ฉีดโบลดกราม เคล็ดลับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวสวย ไม่ต้องผ่าตัด

ปัญหาหน้าบาน โครงหน้าเหลี่ยม หรือกรอบหน้าไม่ชัด ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ การฉีดโบลดกรามจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการแก้ปัญหา

Home / PR NEWS / ฉีดโบลดกราม เคล็ดลับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวสวย ไม่ต้องผ่าตัด

ฉีดโบลดกราม ปรับหน้าเรียว V-Shape เห็นผลเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบลดกราม

ปัญหาหน้าบาน โครงหน้าเหลี่ยม หรือกรอบหน้าไม่ชัด ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ การฉีดโบลดกรามจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการแก้ปัญหา เพราะสามารถปรับรูปหน้าให้ดูเรียว V Sahpe ได้ตรงจุด โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงกลไกการทำงานของการฉีดโบท็อกลดกราม ตลอดจนข้อควรรู้และวิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยที่สุด

สาเหตุของปัญหากรามใหญ่ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ก่อนที่จะตัดสินใจปรับรูปหน้า สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาก่อน โครงหน้าของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ซึ่งปัญหากรามใหญ่และหน้าเหลี่ยมมักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่
• กระดูกโครงหน้า: เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่โครงกระดูกขากรรไกรมีความกว้างและเหลี่ยมชัดเจนมาตั้งแต่กำเนิด
• ไขมันสะสม: การมีไขมันสะสมบริเวณกระพุ้งแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง (เหนียง) ทำให้บดบังแนวกระดูกจนใบหน้าดูอูมและกว้าง
• กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle): เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อบดเคี้ยวอาหารอย่างหนักสะสมเป็นเวลานาน เช่น ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง น้ำแข็ง หรืออาหารเหนียวๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณมุมกรามขยายตัวและมีขนาดใหญ่ขึ้น

ฉีดโบลดกราม คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

การฉีดโบลดกราม หรือโบท็อกซ์กราม คือการนำสารสกัดโปรตีนบริสุทธิ์ที่เรียกว่า โบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดเอ (Botulinum Toxin Type A) ฉีดเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter) สารชนิดนี้มีคุณสมบัติทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการนำมาใช้เพื่อปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย

เมื่อตัวยาถูกฉีดเข้าไป จะเข้าไปจับกับปลายประสาทและยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไม่สามารถหดตัวได้ชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อกรามทำงานน้อยลงจากการเคี้ยว จึงค่อย ๆ คลายตัว และมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้กรอบหน้าดูเรียวเล็กลงในที่สุด

เช็กให้ชัวร์! กรามใหญ่แบบไหนที่ฉีดโบท็อกแล้วเห็นผล ?

การฉีดโบลดกรามจะตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น ผู้ที่มีความสนใจสามารถประเมินลักษณะกล้ามเนื้อกรามเบื้องต้นด้วยตนเองได้ด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1. วางปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้าง ทาบลงบริเวณมุมกราม (เหนือมุมขากรรไกรล่างเล็กน้อย)
  2. กัดฟันให้แน่นที่สุดสลับกับคลายการกัดฟัน ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
  3. สังเกตความรู้สึกที่ปลายนิ้ว หากสัมผัสได้ถึงก้อนกล้ามเนื้อที่เด้งนูนสู้มือขึ้นมาอย่างชัดเจนและมีความแข็ง แสดงว่าปัญหาหน้ากว้างเกิดจากกล้ามเนื้อ ซึ่งเหมาะกับการทำหัตถการนี้

หากลองกัดฟันแล้วไม่มีก้อนกล้ามเนื้อนูนขึ้นมา แต่มีเนื้อเหลวๆ ย้วยๆ อาจเกิดจากไขมันสะสม หรือหากคลำพบแต่ความแข็งของกระดูก อาจต้องพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น การฉีดเมโสแฟต หรือการร้อยไหม

ฉีดโบท็อกลดกราม เลือกยี่ห้อไหนดี ?

ฉีดโบท็อกลดรกราม ยี่ห้อไหนดี ? เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะในปัจจุบันปีมีตัวเลือกหลากหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต ความบริสุทธิ์ และคุณสมบัติในการกระจายตัวยาที่แตกต่างกัน โดยยี่ห้อโบท็อกที่แนะนำและได้รับความนิยม ได้แก่
• โบท็อกอเมริกา (Allergan): ถือเป็นโบท็อกต้นแบบที่มีงานวิจัยรองรับยาวนานที่สุด โดดเด่นด้านความแม่นยำของการกระจายตัวยา ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและอยู่ได้นาน นิยมใช้ในคลินิกชั้นนำ
• โบท็อกอังกฤษ (Dysport): มีการกระจายตัวยาที่กว้าง ตัวยาจะกระจายเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เหมาะสำหรับการฉีดโบลดกรามในรายที่มีมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องการเห็นผลไว
• โบท็อกเยอรมัน (Xeomin): มีจุดเด่นคือเป็น Zero-Complexing Protein หรือมีความบริสุทธิ์ 100% ไม่มีโปรตีนเจือปน จึงเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องภาวะดื้อยา หรือผู้ที่มีประวัติดื้อยามาก่อน
• โบท็อกเกาหลี (เช่น Nabota, Aestox, Neuronox): เป็นกลุ่มยาที่มีการพัฒนาคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ออกฤทธิ์ไว และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในไทย

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ? และอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ? กลไกของตัวยาต่อกล้ามเนื้อกรามจะไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต้องใช้เวลาในการคลายตัว โดยมีไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงดังนี้
• ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก: กล้ามเนื้อกรามจะเริ่มนิ่มลง เมื่อกัดฟันจะรู้สึกว่าก้อนกล้ามเนื้อไม่เด้งแข็งเท่าเดิม อาจรู้สึกเมื่อยล้ากรามเล็กน้อยเวลาเคี้ยวอาหาร
• ช่วง 3-4 สัปดาห์: รูปหน้าจะเริ่มดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น
• ช่วง 2-3 เดือน: เป็นช่วงที่ยาออกฤทธิ์เต็มที่ กรามยุบเต็มที่ ใบหน้าจะเรียวเล็กลง
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ฟื้นฟูการทำงานและกลับมามีขนาดเท่าเดิม หากต้องการคงผลลัพธ์ไว้ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

การเตรียมตัวก่อนทำ และวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบลดกราม อย่างถูกต้อง

เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด การปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังฉีดถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกลดกราม

• งดรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, วิตามินอี, น้ำมันปลา และสารสกัดจากกิงโกะ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ
• งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
• หากมีโรคประจำตัว มีประวัติแพ้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกลดกราม

เพื่อให้ตัวยากระจายตัวในตำแหน่งที่ต้องการและป้องกันการกระจายตัวผิดจุด หลังฉีดโบท็อกลดกราม ควรปฏิบัติดังนี้

  1. งดนอนราบ: ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังทำ ให้นั่งหรือยืนในท่าหัวสูง เพื่อป้องกันตัวยาไหลไปสู่กล้ามเนื้อมัดอื่น
  2. ห้ามนวดหรือคลึง: หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือถูแรงๆ บริเวณมุมกรามโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวผิดรูปแบบ
  3. หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการอยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง เช่น อบซาวน่า แช่น้ำพุร้อน หรือทำเลเซอร์ความร้อนสูงบริเวณใบหน้า เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เนื่องจากความร้อนอาจส่งผลต่อการจับตัวของยาในกล้ามเนื้อ
  4. ปรับพฤติกรรมการกิน: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งหรือเหนียว เช่น หมากฝรั่ง น้ำแข็ง เนื้อย่างติดมัน เพื่อลดการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกรามกลับมาทำงานหนัก
  5. งดแอลกอฮอล์: ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเพิ่มระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจทำให้ยากระจายตัวมากเกินไปหรือทำให้รอยช้ำหายช้าลง

ฉีดโบลดกราม ที่ไหนดี ?

ท่ามกลางคลินิกความงามที่เปิดให้บริการมากมาย การตัดสินใจเลือกคลินิกสำหรับฉีดโบลดกรามเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาจะสวยเป็นธรรมชาติหรือเกิดผลข้างเคียงนั้น ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของคลินิกและแพทย์เป็นหลัก นี่คือแนวทางในการพิจารณาเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน
• คลินิกต้องใช้ตัวยาโบทูลินัม ท็อกซิน ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น และควรอนุญาตให้ผู้รับบริการตรวจสอบกล่องยา หรือสแกน QR Code ตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรงก่อนเริ่มทำหัตถการ
• แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้อง และมีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า
• รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ควรพิจารณารีวิวที่เป็นปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบภาพนิ่งและวิดีโอจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อดูฝีมือและความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์ในเคสต่าง ๆ
• คลินิกที่ดีควรมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลลัพธ์หลังทำ 2-4 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อลดลงตามเป้าหมายหรือไม่ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ฉีดโบลดกราม ที่ไหนดี ? สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผลลัพธ์ที่แม่นยำและเน้นความปลอดภัย ที่ V Square Clinic โดดเด่นด้านการฉีดโบลดกรามด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า เพื่อผลลัพธ์หน้าเรียวสวยที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยสูงสุด

และมั่นใจได้ด้วยนโยบายการใช้ตัวยาแท้ 100% ที่แกะกล่องผสมยาให้ดูต่อหน้าและให้ผู้รับบริการตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกเคส พร้อมการดูแลติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิดในทุกสาขาที่ได้มาตรฐาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หลังฉีดโบลดกราม

ฉีดโบท็อกลดกราม เจ็บไหม ?

แพทย์มักจะใช้การประคบน้ำแข็งเพื่อสร้างความชาบริเวณกล้ามเนื้อกรามก่อนลงเข็ม หรืออาจมีการแปะยาชาล่วงหน้า เข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก จึงรู้สึกเพียงอาการมดกัดหรือหน่วงๆ เล็กน้อยขณะดันยาเท่านั้น

สามารถฉีดโบลดกรามร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่ ?

สามารถทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์คาง หรือการฉีดสลายไขมัน (Mesofat) ได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันแพทย์มักประเมินและใช้เทคนิคการปรับรูปหน้าแบบผสมผสาน เพื่อให้เสริมผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หากหยุดฉีดโบลดกราม กรามจะใหญ่กว่าเดิมหรือไม่ ?

เมื่อยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อกรามจะค่อยๆ ฟื้นฟูขนาดกลับมาใกล้เคียงกับก่อนทำหัตถการ (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเคี้ยว) แต่จะไม่มีทางขยายขนาดให้ใหญ่ไปกว่าเดิมอย่างแน่นอน การที่หลายคนรู้สึกว่าหน้าใหญ่ขึ้น มักเกิดจากความเคยชินกับรูปหน้าที่เรียวเล็กในช่วงที่ยายังออกฤทธิ์อยู่

สรุปฉีดโบลดกราม ดีไหม ?

การฉีดโบลดกราม ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาโครงหน้าเหลี่ยมและปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการใช้ตัวยาในปริมาณมากเพื่อทำให้กรามเล็กที่สุด แต่เกิดจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างรอบด้านโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ การเลือกใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน และการดูแลตัวเองหลังฉีด