครั้นสิ้นสุดราชวงศ์แล้ว ไม่สามารถจะหาเชื้อพระวงศ์กษัตย์ที่จะครองราชสมบัติในเมืองสุวรรณโคมคำสืบต่อมา เชื้อสายฝ่ายพาหิรพราหมณ์แห่งเมืองอุมงคเสลานครกลับได้เป็นใหญ่ในสุวัณณะโคมฅำ ไม่ได้ได้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และได้ข่มเหงไพร่เมืองให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก
เมื่อนั้นยังมีชายเข็ญใจคนหนึ่ง ทำไร่อยู่ริมแม่น้ำโขง ระหว่างเมืองสุวัณณะโคมฅำและเมืองโพธิสารหลวง มีนางนาคธิดา 3 นางไปกินข้าวไร่ของปลูกในไร่ของชายนั้น เมื่อพญาศรีสัตตนาคได้รับแจ้งจากชายเข็ญใจว่า ธิดาของตนไปลักกินพืชผลดังกล่าว จึงให้ธิดาทั้งสามแปลงเป็นคนไปรับใช้มานพนั้น ต่อมา นางทั้งสามแนะให้ชายหนุ่มไปค้าขายที่เมืองสุวัณณะโคมฅำ แต่ก็ถูกชาวเมืองทำอุบายใส่ความแล้วริบสินค้า ภายหลังนางนาคธิดาจึงไปกับเรือค้านั้นด้วย เมื่อพญาขอมในเมืองนั้นทำอุบายมาพนันเพื่อจะริบเอาสินค้า นางก็บันดาลให้พญาขอมแพ้ แต่พญาขอมไม่ยอมให้สินพนันตามสัญญาและยังหาเหตุไล่ออกจากเมืองด้วย นางจึงไปทูลพญานาคผู้เป็นบิดา

พญานาคจึงพาบริวารไปขุดฝั่งน้ำ”ขลนที-ขรนที”คือน้ำของหรือแม่โขง ทำให้เมืองล่มลงในเวลาราตรี พญาขอมเจ้าเมืองและชาวเมืองจมน้ำตายไปมาก ที่เหลือก็แตกกระจายกันไป และมีจำนวนมากที่ไปสมทบอยู่กับชายเข็ญใจพ่อค้าผู้นั้นจนกลายเป็นเมืองใหญ่ขึ้นมา เมืองสุวัณณะโคมฅำก็ร้างกลายเป็นท่าหลวงไปได้ชื่อว่า “ท่าโคมฅำ”
ตำนานนี้อาจเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติในอดีต ที่กระแสน้ำเชี่ยวกรากของแม่น้ำโขงได้กัดเซาะตลิ่งและเกาะดินดอน จนทำให้ชุมชนหรือเมืองโบราณพังทลายลงน้ำ กลายเป็น “ท่าโคมคำ” ในเวลาต่อมา
อนึ่งนักประวัติศาสตร์อย่าง จิตร ภูมิศักดิ์ ได้สันนิษฐานว่า ตัวเมืองสุวรรณโคมคำตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ริมแม่น้ำโขง บริเวณดอนมูล ตรงข้ามบ้านสวนดอก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และฝั่งลาว
เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตำนาน กวนเกษียรสมุทร จุดเริ่มต้นการล้างแค้นครุฑ VS นาค
ตำนาน พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คศูนย์รวมจิตใจชาวนครพนม
เจ้าเซื่อเรื่องพญานาคบ่ ทางขึ้นลงพญานาค วัดมรุกขนคร จากนิมิตหลวงปู่คำพันธ์

เกล็ดศรัทธาสะบัดพัดสะเทือนโซเชียล! 🔥
เมื่อชาวนาค 🐍 เยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อกราบไหว้บูชาพญานาคทั่วประเทศไทย ปลุกกระแสศรัทธาพญานาค ก่อนเปิดศึกกับชาวครุฑ! 🦅⚔️
สงครามแห่งศรัทธาจะเป็นอย่างไร ติดตามพร้อมกันได้
“นาคี 3 ครุฑา นาคี” 22 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
📌ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้
[https://www.majorcineplex.com/movie/krutha-nakee/]