รู้ทันอาการตาแห้ง เคืองตาบ่อย ก่อนลุกลามจนรบกวนการมองเห็น

ดวงตาเป็นอวัยวะที่ต้องใช้งานตลอดวัน ทั้งจากการทำงาน การใช้หน้าจอ และการอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อาการตาแห้ง จึงเป็นสิ่งที่หลายคนอาจเคยเจอ

Home / PR NEWS / รู้ทันอาการตาแห้ง เคืองตาบ่อย ก่อนลุกลามจนรบกวนการมองเห็น

ตาแห้งไม่ใช่เรื่องเล็ก ปล่อยไว้อาจกระทบการมองเห็นโดยไม่รู้ตัว

ดวงตาเป็นอวัยวะที่ต้องใช้งานตลอดวัน ทั้งจากการทำงาน การใช้หน้าจอ และการอยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อาการตาแห้ง จึงเป็นสิ่งที่หลายคนอาจเคยเจอ แม้ไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรง แต่หากปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจทำให้แสบตา เคืองตา มองเห็นไม่ชัด และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้

ตาแห้ง คืออะไร ?

โรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) คือภาวะที่ดวงตามีความผิดปกติของฟิล์มน้ำตา ไม่ว่าจะเกิดจากปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ การระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดี ทำให้ผิวดวงตาขาดความชุ่มชื้นและเกิดการอักเสบตามมา

ผู้ป่วยอาจมีอาการแสบตา ระคายเคืองตา รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายหรือฝุ่นในตา น้ำตาไหล ตาล้า หรือมองเห็นภาพไม่ชัดเป็นช่วง ๆ โดยอาการมักเป็นมากขึ้นเมื่อใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ภาวะตาแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย แต่พบได้บ่อยในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน อยู่ในห้องปรับอากาศ ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หรือมีอายุมากขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อความสบายตา คุณภาพการมองเห็น และคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้

ตาแห้งเกิดจากอะไร?

อาการตาแห้ง แสบตา หรือระคายเคืองตา สามารถเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ ภาวะน้ำตาระเหยเร็วผิดปกติ และ ภาวะการสร้างน้ำตาไม่เพียงพอ ซึ่งในผู้ป่วยหลายรายอาจพบทั้งสองภาวะร่วมกันได้

น้ำตาระเหยเร็วเนื่องจากมีคุณสมบัติผิดปกติ (Evaporative Dry Eyes)

ภาวะนี้เกิดจากการที่น้ำตาระเหยออกจากผิวดวงตาเร็วเกินไป แม้ว่าต่อมน้ำตาจะยังสามารถผลิตน้ำตาได้ตามปกติ ส่งผลให้ฟิล์มน้ำตาไม่เสถียรและไม่สามารถรักษาความชุ่มชื้นของผิวดวงตาได้อย่างเพียงพอ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ ความผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา (Meibomian Gland Dysfunction; MGD) ซึ่งต่อมไขมันเหล่านี้มีหน้าที่สร้างชั้นไขมันเคลือบผิวน้ำตาเพื่อลดการระเหย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน การอยู่ในห้องปรับอากาศ การสัมผัสลมหรือสภาพแวดล้อมที่แห้ง รวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน

การสร้างน้ำตาน้อยกว่าปกติ (Aqueous Tear Deficiency)

ภาวะนี้เกิดจากต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของดวงตา ส่งผลให้ผิวดวงตาขาดความชุ่มชื้นและเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย

สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โรคบางชนิด เช่น กลุ่มอาการโจเกรน (Sjögren’s Syndrome) รวมถึงผลข้างเคียงจากยาบางประเภท เมื่อดวงตาขาดความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาจมีอาการแสบตา เคืองตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา หรือตาพร่ามัวเป็นช่วง ๆ ได้

อาการตาแห้งที่ควรสังเกต

อาการตาแห้งอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไป ตั้งแต่เพียงเล็กน้อยจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือเป็นต่อเนื่อง ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
● แสบตา ระคายเคืองตา หรือรู้สึกไม่สบายตา
● รู้สึกเหมือนมีฝุ่น เม็ดทราย หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา
● ตาแดงง่าย โดยเฉพาะหลังใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน
● มองเห็นภาพไม่ชัดหรือภาพพร่าเป็นช่วง ๆ ซึ่งอาจดีขึ้นหลังการกะพริบตา
● น้ำตาไหลบ่อย แม้ว่าจะมีภาวะตาแห้ง
● ไวต่อแสง หรือรู้สึกไม่สบายตาเมื่ออยู่ในที่สว่าง
● ใส่คอนแทคเลนส์แล้วรู้สึกไม่สบายตา หรือทนใส่ได้น้อยลง
● รู้สึกเมื่อยล้าหรือล้าตา โดยเฉพาะเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน
● กะพริบตาบ่อยกว่าปกติเพื่อพยายามเพิ่ม

แนวทางการรักษาอาการตาแห้ง

โรคตาแห้งมีวิธีรักษาและบรรเทาอาการได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมร่วมกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้
● ใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการระคายเคือง
● ประคบอุ่นบริเวณเปลือกตา เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันรอบดวงตา
● ทำความสะอาดเปลือกตาเพื่อลดการอุดตันของต่อมไขมัน
● งดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว หากมีอาการตาแห้งมาก
● หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่ส่งผลให้ตาแห้ง การรักษาโรคต้นเหตุ หรือลดการใช้ยาชนิดนั้น จะช่วยให้อาการตาแห้งทุเลาลง

วิธีรักษาและบรรเทาอาการตาแห้ง

โรคตาแห้งสามารถรักษาและบรรเทาอาการได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมร่วมกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้
● ใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการระคายเคือง
● ประคบอุ่นบริเวณเปลือกตา เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันรอบดวงตา
● ทำความสะอาดเปลือกตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการอุดตันของต่อมไขมัน
● พักสายตาระหว่างการใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน
● หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีลมแรงหรืออากาศแห้ง
● งดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว หากมีอาการตาแห้งมาก
● หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิดที่อาจส่งผลต่อภาวะตาแห้ง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

การรักษาอาการตาแห้งที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการค้นหาสาเหตุของโรคอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงกับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย

ดูแลอาการตาแห้งตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีในระยะยาว

อาการตาแห้งอาจดูเป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งและไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อความสบายตา การมองเห็น และการใช้ชีวิตประจำวันได้ การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก พร้อมดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

หากมีอาการตาแห้งเรื้อรัง แสบตา เคืองตา หรือมองเห็นไม่ชัด ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยทีมแพทย์จาก โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพดวงตาอย่างใกล้ชิดด้วยเครื่องมือและแนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐาน

ที่โรงพยาบาลจักษุ อินซ์ มีการตรวจวิเคราะห์ภาวะตาแห้งเชิงลึกด้วยเครื่อง IDRA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับประเมินสุขภาพผิวดวงตาและคุณภาพฟิล์มน้ำตา โดยสามารถวิเคราะห์ความหนาของชั้นไขมันบนผิวน้ำตา การทำงานของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ความเสถียรของฟิล์มน้ำตา รวมถึงความผิดปกติของผิวดวงตา ช่วยให้จักษุแพทย์สามารถค้นหาสาเหตุของอาการตาแห้งได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้ตรงปัญหามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการรักษาที่มุ่งเน้นการแก้ไขสาเหตุของโรค เช่น Lid Spa ซึ่งช่วยทำความสะอาดเปลือกตาและลดการอุดตันของต่อมไขมัน รวมถึงการรักษาด้วย IPL (Intense Pulsed Light) ซึ่งมีบทบาทในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมไขมันเปลือกตาทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction; MGD) โดยช่วยลดการอักเสบ ปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และช่วยลดการระเหยของน้ำตา ส่งผลให้ฟิล์มน้ำตามีความเสถียรมากขึ้นและอาการตาแห้งดีขึ้นในผู้ป่วยหลายราย

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่
Tel : 02-055-8888
Line : @inzhospital →https://lin.ee/zOUmpL6