สุดารัตน์ โพสต์จัดหนัก! จวกนโยบายรัฐบาลใหม่ “ไม่ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาประชาชน”

ประเด็นน่าสนใจ

  • คุณหญิงสุดารัตน์ แสดงความเห็นว่า นโยบายรัฐบาลใหม่ ไม่ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาประชาชน ชี้ นโยบายเขียนเสมือนเป็นความฝันกว้างๆ ขาดรูปธรรมที่ชัดเจน
  • นอกจากนี้ยังได้พูดถึงเรื่องคุณสมบัติของคนเป็นนายกรัฐมนตรี โดยหญิงหน่อยมองว่า สิ่งนี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านโยบาย แต่นายกฯกลับไม่สามารถบอกสถานะตัวเองได้

วันที่ 25 ก.ค. 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือหญิงหน่อย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในแฟนเพจ ส่งกำลังใจให้ให้ 7พรรคร่วมฝ่ายค้าน เนื่องจากวันนี้มีการประชุมรัฐสภา อีกทั้งยังเป็นวันที่ทางฝั่งรัฐบาลจะทำการแถลงนโยบาย

นอกเหลือจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้โพสต์ข้อความถึงนโยบายรัฐบาลใหม่ว่า ไม่ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาประชาชน คนแถลงก็ด่างพร้อยในเรื่องคุณสมบัติ โดยข้อความที่หญิงหน่อยโพสต์มีดังนี้

ส่งกำลังใจให้ 7พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ องครักษ์พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน อย่างเต็มที่ คนไทยจะหวังอะไรได้บ้างจากการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีหน้าเดิม ในเสื้อคลุมประชาธิปไตย ที่จะแถลงต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ในวันนี้เพราะเมื่ออ่านแล้วจะพบว่า

นโยบายรัฐบาลใหม่ไม่ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาประชาชน ไม่ครอบคลุม ไม่กำหนดที่มาของงบประมาณ ไม่กำหนดเป้าหมายความสำเร็จ เขียนเหมือนเป็นเพียงคำนำเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับคำแถลงของรัฐบาลอื่นในอดีต ไม่สมกับเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเลยค่ะ ขณะที่คนแถลงก็ด่างพร้อยในเรื่องคุณสมบัติทั้งสิ้น

1) นโยบายเขียนเสมือนเป็นความฝันกว้างๆ ขาดรูปธรรมที่ชัดเจน
ดิฉันอยากชวนพวกเรากลับไปดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ 5ปี คสช. ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับพังพินาศ ตั้งแต่ก่อหนี้กู้เงินมาชดเชยงบประมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา 5 ปี รัฐบาล คสช. ก่อหนี้เงินกู้เพื่อนำมาชดเชยงบประมาณที่ขาดดุลไปถึง 2.193 ล้านล้านบาท

หมายความว่าประเทศเป็นหนี้สองล้านล้านบาท ที่ต้องใช้กันชั่วลูกชั่วหลาน โดยที่ประเทศของเราไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันไว้เลย ไม่ได้รถไฟฟ้าความเร็วสูง ไม่ได้โครงการบริหารจัดการน้ำป้องกันน้ำแล้งน้ำท่วม ไม่ได้ท่าเรือน้ำลึกใหม่ แต่คนไทยทุกคนต้องมาแชร์หนี้สินที่ คสช. สร้างให้กันหัวโต

มีคนจนมากที่สุด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลก่อหนี้มหาศาล แต่กลับทำให้คนไทยจนกันหมดทั้งประเทศ ดังปรากฏจากตัวเลขประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนคนจนที่มากถึง 14.5 ล้านคน และความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจ-สังคม ที่เพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะมากขึ้นหากรัฐบาลยังบริหารประเทศอย่างไร้ทิศทางโดยทีมเศรษฐกิจยังเป็นคนหน้าเดิมๆ เพราะทิศทางที่ทำกันมา 5 ปี คือ สร้างรัฐราชการร่วมกับทุนผูกขาด ทุนเส้นสาย ผ่านโครงการประชารัฐ

หนี้ครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กว่า 1.5 แสนบาทต่อคน ตามข้อมูลของสภาพัฒน์ชี้ว่า หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งติดอันดับ 10 ของโลก และสูงถึง 78.7 % ของ GDPความเชื่อมั่นผู้บริโภคไม่มี ไม่มีใครอยากใช้จ่ายเงิน ก่อนรัฐประหาร ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ 64.0 ปัจจุบันเดือนมิถุนายน ปี 2562 เหลือเพียง 51.3 ธุรกิจไทยเงียบซบเซาไปหมดทั้งประเทศ

ตัวเลขการส่งออกครึ่งปีแรกลดลงกว่า 3% ซ้ำเติมด้วยการท่องเที่ยวเงียบเหงา ทั้ง2 แหล่งรายได้ของประเทศ กำลังลำบากหนัก จากค่าเงินบาทแข็ง แต่ไม่ปรากฏในนโยบายว่ารัฐบาลนี้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

กำลังซื้อภายในประเทศก็หดหาย จากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมาตลอด 5 ปี
ของรัฐบาลลายพราง และในนโยบายที่แถลงวันนี้ก็ไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ที่พอจะเป็นความหวังให้เกษตรกรได้เลย เป็นความสงบที่ทำให้ตลาดเงี่ยบสงัด จริงๆค่ะยิ่งกว่านั้นในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดเป้าหมายสวยหรูว่า จะเพิ่ม GDP เฉลี่ยประมาณ 4-5% ต่อปี แต่ในนโยบายกลับไม่พูดถึง ว่าจะมีนโยบายในการทำให้ GDP โตได้อย่างไร

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำ ของพล.อ.ประยุทธ์ และทีมเศรษฐกิจชุดเดิม ที่กลับมาเป็นนายกฯ และครม. ชุดใหม่ ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจที่หนักหนาเช่นนี้ ประชาชนย่อมต้องการรู้ว่ารัฐบาลใหม่ ที่มีนายกฯหน้าเดิม จะมีนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องที่เป็นรูปธรรมอย่างไร ภายในเวลาเท่าไหร่

แต่กลับไม่มีคำตอบ ไม่ปรากฏในนโยบายของรัฐบาลใหม่ และไม่ปรากฏว่า จะมีหนทางในการบรรลุยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนกันมากับมือได้อย่างไร ? และเมื่อไม่ปรากฏเข็มทิศนำทางว่าจะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจที่พังพินาศตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร ก็ย่อมยากที่ประชาชนจะฝากความหวังได้

2) แถลงนโยบาย แต่ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินนโยบาย รัฐธรรมนูญที่ผู้อำนาจร่างกันเอง ได้ประโยชน์กันเอง ระบุไว้ใน ม.162 ว่า ครม. ต้องแถลงนโยบายฯ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย แต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ปรากฏในเอกสาร

ซึ่งที่ควรจะเป็นคือจะต้องมีการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นเดียวกับการทำตารางภาคผนวกว่า สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ฯ อย่างไร

เพราะถ้าไม่บอกแหล่งที่มาของรายได้ให้ชัด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่า รัฐบาลจะหาเงินจากไหน ด้วยวิธีการอย่างไร รัฐบาลจะขยายฐานภาษี ปรับปรุงอัตราภาษี ฯลฯ หรือ พัฒนาภาษีประเภทใหม่ๆ ช่วยบอกให้ชัดเจน เพราะยิ่งรัฐบาลมีนโยบายลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดา จะหารายได้จากส่วนใดมาทดแทน ?

3) คุณสมบัติของคนเป็นนายกรัฐมนตรี มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาฯ วันนี้ตลกร้ายสำหรับคนไทยทั้งประเทศคือมีนายกฯ ที่ไม่สามารถบอกสถานะตัวเองได้ เวลาได้ประโยชน์ก็บอกว่า ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เวลาเสียประโยชน์ ก็บอกว่า ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแม้จะมีองครักษ์พิทักษ์นายก ออกมาดิ้นว่าห้ามอภิปรายในประเด็นนี้ แต่ดิฉันขอยืนยันว่าฝ่ายค้านอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ และรมต. ได้ และจะอภิปรายอย่างเต็มที่

ยังมีหลายประเด็นที่เป็นปัญหา ที่ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส และกำลังเฝ้ารอการแก้ไขปัญหา จากนโยบายของรัฐบาลใหม่ ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ 7พรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันทำหน้าที่ ตรวจสอบนโยบาย ของนายกรัฐมนตรี และครม.ใหม่

ที่เขาอ้างว่ามาจากระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ฝากพี่น้องประชาชนร่วมกันติดตามการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ท่านเลือกมากับมือ ในการทำหน้าที่ องครักษ์พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนกันนะคะ

WRITER