ตูมตาม ตูมตาม ยุทธนา โลกเปลี่ยนเราปรับ

SNAP CHAT : คุยกับ ตูมตาม – ยุทธนา กับเพลง #โลกเปลี่ยนเราปรับ มุมมองต้องปรับตามโลกที่เปลี่ยน

คัดลอก URL แล้ว

Q : รบกวนแนะนำตัวด้วยครับ

A : สวัสดีครับ ผม ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง นะครับ

Q : พูดถึงผลงานเพลงใหม่ ‘โลกเปลี่ยน เราปรับ’ เป็นเพลงแนวไหน?

A : เพลง โลกปรับเราเปลี่ยน ผมเรียกมันว่าเป็นเพลงให้กำลังใจแล้วกันครับ เป็นเพลงที่สร้างมาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนี้เข้ากับช่วงเวลาแบบนี้ ที่ผู้คนที่ต้องการกำลังใจนะครับ เพลงนี้ก็เลยเกิดขึ้นมาจากการร่วมมือกันในหลายๆ ฝ่าย โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังของดนตรี หรือ โปรดิวเซอร์ของเพลงนี้ก็คือ พี่ป๋วย P2Warship นะครับ แล้วก็มี พี่มัสท์ THE MUST เป็นคนเขียนเพลง สำหรับเพลงนี้จะเป็นเพลงที่เราอยากจะมอบให้กับคนไทยทั้งหมด ที่เราต้องเผชิญกับความยากลำบากของการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งเรื่อง Covid-19 หรือภัยพิบัติต่างๆ ที่เราเจอ จึงอยากจะฝากผ่านเพลงนี้ก็ให้ทุกคนรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยังไงไม่ว่าเราจะเจอความลำบากยากเย็นแค่ไหน เราก็จะปรับเปลี่ยนกับมันเพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้เลยนะครับผม ก็เลยนำเสนอเพลงนี้ด้วยความรู้สึก Positive ด้วยความสนุกสนานมากขึ้น เพื่อให้กำลังใจกันครับผม

Q : มีส่วนร่วมอะไรในเพลงใหม่บ้าง?

A : ในเพลงนี้พี่เขาเลือกให้ผมเป็นคนถ่ายทอด ผมเองก็ถามเหมือนกันว่าพี่ๆ สนใจอะไรในตัวผม พี่ๆ เขาก็บอกว่าตอนแรกเขาตั้งใจจะนำเสนอแบบนี้เป็นเป็นลูกทุ่งด้วย เพราะว่าหลังๆผมก็ร้องเพลงลูกทุ่งบ่อย แต่พอได้มีการประชุมพูดคุยกันหลายๆ อย่าง ได้ข้อสรุปว่าเพลงนี้มันเป็นสิ่งที่เราอยากสื่อสารกับคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นเราอยากสื่อสารกับคนไทยทุกๆ ภาคส่วน เลยรู้สึกว่ามันก็ควรจะเป็นเพลงที่เข้าใจง่ายฟังง่ายแล้วก็ไม่ได้ไม่ได้มี Message ที่มันซับซ้อนอะไรมากมาย ก็เลยถ้างั้นในนั้นก็มีเอกลักษณ์ในเรื่องของการใส่เนื้อร้องภาษาถื่นจากภาคต่างๆ ลงไปด้วยครับ

Q : การใช้ภาษาถิ่นในเพลง ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ?

A :  คือ เป้าหมายของเราในการหยิบภาษาท้องถิ่นมาใช้ เพราะว่าเราอยากจะให้ทุกคนรู้สึกว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงของผมคนเดียว แต่มันคือผลงานที่วางไว้ตรงกลางครับ เราคนไทยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับมันได้ ทุกคนมีส่วนร่วมกับการที่จะเอ็นจอยกับมันได้ หรือว่าเข้าใจกับมันได้ มันเป็นการวางไว้ตรงนั้นเพื่อให้เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเพลงนี้ คนใต้ก็ฟังได้ คนเหนือก็สั่งได้ คนอีสานก็ฟังได้ คนกลางก็ฟังได้ โดยทั้งหมดนี้คือใจความหลักๆคือมันพูดถึงเรื่องที่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนนี่แหละครับ 

Q : มีความยากบ้างไหมกับการต้องมาร้องเพลงน้ี ? 

A : ก็จริงมันก็ไม่ได้ยากนะครับ มันไม่ได้ไม่ได้ยากเกินไป ด้วยความที่ว่าเราก็ร้องเพลงหลายแนวหลายหลายรูปแบบมาก่อน ซึ่งความรู้สึกอันดับแรก คือ มันเป็นงานที่มีเจตนาที่ดี เราก็เลยรู้สึกเอ็นจอยมากๆ รู้สึกแบบว่าเจตนาของงานมันดีจังเลยครับ 

Q :  เพลงนี้เป็นเพลงสนุกเราจะได้เห็นตูมตูาม เต้นด้วยใช่มั้ย ?

A : การเต้นถือว่าเป็นเรื่องยากในชีวิตผมเหมือนกันนะ (55555) เพราะมันเป็นความสามารถในอีกแขนงหนึ่งที่ ผมจำเป็นต้องมี พอรู้ว่าต้องเต้นมันก็ยากนะครับ มันก็ต้องก็ต้องเรียนรู้ต้องปรับเปลี่ยน ผมเครียดถึงขั้นร้องไห้เลยอ่ะ(55555)  แต่ในเมื่อเรายอมแพ้กับมันไม่ได้ เราทำได้อย่างเดียวคือเดินเข้าไปหามันเดินเข้าไปหามันเผชิญหน้ากับมัน สุดท้ายจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าการฝึกซ้อม เพราะมันก็จะมีเวลาให้เราได้ฝึกฝนเรียนรู้พัฒนากับมันให้ได้ โดยสิ่งที่เราต้องเอาชนะมันไม่ใช่เรื่องการเต้น แต่หัวใจขี้แพ้ของเราต่างหาก

Q : ชอบช่วงไหนของเพลงเป็นพิเศษ ?

A :  ผมชอบช่วงที่พูดถึงความรักความรักที่ว่าเวลาเรารักใครเนี่ยเราต้องรู้จักที่จะปรับตัวเข้าหากันต้องรู้จัก มันย้อนให้เห็นความเป็นจริงบางอย่างว่ามันไม่มีการพบเจอกันระหว่างสองสิ่งเลยสักครั้งเดียว มันจะไม่มีการปรับเปลี่ยน ต่างคนต่างต้องปรับเพื่อเข้ามาเป็นเรื่องเดียวกันเสมอ ไม่ว่าจะเราอยู่กับโลก ถ้าเราทำตัวเหมือนไม่ได้อยู่ในโลก เราก็เข้ากันไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น บ้านเราอากาศร้อน ต่อให้เราพยายามเปิดแอร์แค่ไหนก็ตาม อยู่ในบ้านเย็นแค่ไหน วันนึงก็ต้องเดินออกมาเจออากาศร้อนอยู่ดี ถ้าเราไม่ยอมรับ ไม่เปิดใจที่จะยอมรับมันว่ามันก็บ้านเรามันร้อน เราจะใช้ชีวิตขัดแย้งกับความเป็นจริงอยู่เสมอ มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตของเราทุกๆ วันไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราต้องปรับตัวกับมันเรียนรู้มันเสมอ 

Q : เราได้รู้จักตูมตามครั้งแรกจากการประกวดร้องเพลง ตอนนี้ผ่านมา 10ปีแล้ว ตูมตามได้อะไรจากตรงนี้บ้างจากการประกวดครั้งนั้น?

A :  คือ ได้ในเชิงของความรู้จักชีวิต กับ ได้ในเชิงของของสิ่งภายนอก คือชีวิตดีขึ้นครับ ครอบครัวดีขึ้น ทุกอย่างการงานอาชีพของเรามั่นคงมากขึ้น มันทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นจริงๆ จากการทำงานในวงการต้องต้องพูดตรงๆ ว่าแบบก้าวเข้ามาในชีวิตมันจะดีขึ้นจริงๆ มันดีขึ้นจนขนาดที่ว่าปัญหาครอบครัวในเรื่องของการเงินหรืออะไรก็ตามมันก็ถูกแก้ไขไปหมดเลยนะครับ

จากการที่เราได้เข้ามาทำงานตรงนี้มันมีประเด็นกับคนที่เขาชื่นชมผม จึงอยากจะเล่าให้ฟังถึงทัศนคติของเรากับเรื่องนี้ว่า เวลาที่คนบอกว่าผมเป็นลูกกตัญญู จริงๆ แล้วผมอยากบอกทุกคนเหมือนกันนะว่า ทุกคนเป็นลูกกตัญญูเหมือนกันนะครับ ผมแค่โชคดีที่ผมมีโอกาสได้ทำงาน(ในวงการ)และสร้างเนื้อสร้างตัวได้ก็เลยมีโอกาสที่จะตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างชัดเจน แล้วก็เอาอยู่ในสปอร์ตไลท์เราก็ทำอะไรมันก็เป็นจุดที่ทุกคนมองเห็นมันก็เลยถูกยกย่อง แต่มันก็ดีครับ ดีใจที่ทุกคนได้เห็นแนวทางที่เรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตตามเส้นทางพวกนี้แล้วมันมันเกิดประโยชน์เกิดมุมมองที่ดีเป็นไอดอลที่ดีสำหรับหลายๆ คน

Q : ในฐานะรุ่นพี่ เดอะสตาร์ ตอนนี้กำลังมีประกวดอยากฝากอะไรไหม?

A : ดีใจครับ ดีใจที่ยังเห็นทุกคนแบบทำตามฝันตัวเองครับ ผมเชื่อนะครับว่าจริงๆ แล้วความฝันของทุกคนมันมีอยู่ เพราะฉะนั้นผมขอชื่นชมแล้วก็รู้สึกว่าน้องๆ ทุกคนที่เลือกที่จะทำเรื่องที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองรักนะที่ตัวเองถนัดน่ะมันน่าเคารพ ที่เขาซื่อสัตย์กับตัวเอ งซื่อสัตย์กับความฝันของตัวเอง 

ผมเชื่อว่าเป้าหมายมันไม่ได้อยู่ที่การเป็นแชมป์ในรายการ แต่เป็นการกล้าทำตามฝันของคุณ กล้าทำตามความเชื่อมั่นของคุณ กล้าพัฒนาตัวเอง กล้าที่จะเรียนรู้ อย่างน้อยถ้ามองดีๆ ว่าการก้าวเข้ามามันได้เจออะไรบ้าง ได้เรียนรู้อะไรบ้าง ชีวิตคุณก็จะพัฒนาต่อไปด้วย เพราะจริงๆแล้วความสุขมันอยู่ที่ว่าในระหว่างทางของคุณน่ะคุณเดินไปด้วยอะไร คุณทำไปเพื่อใคร และสิ่งที่คุณจะทำมันมีเป้าหมาย

Q : ตูมตามเป็นคนที่ผ่านทั้ง งานแสดง กับ งานเพลง มามากมาย ช่วยอธิบายถึงงานทั้ง 2 แบบ หน่อยว่า ต่างกันหรือท้าทายอย่างไรบ้าง ?

A :  จริง ๆ มันน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ 

งานเพลงมันก็บอกเล่าชีวิตคน มันก็บอกเล่าเรื่องราวบอกเล่าความรู้สึ กแต่มันอาจจะแบบอยู่แค่ในความรู้สึก หรือ อารมณ์สำหรับเพลง แต่มันก็ยังเบสด้วยเรื่องราวชีวิต

งานละคร งานแสดง มันก็ใช้เรื่องเดียวกันคือประสบการณ์ชีวิต ถ้าเป็นงานละครมันจะใช้ประสบการณ์ชีวิตส่วนใหญ่ต้องการชีวิตความเข้าใจชีวิต เข้าใจในผู้คนหลากหลายหลากรูปแบบ หลากหลายความคิด เพื่อที่จะไปให้ถึง Character หรือว่าตัวละครนั้น เพราะฉะนั้นมันมีความคล้ายและความต่างต่างกันที่วิธีนำเสนอมากกว่า

Q : อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ในช่วงนี้ไหม?

A : อย่างที่บอกครับว่า เรายังไม่รู้ว่าออกจากบ้านปลอดภัยแค่ไหนกัน ในการออกไปทำอะไรต่างๆ นานา เพราะฉะนั้นในการดูแลสุขภาพคือออกกำลังกายให้เยอะๆ ครับ พยายามทำไงก็ได้ให้ร่างกายเราแข็งแรงทานอาหารที่มันเป็นประโยชน์ และ ทำตามมาตรการเรื่องของสุขอนามัย ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆครับ ถึงช่วงนี้มันจะยากลำบาก เราก็ให้ความรักซึ่งกันและกันกับคนรอบข้างที่ยังมีอยู่ครับผม ใช้โอกาสนี้ให้เราได้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น แน่นแฟ้นมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ให้กำลังใจกันมากขึ้น แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ

Q : พูดฝากผลงานทั้งหมดหน่อยครับ?

A : ฝากเพลง ‘โลกเปลี่ยนเราปรับ’ ครับผม ไปฟังเพลงนี้ใน Streaming ทุกๆ ช่องทางครับ แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีครับ ฝากดูแลสุขภาพให้มากๆ ฝากให้กำลังใจตัวเอง อย่างที่บอกครับผลงานผมมันจะดีขึ้นได้ หรือ มันจะเป็นประโยชน์มากขึ้นก็ต่อเมื่อทุกคน มีกำลังใจที่ดีแล้วแบบเราอยากจะเสร็จสุขกับงานในวงการบันเทิงกับความบันเทิงทั้งหลายเลยนะครับผมเข้าใจดีเพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนปลอดภัยครับปลอดภัย และ ผ่านพ้นไปได้ก็ค่อยกลับมา ENJOY สนุกกันใหม่อีกรอบแล้วผมตอนนี้ก็เป็นห่วงทุกคนครับ


แท็ก: INTERVIEWS , , ,
WRITER

Chanachai B.

Senior Creative Curation / Content Creator & Producer @MThai's Chill Talk, MThai ลอง Talk, ฟังหูไว้ ทอล์ก, etc.

RELATED