ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่มีคุณภาพควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการ Food Waste จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาหารเหลือหลังการบริโภค แต่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการเตรียมและคัดแต่งวัตถุดิบ ซึ่งหากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ของเสียที่เกิดขึ้นก็สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ และหมุนเวียนกลับสู่ภาคการเกษตรได้อีกครั้ง
แนวคิดนี้ถูกนำมาปฏิบัติจริงผ่านความร่วมมือระหว่าง โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และซัพพลายเออร์ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ในการบริหารจัดการเศษผักที่เกิดจากกระบวนการตัดแต่งสินค้า โดยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรตามแนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยลดการฝังกลบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ภาคการเกษตรในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ ที่สร้างทางเลือกให้กับชาวสวนในการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และยังช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับความร่วมมือระหว่าง โก โฮลเซลล์ และ บริษัท เอเชียคูซีน่า จำกัด ที่พบว่าทุกวัน ผักสดจากเครือข่ายเกษตรกรจำนวนมาก จะถูกส่งมายังโรงคัดและบรรจุของบริษัทฯ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตัดแต่งเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของ โก โฮลเซลล์ ก่อนกระจายไปขายยังสาขา
สิ่งที่เห็นและทำให้เกิดการต่อยอดคือ เศษผักจำนวนมากที่เหลือทิ้งจากขั้นตอนการตัดแต่งและบรรจุ ทั้งส่วนที่ไม่สมบูรณ์ เช่น โคน ใบเหลือง ใบช้ำ ส่วนที่มีตำหนิ ส่วนเกินที่ไม่ตรงตามมาตรฐานการจำหน่าย ซึ่งโดยปกติแล้ว ทีมจัดซื้อของ โก โฮลเซลล์ จะให้คำแนะนำกับเกษตรกร ที่แปลงผักถึงการเก็บผลผลิตให้สูญเสียน้อยที่สุด เมื่อมาถึงโรงคัด ตัดแต่ง ก็จะให้ความรู้กับซัพพลายเออร์ ถึงมาตรฐานความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการที่ไม่ต้องตัดแต่งให้มากเท่ากับการขายปลีก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเศษผักหลงเหลืออยู่ จนนำมาซึ่งการคิดพัฒนาต่อยอด เพื่อหมุนเวียนกลับไปให้เกษตรกรปลูกผัก เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีให้มากที่สุด

นายปวิช ถวัลย์ศักดิวุฒิ Project Manager ฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท เอเชียคูซีน่า จำกัด กล่าวว่า “ผักทุกล็อตที่เกษตรกรนำมาส่งจะผ่านการทำความสะอาด คัด และตัดแต่งก่อนเข้าสู่กระบวนการบรรจุ ที่จะตัดแต่งกาบใบชั้นนอก ใบเหลือง ใบช้ำ หรือส่วนที่มีตำหนิ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับผักที่สะอาด สด และมีมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่เศษผักที่เหลือจากกระบวนการ เรามองว่า น่าจะนำมาต่อยอดเป็นวัสดุอินทรีย์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้”
“เราจึงร่วมกันพัฒนาโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษผัก โดยทุกวันจะรวบรวมเศษผักเข้าสู่กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ แทนการนำไปฝังกลบ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมหมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ภาคการเกษตร การแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเป็นอีกทางเลือกในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร ซึ่งยังคงมีต้นทุนอยู่ในระดับสูง”
ปัจจุบัน บริษัทฯ นี้มีเศษผักจากกระบวนการคัดและตัดแต่งเฉลี่ยวันละประมาณ 400–500 กิโลกรัม ซึ่งจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด จากเดิมที่ต้องทิ้งเป็นขยะฝังกลบ ก็นำกลับมาใช้ประโยชน์ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณเศษผักที่ต้องนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ
ที่สำคัญ การนำเศษผักกลับเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์อีกครั้ง ยังส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยของเกษตรกร เพราะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และเป็นอีกทางเลือกในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรไทย สะท้อนการหมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ระบบการผลิตตามแนวคิด Circular Economy อย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลด Food Waste ไม่ได้อาศัยการจัดการของเสียเพียงปลายทาง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านความร่วมมือของธุรกิจค้าส่งอย่าง โก โฮลเซลล์ ซัพพลายเออร์ และเกษตรกร เพื่อให้ทรัพยากรทุกส่วนถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับ โก โฮลเซลล์ บทบาทการเป็นศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งมอบผักและผลไม้คุณภาพให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนซัพพลายเออร์และเกษตรกรในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันที่ยั่งยืน ในการลดการสูญเสียและของเสียจากอาหาร (Food Loss and Waste) ผ่านการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และต่อยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและภาคการเกษตรไทย
#GOWHOLESALE #GOAlwaysFreshForward #GOสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อคุณ #GOสดครบคุ้ม


