อินเดีย โควิด-19

อินเดียมาถึงจุดวิกฤติของโควิด-19 ได้อย่างไร

ประเด็นน่าสนใจ

  • การระบาดของโควิด-19 ในอินเดียยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนยอดผู้ป่วยรายใหม่ยังคงทำสถิติสูงที่สุดเกือบทุกวัน
  • เมื่อ 2 เดือนก่อน อินเดียมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยราววันละ 1.1 หมื่นราย แต่ปัจจุบันมากกว่า 3.3 แสนรายต่อวัน
  • หลายฝ่ายมองว่า รัฐบาลอินเดีย ไม่ใช้โอกาสของจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงในการเตรียมพร้อมสำหรับคลื่นลูกใหม่
  • การเดินนโยบาย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ที่ผิดพลาดทำให้ประชาชนละเว้นมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่จำเป็น
  • มีการผ่อนคลายมากจนเกินไป ทำให้เกิดการรวมกลุ่มรวมตัวในกิจกรรมต่าง ๆ นำไปสู่การะระบาดที่เพิ่มมากขึ้น
  • การแก้ไขหลังพบการระบาดในระลอกใหม่ ช้าเกินไป
  • ชาวอินเดียจำนวนมาก มองว่า การระบาดครั้งนี้ ไม่ใช่คลื่นระลอกที่ 2 ของการระบาด แต่เป็น “สึนามิลูกแรก” ที่พัดถล่มระบบสาธารณสุขของอินเดีย

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในอินเดียกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และระบบสาธารณสุขของอินเดียกำลังอยู่ในจุดเสี่ยงอย่างมากในการที่ระบบจะล่มสลายลงในขณะนี้ ทั้งที่ในช่วงปลายปี 2563 สถานการณ์ของอินเดีย มีแนวโน้มที่ดี มีผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และลดลงมาอยู่ในระดับวันละราว 1 หมื่นราย เท่านั้น แต่ในช่วงปลายต้นเดือนมี.ค. สถานการณ์กำลังเริ่มขยับเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพุ่งทะยานอย่างมากในช่วงปลายเดือน มี.ค. ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ที่ล่าสุด พบผู้ป่วยเพิ่มอีกว่า 3.3 แสนราย ในรอบ 24 ชม.

ระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือน จากผู้ป่วยเฉลี่ย 1.1 หมื่นคนต่อวัน สู่ 3.3 แสนคนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 30x เรามาย้อนดูกันว่า อินเดียมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

การระบาดระลอกแรก ( ม.ค. 63 – ม.ค. 64 / สะสม 10.7 ล้านราย)

อินเดีย รายงานการพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563 หลังการพบผู้ป่วยนอกประเทศจีนรายแรกในไทยเกือบ 20 วัน จากนั้นอินเดียมีผู้ป่วยสะสม 1 พันรายแรกในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2563 ก่อนที่จะเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

อินเดียพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 1 หมื่นรายต่อวันเป็นครั้งแรกในเดือน มิ.ย. 2563 และเริ่มพุ่งในช่วงต้นเดือน ก.ค. 2563 จนกระทั่งต้องมีการประกาศล็อกดาวน์ – เคอร์ฟิวส์ ทั่วประเทศ พร้อมการรณรงค์ ให้มีการสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง ฯลฯ ทำให้สถานการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2563 และลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงช่วงปลายเดือน ม.ค. 2564 รวมระยะเวลา 7 เดือนเต็ม ๆ ที่อินเดียกลับมาสูงจุดที่มีการรายงานพบผู้ป่วยต่อวันราว 1 หมื่นคนต่อวันอีกครั้ง

รวมระลอกแรก ระยะเวลาราว 1 เศษ อินเดียมีผู้ป่วยสะสม 10.7 ล้านราย

ความกลัวที่ว่าอินเดียจะเกิดสึนามิโควิด-19 ถล่มนั้นไม่มีมูลความจริง ซึ่งไม่เพียงแค่นั้น อินเดีย ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอในการจัดการอีกด้วย

นายนเรนรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย กล่าวในงาน World Economic Forum เมื่อ 28 ม.ค. 2021

สถิติการพบผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละวันของอินเดีย ตั้งแต่ปี 2020
(Google Covid-19 Reports)

….

ระลอกที่ 2 ( 1 มี.ค. 64 – 23 เม.ย. 64 / สะสม 16.3 ล้านราย)

การระบาดในระลอกที่ 2 ของอินเดีย เริ่มมีแนวโน้มของผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค.2564 และเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายเดือน ก่อนพุ่งทะยานอย่างมากในช่วงต้นเดือนเม.ย. 2564 และจนถึงในขณะนี้ ยังไม่มีแนวโน้มว่า จะชะลอตัวลงแต่อย่างใด

ระลอกที่ 2 นี้ กินระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน อินเดียมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านราย เมื่อเทียบกับในระลอกแรกใช้เวลาเกือบ 9 เดือน กว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น 5 ล้านราย

ซึ่งในช่วงปลายเดือน ม.ค. – ก.พ. 2564 สถานการณ์ของอินเดีย มีแนวโน้มที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน การมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาใช้งานและเริ่มแคมเปญการฉีดวัคซีนแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา?

การกระจายตัวของกลุ่มก้อนการระบาดในรัฐต่าง ๆ
(ที่มา – covid19india.org)

มกราคม 2564 – แสงสว่างแห่งปีใหม่

เปิดปี 2564 ด้วยสถานการณ์ที่ดี จากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลดลงต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน พร้อมทั้งการมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาใช้งาน โดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียได้ประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 100 ล้านโดสให้กับรัฐบาลอินเดีย พร้อมทั้งการผ่านการอนุมัติให้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนชาวอินเดียได้

หลังจากมีการทดสอบระบบการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ว นายนราเธน โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ได้ประกาศกำหนดการฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ในวันที่ 20 ม.ค. 2564

แต่ช่วงกลางเดือน มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่สร้างความกังวลมากเนื่องจากในวันที่ 14 ม.ค. เป็นวันแรกของพิธีอาบน้ำชำระล้างบาปมหากุมภะเมลา ที่มีผู้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ที่เมืองหะริดวาร์ (Hridwar) ในรัฐอุตตรขัณฑ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้ในช่วงปลายเดือน ม.ค. 64 อินเดียประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ เช่น การห้ามใช้สระว่ายน้ำ การเปิดโรงภาพยนตร์-โรงละคร ให้สามารถเข้าใช้บริการได้มากกว่า 50% ของความจุ ให้มีการจัดแสดง-นิทรรศการต่าง ๆ ได้ตามปรกติ

นอกจากนี้ อินเดีย ยังแบ่งปันวัคซีนให้กับ 3 ประเทศ คือ เมียนมา, มอริเชียส และเซเชลส์ โดยเฉพาะเมียนมา ที่ได้รับวัคซีนจำนวน 1.5 ล้านโดสในล็อตนี้

กุมภาพันธ์ 2564 – ช่วงเวลาดี ๆ

ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาของอินเดีย เนื่องจากมีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะคิดเป็นอัตราส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรราว 1,400 ล้านคน ของอินเดีย

อัตราการติดเชื้อลดต่ำลงต่อเนื่อง และวันที่ 9 ก.พ. เป็นครั้งแรกที่อินเดียพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ ต่ำกว่า 1 หมื่นรายต่อวัน และค่าเฉลี่ยในการพบผู้ป่วยรายใหม่ของอินเดีย ในช่วงกลางเดือน ก.พ. อยู่ที่ราว 1.1 หมื่นรายต่อวันเท่านั้น

ซึ่งในช่วงต้นเดือน มีการประชุม ของกลุ่มชาวเกษตรกรเพื่อต่อต้านกฎหมายใหม่ด้านการเกษตร บริเวณรอยต่อของกรุงนิวเดลีกับรัฐหรยาณา และหลายฝ่ายต่างเป็นกังวลถึงการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก จากการชุมนุมและไม่ได้มีมาตรการป้องกันทีดีพอ

การประท้วงในอินเดีย เมื่อ 6 ก.พ. 2021
(แฟ้มภาพซินหัว)

แต่ในช่วงปลายเดือน ก.พ. อัตราการพบผู้ป่วยเริ่มเพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยราว 1.3 หมื่นรายต่อวันอีกครั้ง โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกของอินเดีย เช่นในรัฐมหาราษฏระ ที่พบผู้ป่วยราวครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันทั่วประเทศอินเดีย

ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขฯ ของอินเดียไปร่วมงานแห่งหนึ่งที่เป็นการอ้างว่า เป็นยาที่สามารถรักษาโควิด-19 ได้ ซึ่งมีการอ้างว่า ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก แต่ในภายหลังองค์การอนามัยโลกปฏิเสธไม่ทราบเรื่อง

รมต.สาธารณสุขของอินเดีย ไปร่วมงานเปิดตัวยาที่ระบุว่า สามารถรักษาโควิด-19 ได้
(ที่มา – Twitter / Dr Harsh Vardhan )

ซึ่งจากสถานการณ์หลาย ๆ อย่างในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น การพบผู้ป่วยยังคงลดลง แม้ผ่านเทศกาล-งานกิจกรรมใหญ่ ๆ มาได้ รวมถึงกระแสของการมีวัคซีน และยา เกิดขึ้น ทำให้ชาวอินเดียจำนวนไม่น้อย รู้สึกว่า

“อินเดียกำลังผ่านพ้นวิกฤติไปแล้ว”

มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ มากขึ้น เช่นการเปิดอนุญาตให้มีการแข่งขันคริกเก็ต และเปิดให้มีผู้เข้าชมจำนวนมาก และไม่มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด ผู้คนละเลยในการป้องกัน เพราะคิดว่า โควิด-19 กำลังจบแล้ว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต่างกลับมองว่า นี่เป็นเพียงคลื่นใต้น้ำที่กำลังจะดันขึ้นโผล่พ้นน้ำเหมือนกับคลื่นสึนามิ ที่จะมองไม่เห็นจนกว่าคลื่นจะซัดฝั่งและสร้างความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังคงมีการประกาศกำหนดการเลือกตั้งในช่วงเดือนมีนาคม โดยเป็นการเลือกตั้งใหญ่ทั้งประเทศ ทำให้การเคลื่อนไหวของการหาเสียงเริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2564 ซึ่งมีการเคลื่อนไหว – รวมตัวของคนมากขึ้น ท่ามกลางความหละหลวมที่พบมากขึ้น เช่นการไม่สวมหน้ากาก การละเลยการรักษาระยะห่าง

มีนาคม 2564 – คลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัว

ในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม สถานการณ์โควิด-19 ในอินเดียเริ่มกลับมาขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง แต่ประชาชนชาวอินเดียไม่ได้ตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อ รมต. สาธารณสุขฯ ของอินเดียออกมากล่าวว่า

เรากำลังอยู่ในตอนจบของการระบาดของโควิด-19 ในอินเดีย

Dr Harsh Vardhan.

หลังจากคำพูดดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ผู้เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุขต่าง ๆ ก็ได้ออกมาสวนกระแสทันทีว่า เป็นความผิดพลาดในการประกาศชัยชนะในการระบาด ไม่ควรลดการ์ดตก เพราะการระบาดยังคงสามารถเกิดขึ้น

แต่การเมืองและการเลือกตั้งในอินเดีย ยังคงเกิดขึ้น ทำให้มีการรวมตัวกันอย่างมากในการหาเสียงต่าง ๆ หลายฝ่ายต่างเร่งหาเสียงผ่านการปราศรัย หลายครั้งที่ถ้อยคำปราศรัยกล่าวถึงชัยชนะของอินเดียต่อโควิด-19

หลายครั้งที่มีการกล่าวถึงความสามารถในการผลิต-ส่งออกเวชภัณฑ์ของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น อินเดียมีวัคซีนมากพอ และสามารถส่งออกไปช่วยเหลือประเทศอื่นได้, อินเดียคือแหล่งผลิตยาอันดับหนึ่งของโลก, อินเดียคือ World medical hub ฯลฯ พร้อมทั้งมีการจัดส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปยังหลายประเทศ, มีการส่งออก “ออกซิเจน” ไปยังประเทศอื่นมีเพิ่มมากขึ้น

ขบวนแห่เฉลิมฉลองเทศกาลมหาศิวะราตรีในรัฐหิมาจัลประเทศของอินเดีย วันที่ 12 มี.ค. 2021

ทำให้ประชาชนชาวอินเดียไม่ได้รักษามาตรการการป้องกันโควิด-19 เหมือนเช่นเคย ประชาชนไม่สวมหน้ากากมากขึ้น กิจกรรมที่แออัด การรวมตัวต่าง ๆ กลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง เพราะทุกคนเชื่อว่า โควิด-19 ผ่านไปแล้ว และอินเดียมียา-วัคซีน เพียงพอที่จะรักษา

ซึ่งภายใต้บรรยากาศที่ประชาชนจำนวนมากกำลังผ่อนคลาย แต่ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในรัฐมหาราษฏระ ปัญจาบ กรณาฏกะ คุชราต และมัธยประเทศ กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องเริ่มมีการพิจารณามาตรการที่เข้มงวดอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการพบการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ที่มีชื่อว่า B.1.617 ซึ่งเป็นเชื้อกลายพันธุ์ Double Mutant ตัวแรกของอินเดีย และตัวแรกของโลกอีกด้วย ร่วมกับการระบาดของเชื้อสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่สามารถแพร่กระจายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

เทศกาลโฮลี (Holi) ในอินเดีย
(แฟ้มภาพ – ซินหัว 26 มี.ค. 2021)

แต่งานเทศกาลต่าง ๆ กิจกรรมการรวมกลุ่มรวมตัวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในช่วงปลายเดือนมี.ค. รัฐบาลอินเดียเริ่มกลับมาเข้มข้นมาตรการป้องกันโควิด-19 อีกครั้ง โดยหลายรัฐได้มีคำสั่งห้ามการเฉลิมฉลองเทศกาลโฮลี (Holi) หรือเทศกาลสาดสี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28-29 มี.ค.

มีการประกาศห้ามรวมกลุ่ม รวมตัว และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่นงานแต่งงานอีกครั้ง

แต่เหมือนมาตรการต่าง ๆ จะมาช้าไป เมื่อยอดผู้ป่วยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เมษายน 2564 – เมื่อสึนามิแห่งโควิด-19 ซัดฝั่ง

สถานการณ์ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2564 ยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในแต่ละวันเริ่มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรัฐมหาราษฏระทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ที่มีผู้ป่วยราวครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ และในช่วงวันที่ 4 เม.ย. อินเดียพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 1 แสนราย เป็นครั้งแรกในประเทศ สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในอินเดีย

รัฐบาลอินเดียพยายามออกประกาศต่าง ๆ เพื่อควบคุมการระบาด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นช้าเกินไป โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนที่มีการจัดงาน เทศกาลกุมภเมลา ท่ามกลางคำเตือนของนาย นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย แต่ดูเหมือนคำเตือนเหล่านั้นไม่ได้มาพร้อมกับมาตรการที่เข้มงวด ทำให้ยังคงมีผู้เข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ละเลยมาตรการป้องกันโควิด-19

เทศกาลกุมภเมลา ในอินเดีย เมื่อกลางเดือน เม.ย. 64 ที่ผ่านมา
(แฟ้มภาพ ซินหัว)

ซึ่งรัฐบาลอินเดีย พยายามมุ่งเป้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างมาก แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 1,400 ล้านคน ทำให้แม้ว่าอินเดียจะสามารถฉีดวัคซีนได้วันละกว่า 3 ล้านโดส แต่ก็ไม่ทันกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทำให้สถิติผู้ป่วยโควิด-19 ในอินเดีย “ทำสถิติสูงที่สุด” เกือบทุกวันต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน จนถึงปัจจุบัน ( 25 เม.ย.) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ระบบสาธารณสุขใกล้ล่มสลาย แม้ว่ารัฐบาลอินเดีย พยายามเร่งในการสร้างโรงพยาบาลสนาม แต่จำนวนผู้ป่วยมากกว่า วันละ 1 แสน ไม่มีทางที่อินเดียจะสามารถสร้างได้ทันอย่างอย่างแน่นอน

ในอุโมงค์ที่มืดสนิทและยังไม่เห็นปลายทาง

สถานการณ์ของอินเดียในขณะนี้ ถึงจุดที่ไม่สามารถจะย้อนกลับได้อีกแล้ว และยังไม่สามารถเป็นจุดจบที่จะเกิดขึ้นได้ว่า จำนวนยอดผู้ป่วยจะลดลงเมื่อไหร่ และยอดผู้เสียชีวิตจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากสถานการณ์ของรายงานยอดผู้ป่วยรายใหม่ต่อวัน ยังคงทำลายสถิติของโลกอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน

ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยหลายฝ่ายมองว่า ยังมียอดผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกรายงาน เนื่องจากเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการรักษา และญาติของผู้เสียชีวิตได้นำร่างไปดำเนินการเผาหรือฝัง ก่อนที่จะมีการตรวจยืนยันการเสียชีวิต

ยอดผู้เสียชีวิตที่มีรายงานออกมาในแต่ละวัน นับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในอินเดีย
(Google Covid-19 Reports)

หลายฝ่ายได้สรุปบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอินเดียในขณะนี้ ว่า

  • จากยอดผู้ป่วยที่ลดลงในช่วง ม.ค. รัฐบาลอินเดียไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นในการเตรียมพร้อมรองรับปัญหา หากเกิดการระบาดในระลอกที่ 2
  • การใช้เกมทางการเมืองในการหาเสียง การสร้างกระแสต่าง ๆ จนทำให้เกิดการละเลยต่อมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19
  • ความมั่นใจในความเป็น “Medical Hub” จนไม่ได้เตรียมสำรองยา ออกซิเจน ฯลฯ
  • เมื่อเกิดการระบาดในระลอกใหม่ มาตรการต่าง ๆ มาช้าเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ การสั่งห้ามการรวมกลุ่ม การห้ามการเดินทาง หรือแม้แต่การประกาศเคอร์ฟิวส์

ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านสาธารณสุขต่างกล่าวกันว่า การระบาดในระลอกที่ 2 นี้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดความคาดหมาย ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และอินเดียไม่ได้ฉวยโอกาสนั้นในการเตรียมรับมือการระบาดในระลอกที่ 2 ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องการจัดการเตียง – ทรัพยากรต่าง ๆ ที่พบในการระบาดระลอกแรก

ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่รายแรก – รายที่ 5 ล้านแรกของอินเดีย ใช้เวลา 9 เดือน ยอด 5 ล้านถัดมาใช้เวลาราว 4 เดือน แต่ในรอบนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือน กับผู้ป่วย 5 ล้านคนล่าสุด

ณ วันนี้ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า อินเดียจะสิ้นสุดการระบาดในระลอกที่ 2 เมื่อไหร่ นักวิชาการต่าง ๆ ในอินเดียคาดว่า อินเดียจะเข้าสู่จุดพีคของการระบาดในครั้งนี้คือช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ ที่ยอดผู้ป่วยกว่า 3.3 – 3.5 ล้านคน และนั่น ยังไม่มีใครกล้ารู้ว่าตัวเลขของยอดผู้เสียชีวิตที่จะเกิดขึ้นนั้น จะเป็นเท่าไหร่กันแน่

WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

พา #ช้อปห้างทิพย์ ใน V-Avenue.Co powered by AIS 5G แค่คลิกก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการครบ!

พา #ช้อปห้างทิพย์ ใน V-Avenue.Co powered by AIS 5G แค่คลิกก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการครบ!

พา #ช้อปห้างทิพย์ ใน V-Avenue.Co powered by AIS 5G แค่คลิกก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการครบ!

เตรียมดำเนินคดีผู้สร้างข่าวปลอม กรณีสาวอุดรแพ้วัคซีน

เตรียมดำเนินคดีผู้สร้างข่าวปลอม กรณีสาวอุดรแพ้วัคซีน

เนื่องจากมีการนำภาพจากเหตุการณ์หนึ่ง และข้อความจากที่อีกนึ่งมาแก้ไข ก่อนเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกไป

องค์การอนามัยจัดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล / วัคซีนยังป้องกันได้

องค์การอนามัยจัดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล / วัคซีนยังป้องกันได้

เนื่องจากสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการระบาดใหญ่ในอินเดีย และพบในอีกหลายประเทศ

พร้อมแล้ว! จุดบริการฉีดวัคซีน “คลัสเตอร์คลองเตย” แห่งที่ 3

พร้อมแล้ว! จุดบริการฉีดวัคซีน “คลัสเตอร์คลองเตย” แห่งที่ 3

กรุงเทพมหานคร เปิดจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แห่งที่ 3 บริเวณพื้นที่ด้านข้างโกดังสเตเดียม หรือสนามฟุตซอล การท่าเรือแห่งประเทศไทย

วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด แต่ละชนิดคืออะไร

วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด แต่ละชนิดคืออะไร

วัคซีนโควิด-19 ที่ใช้ป้องกันโรคโควิด 19 ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด 19

อินเดียไฟเขียวใช้ยาตัวใหม่รักษาผู้ป่วย ‘โควิด-19’ ในกรณีฉุกเฉิน

อินเดียไฟเขียวใช้ยาตัวใหม่รักษาผู้ป่วย ‘โควิด-19’ ในกรณีฉุกเฉิน

ผลการทดลองทางคลินิกพบว่าช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ลดการพึ่งพาออกซิเจน

เอิร์น จิรวรรณ ส่งต่อความห่วงใยสู่แม่ลูกอ่อน ชวนทำกล่องปันสุข มอบยามวิกฤติ

เอิร์น จิรวรรณ ส่งต่อความห่วงใยสู่แม่ลูกอ่อน ชวนทำกล่องปันสุข มอบยามวิกฤติ

เอิร์น จิรวรรณ อดีตนักร้องดังยุค 90 และ ผอ. โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ชักชวนทำกล่องปันสุขเพื่อมอบให้กับแม่ลูกอ่อน ในสถานการณ์ โควิด-19

อนามัยโลก อนุมัติใช้ ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ ของจีนในกรณีฉุกเฉิน

อนามัยโลก อนุมัติใช้ ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ ของจีนในกรณีฉุกเฉิน

องค์การอนามัยโลก ตรวจสอบและอนุมัติวัคซีน ที่พัฒนาขึ้นโดยซิโนฟาร์ม (Sinopharm) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีน สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน

ด้วยรักและอาลัย น้าค่อม ศิลปินสาว ตู้เพลง มอบเพลง เธอเท่านั้น ขอบคุณที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทย

ด้วยรักและอาลัย น้าค่อม ศิลปินสาว ตู้เพลง มอบเพลง เธอเท่านั้น ขอบคุณที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทย

ตู้เพลง พิชญนันท์ ศิราวิริยานนท์ นักร้องสาวจากค่าย ข้าวสารมิวสิค ร้องเพลง เธอเท่านั้น แสดงความอาลัยให้กับ น้าค่อม ชวนชื่น เป็นครั้งสุดท้าย