สายตาสั้นข้างเดียว คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลสายตา

ปัญหาสายตาเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสายตาสั้นข้างเดียวเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน

Home / PR NEWS / สายตาสั้นข้างเดียว คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลสายตา

สายตาสั้นข้างเดียวคืออะไร อาการ สาเหตุ ภาวะแทรกซ้อน และวิธีรักษา

ปัญหาสายตาเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสายตาสั้นข้างเดียวเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน และแตกต่างจากสายตาสั้นทั้งสองข้าง เพราะเมื่อมีสายตาสั้นข้างเดียว ดวงตาแต่ละข้างจะรับภาพในความคมชัดที่ไม่เท่ากัน จนอาจส่งผลต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสายตาสั้นไม่เท่ากันระหว่างสองข้างในระดับที่แตกต่างกันมาก ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายตาสั้นข้างเดียว ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สายตาสั้นข้างเดียวคืออะไร? รู้จักภาวะนี้ก่อนที่การมองเห็นจะเปลี่ยนไป

สายตาสั้นข้างเดียว (Monocular Myopia หรือ Unilateral Myopia) คือภาวะที่ตาทั้งสองข้างมีค่าสายตาแตกต่างกัน หรือที่เรียกว่าสายตาสั้นไม่เท่ากัน (Anisometropia) โดยตาข้างหนึ่งมีสายตาปกติ ขณะที่อีกข้างมีภาวะสายตาสั้น ส่งผลให้สมองรับภาพจากตาทั้งสองข้างได้ไม่เท่ากัน ยิ่งค่าสายตาต่างกันมาก ก็ยิ่งทำให้การมองเห็นคลาดเคลื่อนมากขึ้นตามไปด้วย โดยสายตาสั้นข้างเดียวนี้พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กวัยเรียน

อาการสายตาสั้นข้างเดียวเกิดจากอะไร และสังเกตได้อย่างไร

สายตาสั้นข้างเดียวไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุ ทำความเข้าใจต้นตอของภาวะนี้ช่วยให้รับมือและดูแลสุขภาพตาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยสายตาสั้นข้างเดียวเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่
• พันธุกรรม (Genetics) หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติสายตาสั้นหรือสายตาสั้นข้างเดียว ก็มีโอกาสถ่ายทอดมาสู่รุ่นถัดไปได้
• ความผิดปกติของจอประสาทตา (Retina) เช่น จอประสาทตาพัฒนาผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้การรับภาพของตาข้างนั้นบกพร่อง
• ความผิดปกติของเส้นประสาทตา (Optic Nerve) เช่น ภาวะเส้นประสาทตาด้อยพัฒนา (Optic Nerve Hypoplasia) ที่ทำให้การส่งสัญญาณภาพไปยังสมองไม่สมบูรณ์
• ความบกพร่องในการหักเหแสง (Refractive Error) ของตาเพียงข้างเดียว ทำให้แสงตกโฟกัสผิดตำแหน่งบนจอประสาทตา
• พฤติกรรมการใช้สายตา เช่น การใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระตุ้นให้ตาข้างที่มีแนวโน้มอ่อนแอพัฒนาภาวะนี้เร็วขึ้น
• สภาพแวดล้อม (Environment) เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือการอยู่ในพื้นที่ปิดที่จำกัดระยะการมองเห็นระยะไกลเป็นเวลานาน

สายตาสั้นข้างเดียว ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ควรมองข้าม

หากปล่อยให้สายตาสั้นข้างเดียวโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากสายตาสั้นข้างเดียว มีดังนี้
• อาการปวดตาและเวียนหัว สายตาสั้นข้างเดียวปวดตาและสายตาสั้นข้างเดียวเวียนหัว เกิดจากสมองพยายามประมวลผลภาพจากตาสองข้างที่มีคุณภาพต่างกัน ทำให้เกิดความล้าของกล้ามเนื้อตาและระบบประสาท
• อาการคลื่นไส้และปวดศีรษะเรื้อรัง เป็นผลต่อเนื่องจากความเครียดของระบบการมองเห็น (Visual System) ที่สะสมมาจากการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน
• ภาพซ้อน (Diplopia) เกิดขึ้นเมื่อตาทั้งสองข้างส่งภาพที่มีขนาดหรือความคมชัดต่างกันมากเกินไป จนสมองไม่สามารถรวมภาพได้อย่างปกติ
• โรคตาขี้เกียจ (Amblyopia) พบบ่อยในเด็ก เมื่อสมองเริ่มละเลยสัญญาณภาพจากตาข้างที่มีปัญหา ทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นของตาข้างนั้นลดลงเรื่อย ๆ
• ตาเหล่หรือตาเข (Strabismus) เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อตา (Extraocular Muscles) เมื่อตาแต่ละข้างพยายามโฟกัสในระดับที่ต่างกัน

สายตาสั้นข้างเดียวอันตรายไหม? มีผลกระทบอย่างไรบ้าง?

สายตาสั้นข้างเดียวอันตรายไหม? คือคำถามที่หลายคนสงสัย จริง ๆ แล้วภาวะนี้จะไม่ได้เป็นอันตรายเฉียบพลัน แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล เพราะตาสั้นข้างเดียวอาจทำให้สมองเริ่มพึ่งพาตาข้างที่มองเห็นชัดเพียงข้างเดียว ส่วนตาอีกข้างที่มองเห็นไม่ชัดกลับถูกใช้งานน้อยลงเรื่อย ๆ จนอาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียการมองเห็นในระยะยาวได้ ดังนั้น หากสงสัยว่ามีสายตาสั้นข้างเดียวควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนที่ภาวะแทรกซ้อนจะตามมา

สายตาสั้นข้างเดียว วินิจฉัยอย่างไรให้รู้ความต่างของสายตาแต่ละข้าง

การตรวจวินิจฉัยสายตาสั้นข้างเดียวโดยแพทย์เฉพาะทางคือขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะในเด็กที่มักไม่รู้ตัวว่ามีภาวะสายตาสั้นไม่เท่ากันอยู่ วิธีการตรวจมีดังนี้
• การตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่องเรติโนสโคป (Retinoscope) เพื่อตรวจหาภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ยังไม่สามารถบอกค่าสายตาของตัวเองได้
• การตรวจวัดกำลังสายตาด้วยเครื่องโฟรอพเตอร์ (Phoropter) เพื่อหาค่าเลนส์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละข้าง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดแว่นหรือเลือกคอนแทคเลนส์ต่อไป
• การตรวจความประสานของดวงตาทั้งสองข้าง (Binocular Vision Assessment) เพื่อประเมินว่าตาทั้งสองข้างทำงานร่วมกันได้ปกติหรือไม่ และตรวจหาความผิดปกติในการประมวลผลภาพของสมอง
• การตรวจวัดความดันลูกตา (Tonometry) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติภายในลูกตาที่อาจเป็นสาเหตุหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับสายตาสั้นข้างเดียว

สายตาสั้นข้างเดียว รักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง

สายตาสั้นข้างเดียวรักษาได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับค่าสายตาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การเลือกวิธีที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การตัดแว่นสายตา สายตาสั้นข้างเดียวตัดแว่นเหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาระหว่างสองข้างต่างกันไม่เกิน 2 ไดออปเตอร์ (Diopter) หากค่าสายตาต่างกันมากเกินไป การใส่แว่นอาจทำให้เกิดภาวะขนาดภาพไม่เท่ากัน (Aniseikonia) จนเกิดอาการปวดศีรษะหรือเห็นภาพซ้อนตามมา
• การใส่คอนแทคเลนส์ มีสองรูปแบบหลักที่เหมาะกับผู้มีสายตาสั้นข้างเดียว ได้แก่
o เลนส์ RGP (Rigid Gas Permeable Contact Lens) คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งที่ออกซิเจนผ่านได้ ช่วยลดโอกาสเกิดภาพซ้อนและใช้งานได้ยาวนาน
o เลนส์กดตา (Orthokeratology หรือ Ortho-K Lens) ใส่ขณะนอนหลับเพื่อปรับรูปร่างกระจกตาชั่วคราว ช่วยชะลอการลุกลามของตาสั้นข้างเดียวและทำให้มองเห็นชัดขึ้นในเวลากลางวัน
• การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขอย่างถาวร โดยมีสองวิธีหลัก ได้แก่
o LASIK (Laser-Assisted In-Situ Keratomileusis) ใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาชั้นใน เพื่อให้แสงหักเหตกกระทบจอประสาทตา (Retina) ได้พอดี
o PRK (Photorefractive Keratectomy) ปรับแต่งที่ผิวกระจกตาโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่กระจกตาบางเกินไปสำหรับการทำ LASIK

สายตาสั้นข้างเดียว ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์

สายตาสั้นข้างเดียวเป็นภาวะที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคตาขี้เกียจ ภาพซ้อน หรือตาเหล่ การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสายตาสั้นข้างเดียวรักษาได้อย่างตรงจุด

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองหรือบุตรหลานมีภาวะตาสั้นข้างเดียว โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ มีแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาพร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างครบวงจร ด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือติดต่อได้ที่
• Line : @samitivejchinatown
• Tel: 02-118-7893 (ตลอด 24 ชั่วโมง)