เครื่องลดความชื้นคืออะไร ตัวช่วยจัดการความชื้น ปรับสมดุลอากาศ

อากาศในบ้านที่ชื้นเกินไปอาจทำให้รู้สึกอับ เหนียวตัว และไม่สบายตัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

Home / PR NEWS / เครื่องลดความชื้นคืออะไร ตัวช่วยจัดการความชื้น ปรับสมดุลอากาศ

เครื่องลดความชื้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

อากาศในบ้านที่ชื้นเกินไปอาจทำให้รู้สึกอับ เหนียวตัว และไม่สบายตัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เครื่องลดความชื้นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เข้ามาจัดการความชื้นส่วนเกินในอากาศได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะใช้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ตากผ้า มาดูกันว่าเครื่องลดความชื้นทำงานอย่างไร มีประโยชน์ด้านใดบ้าง และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง

เครื่องลดความชื้นคืออะไร? รู้จักตัวช่วยจัดการความชื้นส่วนเกินในอากาศ

เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อดึงไอน้ำส่วนเกินออกจากอากาศ ช่วยควบคุมระดับความชื้นภายในพื้นที่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเครื่องจะดูดอากาศเข้าไปผ่านระบบภายใน จากนั้นแยกความชื้นออกและเก็บไว้ในถังน้ำก่อนปล่อยอากาศกลับเข้าสู่ห้อง

สำหรับบ้านที่มีปัญหาอากาศอับ ห้องระบายอากาศไม่ดี การใช้เครื่องลดความชื้นในอากาศเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการลดความชื้นในห้อง เช่น ห้องนอน ห้องเก็บของ หรือบริเวณที่ใช้ตากผ้า อย่างไรก็ตาม เครื่องกำจัดความชื้นไม่ใช่เครื่องปรับอากาศ แต่เน้นจัดการความชื้นในอากาศเท่านั้น

เครื่องลดความชื้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? เหมาะกับพื้นที่แบบไหน

ความชื้นที่มากเกินไปอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอับและเหนียวตัว โดยเฉพาะในวันที่ฝนตก หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเครื่องลดความชื้นช่วยอะไร มาดูกันว่าเครื่องลดความชื้นมีประโยชน์อะไรบ้าง
● ช่วยลดความชื้นสะสมในห้อง เมื่ออากาศในบ้านมีความชื้นสูง เครื่องไล่ความชื้นจะช่วยดึงไอน้ำออกจากอากาศและควบคุมระดับความชื้นภายในพื้นที่ได้ดีขึ้น
● ทำให้ห้องนอนรู้สึกสบายขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เครื่องดูดความชื้นในห้องนอน การควบคุมความชื้นจะช่วยสร้างบรรยากาศที่สบายขึ้นระหว่างพักผ่อน
● ช่วยให้เสื้อผ้าแห้งง่ายขึ้นในวันที่ฝนตก หากต้องตากผ้าในพื้นที่ปิด เครื่องดูดความชื้นจะช่วยดึงความชื้นออกจากอากาศ ทำให้เสื้อผ้าแห้งไวขึ้น
● ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อรา ความชื้นที่สะสมตามผนังหรือมุมห้องเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดเชื้อรา เครื่องลดความชื้นจะช่วยจัดการความชื้นส่วนเกิน
● เหมาะกับพื้นที่ที่ระบายอากาศได้จำกัด ห้องเก็บของ หรือมุมต่าง ๆ ที่อากาศหมุนเวียนน้อย สามารถใช้เครื่องดูดความชื้น เพื่อช่วยควบคุมความชื้นภายในพื้นที่
● ช่วยดูแลสภาพอากาศภายในบ้าน หากบ้านมีความชื้นสูง เครื่องลดความชื้นจะช่วยควบคุมความชื้นได้สะดวกกว่าการเปิดประตูหรือหน้าต่างเพียงอย่างเดียว
● ช่วยลดความเสียหายต่อเฟอร์นิเจอร์ ความชื้นที่สะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อวัสดุบางประเภท เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่อาจบวม และอุปกรณ์โลหะที่อาจเกิดสนิม

เลือกเครื่องลดความชื้นอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?

การเลือกเครื่องลดความชื้นให้เหมาะกับห้องต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ ปริมาณความชื้น และลักษณะการใช้งานร่วมกัน เพราะเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมความชื้นได้มีประสิทธิภาพ และใช้งานได้ระยะยาว

1. ดูความสามารถในการลดความชื้นให้สัมพันธ์กับขนาดห้อง

การเลือกเครื่องลดความชื้นควรเริ่มจากขนาดพื้นที่ เพราะเครื่องแต่ละรุ่นมีความสามารถในการดึงความชื้นออกจากอากาศแตกต่างกัน โดยพิจารณาได้เบื้องต้นดังนี้
● ห้องขนาดประมาณ 10-20 ตร.ม. : เลือกเครื่องที่มีความสามารถในการดึงน้ำประมาณ 10-15 ลิตร/วัน
● ห้องขนาดประมาณ 20-40 ตร.ม. : อาจเลือกเครื่องขจัดความชื้นที่รองรับการดึงน้ำประมาณ 20-30 ลิตร/วัน

2. เลือกความจุถังน้ำให้เหมาะกับการใช้งาน

หากใช้งานเครื่องลดความชื้นต่อเนื่อง ถังน้ำที่มีความจุประมาณ 3-5 ลิตรขึ้นไปจะช่วยลดความถี่ในการเทน้ำได้ หรือเลือกเครื่องที่รองรับการต่อท่อน้ำทิ้งก็เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปิดใช้งานเป็นเวลานาน

3. เช็กระดับเสียงก่อนนำไปใช้ในห้องนอน

สำหรับเครื่องไล่ความชื้นในห้องนอน ระดับเสียงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม รุ่นที่ทำงานเงียบในช่วงประมาณ 40-45 dB หรือต่ำกว่า จะเหมาะกับการใช้งานในช่วงพักผ่อนมากกว่า

4. ฟังก์ชันเสริมช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น

ฟังก์ชันอย่างการตั้งค่าระดับความชื้น โหมดอบผ้า หรือระบบกรองอากาศ จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการลดความชื้นในห้อง พร้อมดูแลสภาพอากาศภายในพื้นที่ไปด้วย

5. เช็กเรื่องการใช้งานและการดูแลรักษา

รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างระบบระบายน้ำ การถอดล้างแผ่นกรอง หรือการเคลื่อนย้าย ล้วนมีผลต่อการใช้งานจริง หากต้องเปิดเครื่องลดความชื้นเป็นประจำ การดูแลที่ไม่ยุ่งยากจะช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องและสะดวกกว่าเดิม

ดูแลเครื่องลดความชื้นอย่างไร ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ?

การดูแลเครื่องลดความชื้นไม่ได้ยุ่งยาก เพียงหมั่นทำความสะอาดชิ้นส่วนสำคัญและตรวจสอบเครื่องเป็นระยะ ก็ช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดการสะสมของฝุ่นหรือสิ่งสกปรกได้

  1. ถอดปลั๊กหลังใช้งาน เมื่อใช้งานเครื่องดูดความชื้นในอากาศเสร็จแล้ว ควรถอดปลั๊กทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและลดความร้อนสะสมในตัวปลั๊ก
  2. เช็ดตัวเครื่องด้านนอกให้สะอาด ใช้ผ้านุ่มเช็ดฝุ่นบริเวณตัวเครื่อง ช่องลม และส่วนต่าง ๆ ที่สัมผัสกับอากาศเป็นประจำ
  3. ล้างอ่างหรือถังเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอ เทน้ำทิ้งและล้างภาชนะเก็บน้ำเป็นระยะ ไม่ควรปล่อยให้น้ำค้างอยู่เป็นเวลานาน เพราะอาจเกิดคราบหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ขณะใช้งานได้
  4. ทำความสะอาดแผ่นกรองตามระยะ หากปล่อยให้สกปรกอาจทำให้ลมผ่านได้ไม่สะดวก จึงควรถอดแผ่นกรองออกมาล้าง

หากใช้งานเครื่องลดความชื้นเป็นประจำ ควรกำหนดรอบทำความสะอาดให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะห้องที่มีฝุ่นมากหรือมีการใช้งานต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องในระยะยาว

เครื่องลดความชื้น LG นวัตกรรมเพื่อการควบคุมความชื้น

เพราะความชื้นเป็นเรื่องที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้จากหลายอย่างในบ้าน ทั้งกลิ่นอับ เสื้อผ้าที่แห้งช้า เครื่องลดความชื้น จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมความชื้นภายในบ้านให้เหมาะสม โดยเฉพาะเครื่องลดความชื้น LG ที่ออกแบบให้เข้ากับพื้นที่อยู่อาศัย และมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวก

ซึ่งการเลือกเครื่องลดความชื้นควรพิจารณาจากขนาดห้อง ระดับความชื้น และลักษณะการใช้งานเป็นหลัก เพื่อให้ได้เครื่องที่ทำงานได้เหมาะกับพื้นที่จริง สำหรับผู้ที่สนใจเครื่องลดความชื้น LG สามารถพิจารณารุ่นและฟังก์ชันให้ตรงกับความต้องการ เพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างสะดวกและลงตัวมากยิ่งขึ้น

ติดต่อ LG
โทรศัพท์ : 02 057 5757
ทุกวัน 9:00 – 18:00 น.
Line : @lgthailand
อีเมล : [email protected]