ขึ้นเครื่องบิน เดินทางท่องเที่ยว

วิธีขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่หัดเดินทาง

สำหรับนักทางเดินมือใหม่ หัดขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อาจจะยังง ๆ ทำอะไรไม่ค่อยถูก เรารวบวิธีขึ้นเครื่องบิน ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน ไปสนามบินต้นทาง เช็คอินรับตั๋ว จนถึงการเดินไปขึ้นเครื่อง และลงเครื่องผ่าน ตม. ปลายทาง มาให้อ่านเตรียมตัวกันไว้ก่อนล่วงหน้า

วิธีขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่หัดเดินทาง

ขั้นตอนการเช็คอินและตรวจหนังสือเดินทาง

– หลังจากทำการจองตั๋วเครื่องบินเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผู้โดยสารจะได้รับ Itinerary (ใบรายละเอียดการเดินทาง) และ E-Ticket (ตั๋วเครื่องบินแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางอีเมลล์ที่ระบุไว้ ให้เราพรินท์เอกสารสองฉบับนี้นำติดตัวมาด้วยในวันเดินทาง หรือบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ

– เมื่อถึงสนามบิน ให้เราไปที่ ชั้นผู้โดยสารขาออก (Departure) จากนั้นมองหาบอร์ดแสดงเวลาเที่ยวบินเพื่อดูว่าเราต้องไป Check in ที่เคาน์เตอร์ไหน ทั้งนี้ ควรจะเดินทางไปถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องบินออก เฉพาะในกรณีที่ต้องมาโหลดกระเป๋า (แต่ถ้าไม่ต้องโหลดกระเป๋า และทำการเช็คอินออนไลน์มาแล้ว อาจจะลดเวลาเหลือเพียง 1.5 – 2 ชั่วโมง)

– เมื่อไปถึงที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน ก็ยื่นพาสปอร์ต และเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินกับเจ้าหน้าที่

– เจ้าหน้าที่จะสอบถามว่ามีกระเป๋าเดินทางที่ต้องการโหลดใต้ท้องเครื่องหรือไม่ ถ้ามีก็ให้นำกระเป๋าเดินทางวางบนที่ชั่งน้ำหนักตรงเคาน์เตอร์

วัตถุต้องห้ามนำขึ้นเครื่องบิน

กระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่อง จะต้องไม่มีสิ่งของต้องห้าม ส่วนพาวเวอร์แบงก์ (ความจุไม่เกิน 32,000 mAh ) หรือแบตเตอรี่กล้องต่าง ๆ ต้องถือติดตัวขึ้นเครื่อง ห้ามใส่ในกระเป๋าเดินทางที่จะโหลด

สำหรับกระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และของเหลวที่สามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องได้จะต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องใส่ไว้ในถุงพลาสติกใสซิปล็อค ถ้าของเหลวที่บรรจุภัณฑ์เกินกว่า 100 มิลลิลิตร และต้องการนำไปด้วย ให้ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่อง ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มีด กรรไกร หรือ กรรไกรตัดเล็บ ตะไบ ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง

บอร์ดดิ้งพาส (Boarding pass)

เมื่อเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว เราจะได้รับบอร์ดดิ้งพาส (Boarding pass) คือ บัตรที่ใช้ขึ้นเครื่อง ในบัตรจะมีชื่อ เลขที่นั่ง จุดหมายปลายทาง รวมถึง เลขประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) และเวลาขึ้นเครื่อง (Boarding time)

– จากนั้นให้เดินเข้าไปในโซนสำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพื่อทำการตรวจกระเป๋าและสิ่งของติดตัว

– หลังจากผ่านจุดตรวจกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เดินต่อไปที่ ด่านตรวจหนังสือเดินทางขาออก มาถึงตรงนี้จะมีช่องแยกสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ ถ้าเป็นคนไทยอย่างเราสามารถเดินเข้า ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto Gate) ได้เลย หรือจะเข้าแถวตรวจกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ แต่แนะนำว่าเข้าช่องตรวจอัตโนมัติจะสะดวกและรวดเร็วกว่า มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่เช่นกัน ซึ่งขั้นตอนการผ่านช่องตรวจอัตโนมัติก็ไม่ยาก ทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ

  1. เปิดหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่าย คว่ำลงแล้วสอดเข้าเครื่องสแกน
  2. สแกนบาร์โค้ดที่อยู่บน Boarding Pass ถ้าสแกนไม่ติดให้พิมพ์เลขไฟล์ทบิน เช่น TG 658
  3. ประตูเปิด เดินเข้าประตู ไปยืนที่ตำแหน่งรอยเท้า
  4. ถอดหมวกและแว่นตาทุกชนิดออก แล้วมองกล้อง
  5. วางนิ้วชี้ (ขวาหรือซ้าย) ลงบนเครื่องสแกนนิ้ว
  6. เดินออกหลังจากประตูเปิด

– หลังจากตรวจหนังสือเดินทางเรียบร้อย เราก็เดินไปรอขึ้นเครื่องที่ Gate เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องจะมีเจ้าหน้าที่สแกนและฉีกบอร์ดดิ้งพาสที่หน้าทางออก ให้เราเก็บส่วนหางบัตรไว้ แล้วเดินขึ้นเครื่องได้เลย

ขั้นตอนบนเครื่องบิน

– เมื่ออยู่บนเครื่องบินแล้ว ให้นั่งตามหมายเลขที่ระบุไว้บนบัตรโดยสาร หมายเลขที่นั่งจะติดอยู่บริเวณที่เก็บสัมภาระ หากหาไม่เจอ ให้ขอความช่วยเหลือกับพนักงานบนเครื่องบิน

– ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบเล็กหรือของช้อปปิ้งต่าง ๆ มาด้วย ให้ใส่ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ส่วนกระเป๋าสะพายใบเล็ก ให้วางไว้ใต้เบาะที่นั่งด้านหน้า จากนั้นก็รัดเข็มขัดนิรภัย และปิดโทรศัพท์มือถือ หรือเปิด Flight Mode

เมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง

– เมื่อลงจากเครื่องแล้ว ให้เดินตามป้ายที่เขียนว่า Arrival หรือ Immigration เพื่อเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง

– ก่อนเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้กรอกใบผ่านเข้าเมืองที่เรียกว่า Arrival Card หรือ Immigration Card ซึ่งจะได้รับจากพนักงานบนเครื่อง หรือถ้ายังไม่ได้รับ บริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีใบวางไว้ให้กรอกค่ะ

– เมื่อไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ของด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ยื่นใบผ่านเข้าเมืองพร้อมกับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่อาจจะมีสอบถามข้อมูลบ้าง เช่น พักกี่วัน พักที่ไหน มาทำอะไร มากับใคร ควรเตรียมคำตอบไว้ให้พร้อม

– เสร็จจากจุดนี้ก็เดินต่อไป รับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน โดยเช็คจากบอร์ดว่า ไฟล์ทบินของเรานั้นกระเป๋าจะออกที่สายพานหมายเลขไหน

– เมื่อได้รับกระเป๋าครบเรียบร้อยก็ออกไปด้านนอกโดยผ่าน ช่อง Customs หรือ ศุลกากร ตรงนี้บางประเทศเข้มงวดเรื่องการนำสินค้า หรือของเข้าประเทศ จึงควรศึกษาไปก่อนว่า ประเทศนี้ห้ามนำอะไรเข้าบ้าง หากมีจะต้องสำแดง (Declare) ให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่มีให้อ่านในใบ Customs ที่แจกบนเครื่อง ให้กรอกเอกสารเรียบร้อย ถ้าไม่มีสัมภาระ หรือสินค้าต้องห้าม ก็สามารถเดินออกช่องสีเขียวได้เลย

ทั้งหมดนี่ก็คือ วิธีการเครื่องบิน แบบละเอียดยิบ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้โดยสารมือใหม่ทุกคนนะคะ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและภาพจาก : airportthai

WRITER

RELATED

5 เหตุผล ที่คุณควร ‘แบกเป้เที่ยวกับแฟน’ สักครั้งในชีวิต

5 เหตุผล ที่คุณควร ‘แบกเป้เที่ยวกับแฟน’ สักครั้งในชีวิต

เบื่อกันหรือยัง ? กับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเข้างานให้ทัน และความกดดันจากการทำงานอีกมากมายหลายอย่าง บางคู่มัวแต่ก้มหน้าทำงานจนแทบไม่มีเวลาได้สวีทกันเลยด้วยซ้ำ ปล่อยไว้อย่างนี้ดูท่าจะไม่ดีนะคะ หลังจากอ่านจบ อย่าลืมจูงมือแฟนไปเก็บกระเป๋าเตรียมวางแพลนเที่ยวกันน้า 9 สำนวนชวนเที่ยว ต้อนรับปีใหม่!! 1. ผจญภัยไปด้วยกัน แน่นอนว่าการเก็บกระเป๋าไปเที่ยวในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก…