เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

กรุงเทพมหานครนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเมือง โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่สะสมมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนระบบควบคุมสัญญาณไฟ

Home / PR NEWS / เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

(2 มีนาคม 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกพระโขนง พร้อมย้ำแนวทางสำคัญของกรุงเทพมหานครในการ “นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเมือง” โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่สะสมมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนระบบควบคุมสัญญาณไฟจากแบบ Fixed Time สู่ Adaptive Control อย่างเป็นระบบทั่วกรุง

ในการนี้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร และ สน.คลองตัน ร่วมให้ข้อมูลและนำเยี่ยมชมการทำงานของระบบ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีทางแยกในความดูแล 746 แห่ง โดยกว่า 80% ยังเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงแบบคงที่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กทม.จึงเร่งอัปเกรดสู่ระบบ Adaptive ที่ใช้กล้อง CCTV และเทคโนโลยีประมวลผลภาพ (Image Processing) ตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ตู้ควบคุมที่พัฒนาอัลกอริทึมใหม่ให้สามารถ “คิดและปรับไฟเอง” ตามสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน กรุงเทพมหานครสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง “ระบบเดิม” กับ “ระบบใหม่” ดังนี้

1. หลักการทำงาน
• ระบบ Fixed Time: ตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงตายตัวตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่เปลี่ยนตามสภาพรถ
• ระบบ Adaptive: ปรับระยะเวลาไฟเขียว–ไฟแดงอัตโนมัติตามปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทางแบบทันที

2. ความสอดคล้องกับสภาพจราจร
• ระบบ Fixed Time: ไม่ตอบสนองต่อชั่วโมงเร่งด่วน เหตุฉุกเฉิน หรือปริมาณรถที่เพิ่ม–ลดกะทันหัน
• ระบบ Adaptive: วิเคราะห์ความหนาแน่นและความยาวแถวคอย (Queue Length) ล่วงหน้าก่อนถึงแยกประมาณ 150 เมตร เพื่อจัดสรรเวลาไฟให้เหมาะสมที่สุด

3. ปัญหาที่พบบ่อย
• ระบบ Fixed Time: เกิด Lost Green Time (ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ) และ Grid Lock (รถติดค้างกลางแยก) ทำให้การจราจรทั้งระบบชะงัก
• ระบบ Adaptive: มีระบบ Grid Lock Protection หากตรวจพบว่าด้านหน้าระบายรถไม่ได้ จะตัดไฟเขียวทันที เพื่อป้องกันรถขวางกลางทางแยก

4. ประสิทธิภาพที่วัดผลได้
• ระบบ Fixed Time: ความล่าช้าสะสมสูง โดยเฉพาะในจุดตัดสำคัญ
• ระบบ Adaptive: จากผลนำร่อง 74 ทางแยก ในช่วงปี 2567–2568 สามารถลดความล่าช้าได้เฉลี่ย 10–41% โดยบางจุด เช่น แยกสามเหลี่ยมดินแดง ลดได้สูงสุดถึง 41% ขณะที่แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระรามที่ 4) ลดเวลารอจาก 12 นาที เหลือเพียง 5–6 นาที

5. ผลกระทบต่อประชาชน
• ระบบ Fixed Time: ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มมลพิษจากการจอดรถติด
• ระบบ Adaptive: ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มความคล่องตัวของทั้งโครงข่ายถนน

สำหรับแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครเตรียมติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และมีแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยจะเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาณไฟมีความสอดประสานทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเวลาของสัญญาณไฟจราจร แต่คือการติดตั้ง “สมองกล” ให้กับทางแยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้สัญญาณไฟสามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เองตามสภาพจราจรจริง และยังคงพัฒนาระบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นี่คือการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหารถติดอย่างยั่งยืน คืนเวลาที่มีค่าให้ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้เดินทางได้สะดวก คล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ตามเป้าหมายของนโยบาย “เดินทางดี” อย่างแท้จริง