จังหวัดตราด ทะเลตราด ที่เที่ยวตราด ที่เที่ยวเกาะช้าง ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ภาคตะวันออก เกาะช้าง เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะช้าง เที่ยวใกล้กรุงเทพ

[รีวิว] เที่ยวเกาะช้าง ไปเสาร์กลับอาทิตย์ ฉบับคนไม่มีรถส่วนตัว

แน่นอนว่าหน้าร้อน ย่อมคู่กับการเที่ยวทะเล แต่ทะเลใกล้ๆ ทั้งหัวหิน พัทยา เกาะล้าน ก็ไปมาหมดแล้ว ครั้นจะให้ไปทะเลทางใต้ก็ไกลเกิน เพราะว่างแค่เสาร์-อาทิตย์ อย่างงั้นเราไป เที่ยวเกาะช้าง จ.ตราด ดูท่าจะตอบโจทย์ แถมยังสะดวกสำหรับคนไม่มีรถส่วนตัวด้วย [รีวิว]…

Home / TRAVEL / [รีวิว] เที่ยวเกาะช้าง ไปเสาร์กลับอาทิตย์ ฉบับคนไม่มีรถส่วนตัว

แน่นอนว่าหน้าร้อน ย่อมคู่กับการเที่ยวทะเล แต่ทะเลใกล้ๆ ทั้งหัวหิน พัทยา เกาะล้าน ก็ไปมาหมดแล้ว ครั้นจะให้ไปทะเลทางใต้ก็ไกลเกิน เพราะว่างแค่เสาร์-อาทิตย์ อย่างงั้นเราไป เที่ยวเกาะช้าง จ.ตราด ดูท่าจะตอบโจทย์ แถมยังสะดวกสำหรับคนไม่มีรถส่วนตัวด้วย

[รีวิว] เที่ยวเกาะช้าง ไปเสาร์กลับอาทิตย์
ฉบับคนไม่มีรถส่วนตัว

เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 รองจากเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง

เกาะช้าง ถือว่าเป็นเกาะที่ต้นไม้เยอะมาก พื้นที่หลักของเกาะเป็นภูเขาและมีต้นไม้เต็มไปหมด เวลาขับรถก็จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะต้องขับขึ้นเขาลงเขาซะส่วนใหญ่

ทริปนี้แอดเดินทางด้วยรถทัวร์จากกรุงเทพ ขึ้นรถที่ขนส่งเอกมัย (ที่เดียวกับที่ขึ้นรถไปพัทยา) ค่าตั๋วขาละ 230 บาท สามารถซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่ได้เลยด้วย ค่าเรือเฟอร์รี่ไปกลับ 150 บาท (ซื้อที่ท่าเรือขาละ 80 บาท)

รถทัวร์ใช้เวลาวิ่งประมาณ 5 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ รอบแรกรถออกตั้งแต่ตี 5 ใครตื่นไม่ไหวก็ไปรอบ 6 โมงยังได้ ไปถึงเที่ยงๆ บ่ายๆ พอดี แนะนำว่าควรจองก่อนนะ อย่าไปตายเอาดาบหน้า เดี๋ยวไปถึงแล้วตั๋วรอบเช้าๆ เต็มอาจต้องรอไปรอบสาย เสียเวลาเที่ยวกันพอดี

หลังจากนั่งไป 5 ชั่วโมง มีแวะจอดร้านข้างทางให้ซื้อของกิน กินข้าว แวะเข้าห้องน้ำ ก็มาถึงสถานีขนส่งตราด จากตรงนี้ใครหิวก็กินข้าวที่ศูนย์อาหารในสถานีได้ มีอาหารตามสั่งหลากหลายอยู่

เมื่อพร้อมเดินทางต่อ ก็หาป้ายรถสองแถวที่ไปท่าเรือไปเกาะช้างได้เลย ใครหาป้ายไม่เจอถามพี่ๆ ที่สถานีได้

รถสองแถวหน้าตาแบบนี้ ไปส่งที่ท่าเรือพร้อมขึ้นเรือเฟอร์รี่ ปกติค่ารถราคา 80 บาทต่อเที่ยวต่อคน แต่วันไหนผู้โดยสารน้อยมาก เช่น แค่ 2-3 คน อาจต้องเสียแพงกว่านั้น เช่น คนละ 100 เพราะต้องเหมาไป อันนี้ขึ้นอยู่กับสกิลการต่อราคานะจ๊ะ


ท่าเรือเฟอร์รี่ที่เกาะช้างจะมี 2 ท่า ท่าเซ็นเตอร์พอยท์และท่าอ่าวธรรมชาติ ถ้าใครซื้อตั๋วเรือพร้อมตั๋วรถทัวร์ จะได้ไปขึ้นที่ท่าเซ็นเตอร์พอยท์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางนานกว่าท่าอ่าวธรรมชาติ 10 – 15 นาที

อัตราค่าเรือ คนละ 80 ต่อเที่ยว แต่ถ้าซื้อพร้อมกับตั๋วรถทัวร์ที่เอกมัยเลย ก็เหลือ 150 บาทไปกลับ ส่วนใครที่จะเอารถข้ามฝั่งมาด้วย นอกจากจะต้องเสียค่าโดยสารของคนแล้ว ก็ต้องเสียของรถด้วย

เรือเฟอร์รี่มีทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ออกตั้งแต่เช้าตรู่ยันหัวค่ำเลย 

เรือเฟอร์รี่ที่จะพาเราไปเกาะช้างมีสองชั้น ชั้นล่างไว้บรรทุกรถ ส่วนผู้โดยสารจะอยู่ชั้นบน ใครที่ขับรถมาก็สามารถเอาเรือข้ามไปฝั่งเกาะแล้วใช้รถตัวเองได้เลย

หากใครหิว ข้างบนเรือก็มีขนมนมเนย มาม่า น้ำอัดลม น้ำดื่มให้ได้รองท้องกัน ราคาแพงกว่าข้างนอก 5 บาท 10 บาท ก็ถือว่าไม่น่าเกลียดมาก … นั่งลมโชยสูดกลิ่นไอทะเลบนเรือประมาณ 30-45 นาทีก็จะถึงเกาะช้าง จุดหมายปลายทางของเรา

ถึงท่าเรือแล้ว สำหรับคนที่นั่งรถทัวร์มาและขี่มอเตอร์ไซค์เป็น ก็จัดการเช่าไปเลย ค่าเช่าอยู่ที่สภาพรถด้วย ประมาณ 150 – 200 บาท ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง จะมีน้ำมันมาให้ 1 ลิตรเพื่อขับไปเติมต่อที่ปั๊มปตท.ระหว่างทาง เวลามาคืนก็ต้องเหลือคืนร้าน 1 ลิตรเหมือนเดิม ใครแพลนว่าจะขับรอบเกาะเลยก็เติมเกือบเต็มถังเลยก็ได้ ไม่ถึงร้อย เพราะถ้าเติมเป็นขวดๆ ในย่านในเมืองจะเสียแพงกว่านี้

ตรงท่าเรือมีรถสองแถวเข้าไปในตัวเมืองเกาะแถวๆ ที่มีร้านอาหาร โรงแรมเยอะๆ ด้วย คนละ 80 บาท (สำหรับคนที่ขี่มอไซค์ไม่เป็น) ในเมืองก็จะมีร้านเช่ามอไซค์อีก แต่แอดแนะนำว่าเช่ามอไซค์จากตรงนี้เลยเหอะ จะได้ไม่ต้องเสียเงินหลายต่อ เวลามาคืนก็ขับมาคืนที่ท่า เตรียมขึ้นเรือเฟอร์รี่กลับเลย

อย่างที่บอกไป ที่นี่เราจะได้ขับรถใกล้ชิดธรรมชาติมากเพราะถนนตัดขึ้นลงภูเขาเลย เพราะฉะนั้น ทางจะเลี้ยวลดและมีโค้งหักศอกในบางช่วง ใครขับขี่รถ ระวังกันด้วยนา

ที่แรกที่เราจะพาไปในเกาะช้าง คือ น้ำตกคลองพลู น้ำตกนี้อยู่บริเวณหาดคลองพร้าว ขับรถเข้าไปจอดหน้าทางเข้าน้ำตกแป๊บเดียว ค่าเข้า 40 บาทต่อคน

จากทางเข้า ต้องเดินป่าเข้าไปประมาณ 500 เมตร ทางที่เดินก็เป็นทางหินและดินลุยป่าเข้าไป ต้องเตรียมรองเท้าดีๆ มาหน่อย

ช่วงที่แอดไปน้ำไม่เยอะมาก แต่ก็พอมีให้ได้ยินเสียงน้ำตก ได้ลงเล่นน้ำเย็นๆ ให้หายเหนื่อยจากการเดินลุยป่าบ้าง

ออกจากป่าแล้วก็มาพายเรือคายัคกันต่อ เป็นกิจกรรมเด่นอย่างหนึ่งของเกาะช้าง แอดนอนที่โรงแรมอาน่ารีสอร์ตซึ่งมีเรือคายัคให้บริการฟรีที่คลองพร้าวหน้าโรงแรมเลย สำหรับคนที่ไม่ได้นอนโรงแรมที่มีเรือคายัคบริการ สามารถลองหาร้านเช่าได้ตามคลองในเกาะ เช่น บริเวณคลองพร้าวได้

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดของเกาะช้าง คือ จุดชมวิวหาดไก่แบ้ สามารถมาชมวิวทะเลของหมู่เกาะช้าง แล้วอย่าลืมถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์เกาะช้างรูปร่างสุดเก๋นี่ด้วยล่ะ

ภาพตะวันตกดินจากจุดชมวิวหาดไก่แบ้ก็เป็นภาพที่ไม่น่าพลาด

หาดต่อมาที่อยากพาไปคือ หาดคลองพร้าว หาดนี้จะสงบและเป็นส่วนตัวกว่าหาดทรายขาว หาดยอดนิยมของเกาะช้าง น้ำทะเลสีครามมากกก เหมาะแก่การไปโดน

นอนชิลๆ ฟังเสียงคลื่น ชมท้องฟ้า ทะเลสีคราม บนหาดแสนสงบ ไม่มีแม่ค้ามาเดินขายกุ้งฝอยทอด

จุดถ่ายรูปอีกแห่งของหาดคลองพร้าว

ถัดจากหาดคอลงพร้าวมาไม่ไกลก็จะเจอ หาดทรายขาว เป็นหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 6 กิโลเมตร มีทรายที่ขาวสะอาดสมชื่อ น้ำทะเลหน้าหาดใสน่าลงเล่น แต่คนค่อนข้างพลุกพล่าน เพราะนอกจากความสวยงามของตัวหาด ยังเต็มไปด้วยที่พักหลายแห่ง รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร ผับ และบาร์

จุดชมวิวของหาดทรายขาว ขับรถขึ้นเขาแล้วต้องหยุดถ่ายรูปตรงนี้ให้ได้ จะเห็นตัวเมืองของเกาะและโค้งของหาด เป็นภาพที่ควรถ่ายเก็บไว้ในความทรงจำ

ขับรถมาอีกฝั่งของเกาะ ซึ่งหันหน้าให้แผ่นดิน หาดฝั่งนี้จะไม่คึกคักเท่าฝั่งหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ เพราะหาดไม่ได้สวยมากเท่า แต่ก็มีสถานที่น่าไปถ่ายรูป เช่น สะพานธารมะยม บรรยกาศดีมาก ตรงสุดปลายสะพานสามาถไปนั่งตกปลาได้

จากสะพานนี้มองกลับไปยังเกาะ เป็นภาพที่ควรสวมวิญญาณนายแบบนางแบบ ยืนโพสท่าเริ่ดๆ ซะหน่อย

อำลากันไปด้วยภาพนี้ เดาว่าทำไว้เก๋ๆ เป็นฉากให้ถ่ายรูป บริเวณแถวสะพานธารมะยม คงไม่ได้ล่มจริง ฮ่าๆ

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กิน เที่ยว รีวิวเอง