เปรียบเทียบ บัตรเครดิตสะสมคอยน์ vs สะสมไมล์ ต่างกันอย่างไร

หลายคนใช้งานบัตรเครดิตไปสักระยะกลับพบว่า สิทธิประโยชน์ที่ได้รับไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง บางคนใช้จ่ายทุกวันแต่ไม่เคยแลกไมล์ ขณะที่บางคนเดินทางบ่อยแต่กลับเลือกบัตรที่เน้นสะสมคอยน์ ทำให้พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะกับตัวเอง
ก่อนตัดสินใจสมัคร Credit Card จึงควรทำความเข้าใจว่าบัตรสะสมคอยน์และบัตรสะสมไมล์ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานแตกต่างกันอย่างไร เพราะเมื่อเลือกได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ ก็จะช่วยให้ยอดใช้จ่ายสร้างความคุ้มค่าได้มากขึ้น
บัตรเครดิตสะสมคอยน์ เหมาะกับใคร

บัตรเครดิตสะสมคอยน์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยคอยน์ที่ได้รับสามารถนำไปใช้แลกสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดตามเงื่อนไขของแต่ละบัตร ทำให้เห็นผลตอบแทนจากการใช้จ่ายได้ค่อนข้างรวดเร็ว
- คนที่ซื้อของเข้าบ้านเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ของใช้ในบ้าน ของใช้เด็ก หรือของใช้ส่วนตัว การใช้บัตรเครดิตที่ให้คอยน์จากการซื้อสินค้าในหมวดเหล่านี้ จะช่วยให้ยอดใช้จ่ายประจำกลายเป็นสิทธิประโยชน์ที่นำกลับมาใช้ได้จริง
- คนที่อยากใช้สิทธิ์ได้ง่าย หลายคนไม่ได้เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ การได้รับคอยน์ที่สามารถนำไปแลกเป็นคูปองหรือส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป จึงตอบโจทย์มากกว่า เพราะใช้สิทธิ์ได้บ่อยและไม่ต้องรอสะสมเป็นเวลานาน
- คนที่เน้นความคุ้มค่าจากค่าใช้จ่ายประจำ ค่านมลูก ค่าอาหาร ค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของใช้ในบ้าน เป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว หากยอดใช้จ่ายสามารถสร้างคอยน์กลับมาได้ ก็ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน
บัตรสะสมไมล์ เหมาะกับใคร

บัตรสะสมไมล์ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำ โดยยอดใช้จ่ายจะถูกเปลี่ยนเป็นไมล์สะสมเพื่อนำไปแลกตั๋วเครื่องบิน อัปเกรดที่นั่ง หรือสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน
- เดินทางบ่อยทั้งในและต่างประเทศ ผู้ที่มีแผนเดินทางหลายครั้งต่อปีมีโอกาสสะสมไมล์ได้เร็วกว่า และสามารถนำไมล์ไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า
- ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในวงเงินสูง ไมล์มักต้องใช้ยอดใช้จ่ายสะสมจำนวนมาก ผู้ที่มียอดใช้จ่ายต่อเดือนสูงจึงสามารถสะสมไมล์ได้เร็วกว่า
- พร้อมวางแผนการแลกสิทธิ์ ไมล์สะสมมีรายละเอียดเรื่องอายุไมล์ จำนวนไมล์ที่ใช้ และเงื่อนไขการแลกสิทธิ์ ผู้ใช้งานจึงควรวางแผนการใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าสูงสุด
เลือกแบบไหนคุ้มกว่า? เปรียบเทียบบัตรสะสมคอยน์และบัตรสะสมไมล์
หากยังลังเลว่าจะเลือกบัตรเครดิตแบบไหนดี ลองเปรียบเทียบจากตารางต่อไปนี้
| หัวข้อ | บัตรสะสมคอยน์ | บัตรสะสมไมล์ |
| การรับสิทธิประโยชน์ | สะสมคอยน์เพื่อแลกส่วนลด คูปอง หรือสิทธิพิเศษตามเงื่อนไข | สะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบิน อัปเกรดที่นั่ง หรือสิทธิพิเศษด้านการเดินทาง |
| ความคุ้มค่าในการใช้งาน | คุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน | คุ้มค่าสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย และสะสมไมล์อย่างต่อเนื่อง |
| เหมาะสำหรับ | ครอบครัว คนทำงาน และสายช้อป | นักเดินทาง นักธุรกิจ และผู้ที่บินเป็นประจำ |
จะเห็นว่าไม่มีบัตรแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีบัตรที่เหมาะกับรูปแบบการใช้จ่ายของแต่ละคนมากกว่า หากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่กับการซื้อของเข้าบ้าน อาหาร ของใช้ประจำวัน หรือการช้อปในซูเปอร์มาร์เก็ต บัตรสะสมคอยน์มักตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า
หากช้อปที่โลตัสเป็นประจำ บัตรเครดิตโลตัสอาจเป็นคำตอบที่คุ้มกว่า

หากมีค่าใช้จ่ายที่โลตัสเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของสด ของใช้ในบ้าน หรือสินค้าอุปโภคบริโภค การเลือกบัตรเครดิตที่ให้สิทธิประโยชน์ตรงกับการใช้จ่าย จะช่วยเปลี่ยนยอดช้อปให้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งการสะสมโลตัสมันนี่คอยน์ และสิทธิ์ผ่อนชำระ โดยบัตรเครดิตโลตัสมีให้เลือก 2 รูปแบบตามระดับรายได้และลักษณะการใช้งาน
บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม รีวอร์ด (รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป)
- รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุด 4 เท่า* เมื่อช้อปที่โลตัสทุกสาขาและช่องทางโลตัสช้อปออนไลน์
- รับเครดิตเงินคืน 2%* เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจากทั่วไทย สูงสุด 700 บาทต่อเซลล์สลิป (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
- รูดซื้อสินค้าและบริการร้านค้าชั้นนำทั่วโลก รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุด 1 เท่า*
- ผ่อน 0%* ทั้งห้างโลตัสและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
- ประกันภัยคุ้มครองการซื้อสินค้า วงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 20,000* บาท ตลอดอายุสัญญา (1 ปีปฏิทิน) (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม บียอนด์ (รายได้ 30,000 บาทขึ้นไป)
- รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุดถึง 6 เท่า* เมื่อช้อปที่โลตัสทุกสาขาและช่องทางโลตัสช้อปออนไลน์
- รับเครดิตเงินคืน 3%* เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจากทั่วไทย สูงสุด 700 บาทต่อเซลล์สลิป (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
- รับโลตัสมันนี่คอยน์สูงสุด 1 เท่า* เมื่อช้อป กิน เที่ยว ที่ร้านค้าทั่วโลก
- ผ่อน 0%* ทั้งห้างโลตัสและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
- มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง*
- ประกันภัยคุ้มครองการซื้อสินค้า วงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 20,000* บาท ตลอดอายุสัญญา (1 ปีปฏิทิน) (1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69)
วิธีสมัครบัตรเครดิตโลตัสผ่านเว็บไซต์
หากสนใจสมัครบัตรเครดิตโลตัส สามารถกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.lotussmoney.com/credit-card/apply-online เพียงเลือกประเภทบัตรเครดิตที่ต้องการ พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนทุกช่อง เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อแนะนำสิทธิประโยชน์ รายละเอียดการสมัคร และประสานงานเรื่องเอกสารในขั้นตอนถัดไป เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว สามารถบริหารจัดการยอดใช้จ่ายได้อย่างปลอดภัยและง่ายดายผ่านแอป UCHOOSE
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บัตรสะสมคอยน์เหมาะกับใครมากที่สุด
เหมาะกับผู้ที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นประจำ เช่น ซื้อของใช้ในบ้าน อาหาร หรือสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสามารถสะสมคอยน์และนำไปใช้ตามเงื่อนไขของบัตรได้อย่างต่อเนื่อง
ถ้าไม่ได้เดินทางบ่อย ควรเลือกบัตรสะสมไมล์หรือไม่
หากไม่ได้เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำ บัตรสะสมคอยน์มักตอบโจทย์มากกว่า เพราะสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้บ่อยกว่า
สมัครบัตรเครดิตโลตัสผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ของโลตัส มันนี่ พลัส แอป UCHOOSE หรือเคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส ในโลตัส กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
สรุปบทความ
การเลือกบัตรเครดิตควรเลือกให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้จ่ายของตัวเอง หากเป็นคนที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำ บัตรสะสมไมล์อาจตอบโจทย์มากกว่า แต่หากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่กับการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน การเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบคอยน์จะช่วยให้ได้รับความคุ้มค่าจากยอดใช้จ่ายได้ง่ายกว่า
สำหรับผู้ที่ช้อปที่โลตัสเป็นประจำ บัตรเครดิตโลตัสเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยเปลี่ยนยอดใช้จ่ายให้เป็นโลตัสมันนี่คอยน์เพื่อแลกเป็นคูปองเงินสดโลตัสตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการผ่อนชำระ เครดิตเงินคืนค่าน้ำมัน และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
- ให้บริการโดย บริษัท โลตัสส์ มันนี่ เซอร์วิสเซส จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3% – 25% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี