SalesLog พาถอดรหัสการใช้ Data สู่ความสำเร็จ “บุพเพสันนิวาส” โดย “หน่อง อรุโณชา”

SalesLog พาถอดรหัสวิธีการใช้ Data สู่ความสำเร็จ จนเกิดปรากฏการณ์ละครย้อนยุคฟีเวอร์ “บุพเพสันนิวาส” เจ้าแม่บรอดคาซท์ “หน่อง อรุโณชา” หลังจากที่เรตติ้งพุ่งสูงปรี๊ดแซงทุกช่องทุกคอนเทนต์จนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย สำหรับกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับการพูดถึงอย่างล้นหลามในชั่วข้ามคืนตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศจนกระทั่งวันสุดท้ายที่ลาจอ และขึ้นแท่นเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดในรอบหลายปีของวงการละครไทย รวมถึงทีมนักแสดงที่โกยความโด่งดังกันแบบยกค่าย คุณเจนนี่ ฟาวเทน ผู้บริหารใหญ่แห่งอาณาจักร…

Home / PR NEWS / SalesLog พาถอดรหัสการใช้ Data สู่ความสำเร็จ “บุพเพสันนิวาส” โดย “หน่อง อรุโณชา”

SalesLog พาถอดรหัสวิธีการใช้ Data สู่ความสำเร็จ จนเกิดปรากฏการณ์ละครย้อนยุคฟีเวอร์ “บุพเพสันนิวาส” เจ้าแม่บรอดคาซท์ “หน่อง อรุโณชา”

หลังจากที่เรตติ้งพุ่งสูงปรี๊ดแซงทุกช่องทุกคอนเทนต์จนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย สำหรับกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส” กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับการพูดถึงอย่างล้นหลามในชั่วข้ามคืนตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศจนกระทั่งวันสุดท้ายที่ลาจอ และขึ้นแท่นเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดในรอบหลายปีของวงการละครไทย รวมถึงทีมนักแสดงที่โกยความโด่งดังกันแบบยกค่าย

คุณเจนนี่ ฟาวเทน ผู้บริหารใหญ่แห่งอาณาจักร SalesLogs ประเทศออสเตรเลีย จึงบินมาเพื่อขอสัมภาษณ์แบบเอ็กซคลูซีฟ ซึ่งได้พูดคุยกับ “คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์” ผู้จัดละครชื่อดังแห่งบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ที่อยู่เบื้องหลังงานสร้างเรื่องบุพเพสันนิวาสทั้งหมดทุกกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย เพื่อถอดรหัสลับความสำเร็จการวิธีการใช้ Data ทำข้อมูลว่าต้องมีปัจจัยอะไรบ้างประกอบเข้าด้วยกัน จึงจะสร้างละครให้เป็น ‘ปรากฏการณ์’ เช่นนี้ได้

ทุกๆ คนที่ได้ดูละคร “บุพเพสันนิวาส” – “พรหมลิขิต” จะรู้เลยว่าเป็นฝีมือของ “พี่หน่อง อรุโณชา” แล้วก็อีกหลายๆ เรื่องมากๆ ซึ่งแต่ละเรื่องประสบความสำเร็จมากน้อยแตกต่างกันไป แต่สำหรับละครพีเรียดอย่าง 2 เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ต่อเนื่องถึง “พรหมลิขิต” เรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์ออเจ้าฟีเวอร์ไปทั่วโลก ซึ่งกับความสำเร็จนี้ “พี่หน่อง” มีวิธีการใช้ดาต้าเข้ามามีส่วนช่วยยังไงบ้าง ? 

“พี่หน่อง” เล่าว่า “บุพเพสันนิวาส ออกอากาศ ปี พ.ศ.2561 นะคะ ปีที่ออกอากาศก็เกิดกระแสมากมายทั้งโซเชียลทางสังคมต่างๆ ในเรื่องของการแต่งชุดไทยนะคะไปถ่ายรูปในต่างแดนแล้วก็มีกระแสของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหารไทย กุ้งเผา มะม่วงน้ำปลาหวาน เอ่อ หมูสร่ง มันเกิดกระแสในสังคมเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้งลพบุรีแล้วก็ทั้งอยุธยา ซึ่งตรงนี้มันเกินคาดจริงๆ นะคะ”

คุณเจนนี่ ฟาวเทน : แอบไปได้ยินมาว่าบุพเพสันนิวาสได้มา 98 รางวัล สุดยอดมากๆ จากที่โตเกียว แล้วอีกรางวัลหนึ่งที่มาจากการที่เราได้ Data ของ Twitter เนี่ยค่ะ ยังไงคะ ?

พี่หน่อง : เรียกรางวัลนี้ซึ่งก็เกินคาด เพราะว่าเป็นรางวัลทางโซเชียล Social เป็นทางทวิตเตอร์ค่ะ ได้รับรางวัลเหมือน Social award ดีเด่นนะคะ ก็คือมีการเข้าถึงสื่อถึง 8.4 ล้าน 8.4 billion ก็คือ คำว่า “พี่หมื่น” “แม่การะเกด” “มะม่วงน้ำปลาหวาน” เนี่ยถูกบันทึกไว้ที่เกี่ยวข้องกับแฮชแท็ก เป็นเทรนด์อันดับ 1 ของทวิตเตอร์ด้วย

คุณเจนนี่ ฟาวเทน : มันเป็น Soft Power ที่ดังทะลุมากๆ กับกระแสออเจ้า ตอนนี้วงการหนัง ละคร การแข่งขันสูงมาก พี่หน่องใช้ Data เจาะแน่นๆ ตรงไหน ?

พี่หน่อง : จริงๆ ข้อมูลเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญทุกครั้งในการที่เราจะทำงาน หรือการเก็บข้อมูลที่ดีนะคะ อย่างบุพเพสันนิวาสเนี่ย เขาก็มีพื้นฐานความชอบแล้วก็ชอบหรือไม่ชอบอะไรทำให้ข้อดีก็คือจากบุพเพสันนิวาสต่อยอดกลายเป็นภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส 2 แล้วก็ยังต่อยอดเป็นการ์ตูนด้วยนะคะ kakao webtoon ของเกาหลีซื้อลิขสิทธิ์แล้วไปทำเป็นการ์ตูน สิ่งเหล่านี้ค่ะ คือการที่เก็บข้อมูลที่ดีและทำให้รู้ถึงความต้องการหรือความชอบผู้ชมมีอะไรบ้างเพื่อมีการต่อยอด

คุณเจนนี่ ฟาวเทน : ในการทำงานแต่ละงานโดยเฉพาะหนัง Period ข้อมูลต้องแน่น Data ต้องแน่น “พี่หน่อง” ได้ใช้กลยุทธ์แล้วประสบความสำเร็จ อยากจะบอกกับน้องรุ่นหลังยังไง ?

พี่หน่อง : การชมทีวีมันเปลี่ยนไป ตอนนี้มีคนทั้งดูทีวีแล้วก็ดูโซเชียลออนไลน์ YouTube คนดูแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ค่ะ ถามว่าทีวีใครๆ ก็บอกว่าเหมือนจะดูทีวีน้อย แต่มันอยู่ที่เนื้อหา บุพเพสันนิวาส และ พรหมลิขิต เนี่ยทำไมถึงเรตติ้งเยอะ จากสถิติบอกว่าดูกันทั้งครอบครัว จากปกติดูคนเดียว หรือว่าอันนี้ผู้ชมชอบ สถิติออกมาจำนวนมากชอบอันนี้ ฉะนั้นในการพีอาร์เราก็จะเอาฉากนั้น พีอาร์ให้ตรงใจผู้ชม การประชาสัมพันธ์จึงตรงจุดถูกทาง อันนี้เป็นเรื่องของดาต้า ถ้าเช่นนั้นหากจะให้เป็นไวรัลเนี่ย ต้องพึ่งดาต้าล้วนๆ เลยนะคะ

คุณเจนนี่ ฟาวเทน : ดูแนวโน้มของของวงการบันเทิงประเทศไทย “พี่หน่อง” คิดว่าวงการบันเทิงเนี่ยจะใช้ Data เพิ่มขึ้นไหม ?

“พี่หน่อง” : ตอนนี้เป็นยุคของ Data เลย การลงทุนละครก็ดีภาพยนตร์ก็ดี มันลงทุนสูงมาก ตั้งแต่การผลิต การถ่ายทำ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ หรือว่าการตลาด ฉะนั้นต้องไปให้ถูกทาง เพราะมันเป็นเม็ดเงินทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นดาต้ามันต้องเก็บละเอียดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนทำเนี่ยเข้าใจว่าเขาควรจะเดินไปทางไหน

อยากจะทราบเคล็ดลับวันนี้ได้รู้เคล็ดลับทั้งหมดแล้วว่านี่คือการเก็บข้อมูลล้วนๆ เลย แล้วก็ต้องเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างแน่แท้จริงด้วย ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จถ้าเป็นทางด้านธุรกิจจะเรียกว่า J curve ที่สูงที่สุดในประเทศในวงการบันเทิงเลยดีกว่า ขอบคุณพี่หน่องที่สะท้อนให้เห็นถึง Data การเก็บข้อมูลว่าสำคัญขนาดไหนในการทำธุรกิจเลย

Facebook : The Forward Thinker CEOs Exclusive Forum
Instagram : Saleslogstheforwardthinker
Youtube : CEO Forum by SalesLogs Asia