ในวันที่ธุรกิจความงามและศัลยกรรมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างแบรนด์ให้แตกต่าง อาจไม่ใช่เพียงการมีเทคนิคทางการแพทย์ที่โดดเด่น หรือการนำเสนอโปรแกรมที่หลากหลาย แต่คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ และรักษาความสัมพันธ์นั้นต่อไปหลังการรักษา
หนึ่งในแพทย์ที่เลือกนำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาเป็นตัวตนของแบรนด์คือ “พญ.ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์” หรือ “คุณหมอไข่มุก” ผู้ก่อตั้งและแพทย์ผู้ให้บริการของ “Dr.Kaimook Clinic” แพทย์ที่ก้าวจากบทบาทผู้รักษามาสู่บทบาทผู้บริหาร โดยนำประสบการณ์จากการทำงานกับคนไข้มาพัฒนาแนวคิดในการดำเนินธุรกิจความงามที่ให้ความสำคัญกับทั้งศาสตร์ทางการแพทย์และความรู้สึกของผู้รับบริการ

จากแพทย์สู่ CEO Branding เมื่อ “คุณหมอ” คือหัวใจของแบรนด์
เส้นทางของคุณหมอไข่มุกเริ่มต้นจากประสบการณ์ในการดูแลคนไข้ ทำให้คุณหมอไข่มุกมองเห็นว่าการทำศัลยกรรมหรือหัตถการด้านความงาม ไม่ได้มีเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความคาดหวัง ความกังวล และความมั่นใจของแต่ละคนแนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ Dr.Kaimook Clinic โดยมี “คุณหมอไข่มุก” เป็นตัวแทนของแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา การประเมินคนไข้ การออกแบบแนวทางการรักษา ไปจนถึงการติดตามผลที่ผ่านมา คุณหมอไข่มุกยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์และการไลฟ์สด เพื่อพูดคุยและตอบคำถามเกี่ยวกับความงามกับผู้ติดตามโดยตรง ซึ่งทำให้ภาพของแพทย์ไม่ได้อยู่เพียงในห้องตรวจ แต่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น การสร้าง Personal Brand ในรูปแบบนี้จึงไม่ได้พยายามทำให้ “หมอ” ดูห่างไกล แต่กลับทำให้แพทย์เป็นคนที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและพูดคุยได้ ขณะเดียวกัน ในด้านความเชี่ยวชาญ คุณหมอไข่มุกมีภาพจำที่ชัดเจนในด้านศัลยกรรมหน้าอก โดยมีการนำเทคนิค Dual Plane มาใช้ และมีแนวทางประเมินและออกแบบให้เหมาะกับรูปร่างของแต่ละคน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการที่ทำให้ชื่อของคุณหมอไข่มุก เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้สนใจศัลยกรรมหน้าอก

จุดประสงค์ของการทำธุรกิจ ไม่ได้สร้างแค่คลินิก แต่ต้องการสร้างความมั่นใจให้คนไข้
สำหรับคุณหมอไข่มุก การทำธุรกิจด้านความงามไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะขายอะไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “คนไข้ต้องการอะไร” แนวคิดของ Dr.Kaimook Clinic จึงมุ่งไปที่การให้ความงามเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างร่างกาย ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน การออกแบบแนวทางการรักษาจึงควรเริ่มจากการประเมิน ไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกคนมีภาพความงามแบบเดียวกัน แนวคิด “ความงามที่ออกแบบเพื่อคุณ” เคยถูกใช้เป็นหนึ่งในแนวทางการสื่อสารของคลินิก โดยให้ความสำคัญกับความสมดุล ความเป็นธรรมชาติ และความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ในมุมของการบริหาร หมอไข่มุกจึงต้องการให้แพทย์ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการตัดสินใจของคนไข้ โดยมีแนวทางการทำงานที่เน้นการวิเคราะห์ ประเมิน และดูแลเคสด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางของ Dr.Kaimook Clinic ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ดังนั้นเป้าหมายของธุรกิจจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้คนไข้รู้สึกดีขึ้นกับรูปลักษณ์ แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนไข้รู้สึกว่าได้รับการดูแลและได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอในการตัดสินใจ

Aftercare : เพราะการดูแลคนไข้ ไม่ได้จบลงวันที่ออกจากห้องผ่าตัด
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ Dr.Kaimook Clinic ให้ความสำคัญคือ Aftercare Service หรือการดูแลหลังการรักษาเพราะในมุมของคุณหมอไข่มุก ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้ไม่ควรจบลงทันทีเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น โดยเฉพาะงานศัลยกรรมที่ช่วงหลังการรักษาถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่คนไข้ต้องการคำแนะนำและการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะสำหรับคนไข้แล้ว ช่วงหลังการรักษาอาจเต็มไปด้วยคำถาม ตั้งแต่การดูแลตัวเอง การพักฟื้น ไปจนถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ การมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยติดตามจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่คลินิกให้ความสำคัญ สิ่งนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดของคุณหมอไข่มุกที่ต้องการให้คนไข้รู้สึกว่า “ไม่ได้ถูกทิ้งหลังการรักษา” แต่ยังสามารถกลับมาสอบถามและขอคำแนะนำได้เมื่อมีข้อสงสัย
จากความกล้าที่จะแตกต่าง นำเอาประสบการณ์จริงมาปรับปรุงระบบบริการ และการสร้างความน่าเชื่อถือผ่าน Personal Branding ที่สะท้อนตัวตนอันจริงใจของคุณหมอไข่มุก ทำให้ Dr.Kaimook Clinic ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานเสริมความงามทั่วไป แต่เป็นพื้นที่แห่งความไว้วางใจที่พร้อมขยายสู่เป้าหมายใหญ่ในอนาคต ทั้งด้าน Longevity และการยกระดับสู่โรงพยาบาลเฉพาะทางนี่จึงถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ในโลกธุรกิจยุคใหม่ “ความจริงใจและตัวตนที่ชัดเจนของผู้ประกอบการ” คือสินทรัพย์ที่มีค่าและทรงพลังที่สุดในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก https://www.facebook.com/dr.kaimookclinic และ https://www.doctorkaimookclinic.com