มาตรการ วัคซีนโควิด-19 เยียวยา โควิด-19

นายกฯ สั่งหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ เผย ครม. อนุมัติงบจัดชื้อวัคซีนโควิด อีก 35 ล้านโดส

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งฝ่ายเศรษฐกิจหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพทยระบาดไวรัส โควิด-19
  • อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนแก้โควิด-19 อีก 35 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอกับคนไทยทั้งประเทศ
  • ขอทุกคนรวมไทยสร้างชาติ อย่าปกเปิดข้อมูล ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม

วันนี้ ( 05 ม.ค. 64 ) ที่ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนผ่านระบบออนไลน์ เฟซบุ๊คเพจไทยคู่ฟ้า ถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ที่ประชาชนในพื้นที่ออกมาคัดค้าน ว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยการทำความเข้าใจกับประชาชน ให้รู้ถึงความสำคัญของโรงพยาบาลสนาม รวมถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาของส่วนรวม และลดปัญหาสถานที่รักษาไม่เพียงพอ นอกจากนี้ โรงพยาบาลสนามยังมีมาตรฐานโดยเฉพาะการคัดกรองการดำเนินการ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลปกติ ในการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบด้านอื่น ๆ กับประชาชน

นายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข ไปดำเนินการจัดหาวัคซีน ป้องกันโควิด-19 โดยปลายเดือนมีนาคมจะได้ล็อดแรก 8 หมื่นโดส สำหรับประชาชน 4 แสนคน ส่วนเมษายน ได้อีก 1 ล้านโดส เพียงพอกับประชาชน 5 แสนคน และปลายเดือนพฤษภาคม อีก 26 ล้านโดส สำหรับประชาชนอีก 13 ล้านคน โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐาน อย. ของไทย และต่างประเทศ รวมทั้งสั่งจองเพิ่มวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซนเนก้า 35 ล้านโดส ซึ่งจะเพียงพอกับประชาชน 66 ล้านคน โดยแบ่งฉีด 2 ครั้งต่อ 1 คน เมื่อได้รับวัคซีนจะฉีดทันที และการฉีดต้องเป็นไปตามกรมควบคุมโรค กลุ่มเป้าหมายแรกเป็นบุคคลกรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

สำหรับวัคซีนล็อตต่อไป จะมีการติดต่อ จัดหาวัคซีนจากประเทศอื่น ๆ เพื่อให้รวดเร็วกับควรต้องการ ทั้งนี้ วัคซีนจาก บริษัท แอวตร้าเซนเนก้า มีข้อตกลงที่จะผลิตรวมกัน กับ บริษัท สยามไบโอไซด์ ที่จะผลิตได้ปีละ 200 ล้านโดส ซึ่งจะเพียงพอทั้งประเทศ ส่วนเอกชนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ก็เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจัดหาวัคซีนเองได้ แต่ต้องผ่านมาตรฐาน อย.ส่วนผลข้างเคียงกับประชาชนถือว่ามีสัดส่วนที่ต่ำยอมรับได้ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป ยืนยัน ต้องการให้คนไทยปลอดภัย สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการจำกัดการควบคุมให้ได้โดยเร็ว นำคนป่วยมารักษาในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และย้ำว่ายามีเพียงพอ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังมอบหมายให้ นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง ไปหามาตรการ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ และผู้ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ให้ได้ภายใน 2 เดือน

ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้น ได้หารือกันผู้ประกอบการและสมาคมที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เก็บเงินกับประชาชน แต่ขอให้ยืดการใช้บริการออกไปก่อน ซึ่งคาดว่าจะต้องมีมาตรการเพื่อดูแลประชาชนให้ครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน ซึ่งยอมรับว่าจะต้องใช้งบประมาณ เป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่า รัฐบาลยังคงมีเพียงพอ เพื่อใช้ดำเนินการ

ขณะที่โครงการคนละครึ่ง ที่มีการให้ข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยัน โครงการดังกล่าว เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือและลดภาระให้กับประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาษีใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องประเมินภาพรวมของผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการดูหรือการพิจารณา หรือกำหนดเพดาน จำนวนผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบในนโยบาย แต่ทุกคนก็ต้องช่วยกันในเวลานี้ ตามแนวทางรวมไทยสร้างชาติ ร่วมต้านโควิด-19 คือ การที่ทุกคนต้องทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างยั่งยืน ด้วยการที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ที่จะอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านความรับผิดชอบ และซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เปิดเผยข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลไม่ต้องการจะโทษว่าเป็นความผิดใคร และไม่มีบทลงโทษใดๆ นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องปิดบังข้อมูลเหล่านี้


ภาพ : วิชาญ โพธิ

WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

กทม. เปิดจุดตรวจโควิด-19 เชิงรุก แบบ Walk in 6 จุด

กทม. เปิดจุดตรวจโควิด-19 เชิงรุก แบบ Walk in 6 จุด

กรุงเทพมหานคร เปิดจุดตรวจ COVID-19 เชิงรุกแบบ Walk in เพิ่ม 6 จุด กระจายไปทั่วตามเขตต่าง ๆ อาทิ อาคารโบ๊เบ๊ ทาวเวอร์ (ฝั่ง ถ.ดำรงรักษ์) / วัดมัชฌันติการาม เขตบางซื่อ

จุฬาฯ เร่งศึกษากรณีการฉีด ‘วัคซีนโควิด-19’ เข็มที่ 3

จุฬาฯ เร่งศึกษากรณีการฉีด ‘วัคซีนโควิด-19’ เข็มที่ 3

ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 3 โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วัคซีนชนิดเดียวกัน

‘ออสเตรเลีย’ เตรียมทดลองวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของตนเอง

‘ออสเตรเลีย’ เตรียมทดลองวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของตนเอง

ตั้งเป้า เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ เทียบชั้น Pfizer, Moderna

Lamina ร่วมหนุนโครงการรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยฯ

Lamina ร่วมหนุนโครงการรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยฯ

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ร่วมสนับสนุนการผลิตรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยที่ดำเนินการโดยนักเทคนิคการแพทย์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ ปรับระยะเวลาฉีดวัคซีน เข็มที่ 2 ให้เร็วยิ่งขึ้น

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ ปรับระยะเวลาฉีดวัคซีน เข็มที่ 2 ให้เร็วยิ่งขึ้น

พบว่าสายพันธุ์เดลตา มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงเห็นชอบให้ปรับระยะเวลาการฉีด

‘หมอพร้อม’ แจ้งตั้งแต่ 25 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกให้ รพ. จัดระบบคิวฉีดวัคซีนโควิด

‘หมอพร้อม’ แจ้งตั้งแต่ 25 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกให้ รพ. จัดระบบคิวฉีดวัคซีนโควิด

หมอพร้อม ออกประกาศ ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.64 เป็นต้นไป จะทำการปลดล็อกให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถจัดระบบคิว ลงนัด เลื่อนนัด และแจ้งเตือนประชาชนที่จะมาฉีดวัคซีนโควิดได้

อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

ปฏิทินเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 อัปเดต! วันเปิดเทอมมหาวิทยาลัย 2564 ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่ไหนเปิดวันไหน?

อิสราเอลพบวัคซีนโควิด-19 ‘ไฟเซอร์’ เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันร่วมเกล็ดเลือดต่ำ

อิสราเอลพบวัคซีนโควิด-19 ‘ไฟเซอร์’ เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันร่วมเกล็ดเลือดต่ำ

โดยอาการที่พบ ได้แก่ อ่อนแรง เหนื่อยล้า ระบบประสาทผิดปกติ เลือดออก และเจ็บหน้าอก

ลาวเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ‘ซิโนฟาร์ม’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ลาวเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ‘ซิโนฟาร์ม’ ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนฟาร์ม ให้ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป