กฎหมายคอมพิวเตอร์ ข่าวสดวันนี้ พ.ร.บ ไซเบอร์ พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์

พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ ไม่ได้กำจัดสิทธิ แต่จะคุ้มครองประชาชน-ประเทศชาติ

กว่า 3 ปี ที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ‘พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ’  และท้ายที่สุด วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ) พ.ศ. …. เป็นกฎหมาย โดยคะแนนเสียงเห็นด้วย 133 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 16 เสียง ดังนั้น พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ก็อยู่ระหว่างรอการประกาศใช้เป็นกฎหมายเป็นลำดับต่อไป

ภายหลัง พ.ร.บ. มั่นคงไซเบอร์ ผ่านความเห็นชอบ โครงการอินเตอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ได้ออกมาแสดงความเห็นทันที โดยระบุว่า

เป็นการผ่านร่างกฎหมาย โดยไม่มีการแก้ไขข้อห่วงกังวลของภาคประชาชนแต่อย่างใด

ไอลอว์เผยถึงข้อน่ากังวล พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ

หลังจากสนช. เห็นชอบ พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์แล้ว ทางด้านโครงการอินเตอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ได้วิเคราะห์ถึงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ โดยไอลอว์ (iLaw) ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีข้อน่ากังวลอยู่อย่างน้อย 8 ข้อ ได้แก่

1. นิยามภัยคุกคามไซเบอร์ตีความได้กว้าง ครอบคลุม เนื้อหา บนโลกออนไลน์

ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 59 กลับเปิดทางให้ตีความ ‘ขยาย’ ความหมายของภัยคุกคามไซเบอร์ให้กว้างขึ้น เช่น “อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ..” การเขียนกฎหมายเช่นนี้ เสี่ยงต่อการที่ในอนาคตอาจมีผู้ที่เจตนาไม่ดี ตีความให้คำว่า “ภัยคุกคามไซเบอร์” ครอบคลุมถึงประเด็น “เนื้อหา” บนโลกออนไลน์มากกว่าเรื่องระบบ

2. เจ้าหน้าที่รัฐสามารถขอข้อมูลจากใครก็ได้เพื่อประโยชน์ในการทำงาน

ร่างพ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 61 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ และประเมินผลกระทบจากภัยคุกคามไซเบอร์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) มีอำนาจขอความร่วมมือจากบุคคลให้มาให้ข้อมูล หรือทำข้อมูลเป็นหนังสือเกี่ยวกับภัยคุกคามไซเบอร์ และสามารถขอข้อมูล เอกสาร หรือสำเนาข้อมูล ที่อยู่ในการครอบครองของผู้อื่นได้ หากเห็นว่า เป็นประโยชน์ รวมถึงสามารถเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์หรือสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองสถานที่นั้น

3. กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ยึด-ค้น-เจาะ-ทำสำเนา คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์

ในร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 65 กำหนดว่า ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) เห็นว่า มีภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับที่ร้ายแรงขึ้นไป ให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจค้นสถานที่ได้ และสามารถค้นคอมพิวเตอร์ เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ เจาะระบบ หรือทำสำเนาเอาข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ไปได้ รวมถึงสามารถยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร์ไว้ได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์

4. เมื่อมีภัยคุกคามไซเบอร์ร้ายแรงขึ้นไป เจ้าหน้าที่รัฐสามารถสอดส่องข้อมูลได้แบบ Real-time

ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 67 วรรคสองระบุว่า ในกรณีที่มีภัยคุกคามระดับร้ายแรงหรือวิกฤติ และเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ประเมินผล รับมือ ปราบปราม ระงับ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้เลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยความเห็นชอบของ กกม. มีอำนาจขอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและต่อเนื่อง (ข้อมูลแบบ Real-time) จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์

5. ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล

ตาม ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ การจะเข้าถึงข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ การทำสำเนา การเจาะระบบ หรือยึดอายัค เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ‘ขอหมายศาล’ เพื่อให้มีอำนาจในการดำเนินการ แต่ถ้าในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องยื่นขอหมายศาล

6. การใช้อำนาจยึด ค้น เจาะ หรือขอข้อมูลใดๆ ไม่สามารถอุทธรณ์เพื่อยับยั้งได้

ตาม ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 68 กำหนดว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับคำสั่งอันเกี่ยวกับการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์อุทธรณ์คำสั่งได้ในกรณีที่เป็นการใช้อำนาจเมื่อมีภัยคุกคามในระดับร้ายแรงขึ้นไป

7. เมื่อมีภัยคุกคามไซเบอร์ระดับวิกฤติ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 66 กำหนดให้ กรณีที่เกิดภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสภาความมั่นคงแห่งชาติในการดำเนินการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามกฎหมายว่าด้วยสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือกฎหมายอื่นทีเกี่ยวข้อง

8. ผู้ใดฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก

ในกรณีที่ผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ หรือผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ดำเนินการใดๆ ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐสั่ง เช่น ไม่ได้ตรวจสอบ แก้ไข หรือแม้แต่กำจัดไวรัสที่มีผลเป็นภัยคุกคามไซเบอร์ ก็จะมีความผิดไปด้วย โดยกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ในร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 65 กำหนดว่า ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) เห็นว่า มีภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับที่ร้ายแรงขึ้นไป ให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจค้นสถานที่ได้ และสามารถค้นคอมพิวเตอร์ เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ เจาะระบบ หรือทำสำเนาเอาข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ไปได้ รวมถึงสามารถยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร์ไว้ได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์

แต่การจะเข้าถึงข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ การทำสำเนา การเจาระบบ หรือยึดอายัค เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ขอหมายศาล เพื่อให้มีอำนาจในการดำเนินการ แต่ถ้าในกรณีจำเป็นเร่งด่วน สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องยื่นขอหมายศาล ดำเนินการไปก่อนแล้วรายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว

ภายหลัง พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ผ่านฉลุย ส่งผลให้ผู้คนกลับมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ชาวเน็ตได้ชักชวนกันคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดังกล่าว ผ่านทาง Change.org  โดยมีผู้สนับสนุนแล้วกว่า 6,000 ราย และดูว่าจะผู้เข้าลงชื่อคัดค้านมากขึ้นเรื่อยๆ

เหตุผลที่ควรมี พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์

ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนบางส่วนที่กังวลว่า พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมองว่า กฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น และมีประโยชน์ทางด้านภัยคุกคามไซเบอร์

กว่า 3 ปี ที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ‘พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ’ ประชาชนจำนวนมากได้ร่วมลงชื่อคัดค้านบนโลกออนไลน์ เนื่องจากกังวลว่าจะเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าถึงข้อมูลการสื่อสาร โดยไม่ต้องมีหมายศาล เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

Vo.กระทั่งช่วงเดือน ตุลาคม 2561 ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง หลังผ่านการทบทวนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ซึ่งครั้งนี้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา

Vo.แต่หากพิจารณาตามหลักสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ มาตราที่ 3 ที่มีใจความว่า “ภัยคุกคามไซเบอร์” คือ การกระทำโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ มีเป้าหมายให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบทางด้านข้อมูลหรือเชิงเทคนิคคอมพิวเตอร์ ซึ่งในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มองว่า กฎหมายฉบับนี้ยังเป็นสิ่งจำเป็น

Vo.ส่วนการโพสต์ข้อความ ความคิดเห็น และการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ที่เป็นข้อกังวล แม้กฎหมายจะไม่ได้ครอบคลุมอย่างชัดเจน แต่ก่อนการโพสต์หรือแสดงความคิดเห็นทุกครั้งในโลกออนไลน์ ควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

Vo.โดยขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผ่านการพิจารณาในวาระ 3 จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว และอยู่ระหว่างรอการประกาศใช้เป็นกฎหมายเป็นลำดับต่อไป

พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ ไม่คุกคามประชาชน ?

ที่ปรึกษากรรมมาธิการร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฉบับนี้ไม่ได้ละเมิดสิทธิของประชาชน นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมมาธิการร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า เป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิของประชาชน ในการเปิดข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ล้วงข้อมูลทางออนไลน์ได้โดยไม่มีหมายศาล นั้นขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีผลกระทบกับภาคประชาชน ในเรื่องสิทธิในการโพสต์ข้อความ หรือแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์อย่างที่หลายคนเข้าใจ

โดยกฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมใน 2 ส่วนสำคัญ คือ กำหนดว่าหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสาธารณูปโภคทั่วไปที่สำคัญของประเทศ ทั้งเรื่องการเงิน ความมั่นคง ไฟฟ้า ประปา การขนส่ง และท่าอากาศยาน ซึ่งใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการทำงานต่างๆ ที่ผ่านมาเคยเกิดปัญหาขัดข้อง ไม่สามารถจัดการระบบได้ ต่อไปต้องมีการควบคุมมาตรฐานทางการจัดการด้านไอที ซึ่งหากต่อไปเกิดปัญหาจะมีบทบังคับว่าควรต้องจัดการอย่างไร และภาครัฐจะการจัดการหน่วยงานนั้นอย่างไร ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย แสดงความเป็นห่วงว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงควรที่จะพิจารณาให้รอบคอบ เพราะอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมไปถึงความมั่นใจของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลต่อการลงทุนและการขยายตัวของธุรกิจต่างๆ พร้อมขอให้ประชาชนช่วยกันวิเคราะห์และจับตา

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก iLaw

WRITER

RELATED

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 28/04/2563 | 11.30 น.

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 28/04/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019 📍 สถานการณ์ในประเทศไทย 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 7 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,932 – 2,938) ประเทศไทย…

ผลประกาศ ‘โทรทัศน์ทองคำ’ ครั้งที่ 34 ละครกรงกรรม คว้า 3 รางวัลเด่น

ผลประกาศ ‘โทรทัศน์ทองคำ’ ครั้งที่ 34 ละครกรงกรรม คว้า 3 รางวัลเด่น

ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ชมรมส่งเสริมโทรทัศน์มูลนิธิจำนง รังสิกุล และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดพิธีประกาศผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 34 ประจำปี 2562 เพื่อส่งเสริมและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในสายงานโทรทัศน์ โดยมีรางวัลที่น่าสนใจดังนี้ รางวัลเกียรติยศคนทีวี ได้แก่ สุรางค์ เปรมปรีดิ์…

ประกันสังคม ประกาศให้ผู้ประกันตนตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี !

ประกันสังคม ประกาศให้ผู้ประกันตนตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี !

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ประกาศให้ผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิตรวจเชื้อโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียดดังนี้ กรณีเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ…

โพลแนะ แกนนำอนาคตใหม่ ยอมรับคำตัดสินยุบพรรค

โพลแนะ แกนนำอนาคตใหม่ ยอมรับคำตัดสินยุบพรรค

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่างทั่วประเทศ ในเรื่อง “เรื่องของ อนาคตใหม่” หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคฯ 10 ปี และการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ…

รัฐยันไม่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สกัดแฟลชม็อบ ชี้เป็นสิทธิทำได้

รัฐยันไม่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สกัดแฟลชม็อบ ชี้เป็นสิทธิทำได้

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการดูแลความสงบและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ทาง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาตอบข้อสงสัยถึงเรื่องดังกล่าว ว่า อาจจะเป็นไปได้ ที่จะมีการใช้กฎหมายพิเศษในการดูแลประชาชน…

เพื่อไทย แถลงไม่มีอำนาจเลือกผู้อภิปราย-จัดสรรเวลา

เพื่อไทย แถลงไม่มีอำนาจเลือกผู้อภิปราย-จัดสรรเวลา

คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจง เกี่ยวกับภารกิจการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยระบุ หน้าที่ของคณะกรรมการกิจการพิเศษนั้น ทำหน้าที่ในส่วนของการสนับสนุนทางด้านข้อมูล ฝึกซ้อมผู้อภิปราย และคอยสังเกตการอภิปรายนอกสภาเท่านั้น คณะกรรมการกิจการพิเศษ มิได้มีอำนาจหน้าที่ในการคัดเลือกตัวผู้อภิปราย หรือจัดสรรเวลาและควบคุมการอภิปราย รวมทั้งมิได้วางแผนว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีท่านใดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกิจการพิเศษ…

รัฐบาล เผยไร้ข่าวสำคัญ ในวันที่ 2 มี.ค. หลังลือ “บิ๊กตู่” เตรียมแถลง

รัฐบาล เผยไร้ข่าวสำคัญ ในวันที่ 2 มี.ค. หลังลือ “บิ๊กตู่” เตรียมแถลง

จากกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ในวันที่ 2 มี.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออกมาประกาศว่าจะมีข่าวใหญ่ในวันดังกล่าว จนทำให้เกิดกระแสความอยากรู้ว่าข่าวที่ว่าคืออะไรกันแน่ จะเป็นเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีหลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่อย่างไรนั้น ล่าสุด นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี…

พยากรณ์อากาศวันนี้ 2 มี.ค.63 : ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองทุกภาค อากาศร้อนกลางวัน

พยากรณ์อากาศวันนี้ 2 มี.ค.63 : ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองทุกภาค อากาศร้อนกลางวัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงายสภาพอากาศโโยทั่วไปประจำวันที่ 2 มี.ค. 2563 พบว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้  ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง…

ธนาธร โพสต์ถึง ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ที่เหลือ ย้ำแม้ไปต่อด้วยไม่ได้ แต่จะดูอยู่ห่าง ๆ

ธนาธร โพสต์ถึง ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ที่เหลือ ย้ำแม้ไปต่อด้วยไม่ได้ แต่จะดูอยู่ห่าง ๆ

ธนาธร ฝากข้อความซึ้งถึงสมาชิก ส.ส. ที่เหลือ แต่เรื่องนี้มันพีคที่รูปประกอบ 18,742อ่าน 93 ธนาธร โพสต์ข้อความฝากถึง ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ผมไปต่อด้วยไม่ได้ แต่จะเฝ้ามองให้กำลังใจตรงนี้ เมื่อวันที่ 1…