Blue Exercise Value is the New Volume ททท.

“Blue Exercise” โอกาสใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยดันแนวคิด “Value is the New Volume” สร้างคุณค่าผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกได้เปลี่ยนผ่านจาก “การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน” ไปสู่ “การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ” อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า และส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาวะในระยะยาว…

Home / PR NEWS / “Blue Exercise” โอกาสใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยดันแนวคิด “Value is the New Volume” สร้างคุณค่าผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกได้เปลี่ยนผ่านจาก “การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน” ไปสู่ “การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ” อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า และส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาวะในระยะยาว

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจาก “จำนวน” นักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่าแนวคิด “Value is the New Volume” ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณ ไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ ทั้งในมิติของรายได้ ประสบการณ์ และความยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเมื่อผสานเข้ากับทรัพยากรทางธรรมชาติที่โดดเด่นของประเทศ หนึ่งในแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจในระดับสากล และสามารถตอบโจทย์ Value-Based Tourism ได้อย่างชัดเจน คือ “Blue Exercise”

Blue Exercise คือการออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ” เช่น ทะเล แม่น้ำ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยลดความเครียด เสริมสร้างความผ่อนคลาย และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้แนวคิดนี้ “Surf Therapy” จึงถูกนำมาต่อยอดในมิติของการท่องเที่ยว โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านกิจกรรมทางทะเล เช่น การโต้คลื่น (Surfing) Paddle Board และ Wake Board ที่ผสานทั้งความสนุก ความท้าทาย และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

“ทิศทางการท่องเที่ยวในปัจจุบันสำหรับคน GEN Y และ GEN Z ไม่ได้มุ่งเพียงการเดินทางเพื่อพักผ่อน แต่ต้องสามารถสร้างประสบการณ์ ที่ส่งผลต่อคุณค่าทางความทรงจำได้ด้วย Blue Exercise จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวไทยให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โลกยุคใหม่ ที่ได้ทั้งการขยับร่างกาย และการทดลองประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่คุณยังไม่เคยได้ลอง”

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับประเทศไทย การพัฒนา Surf Therapy ในมิติของ Blue Exercise ถือเป็นโอกาสใหม่ในการยกระดับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น ภูเก็ต พังงา และชายฝั่งภาคใต้ ซึ่งมีศักยภาพทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แนวคิดดังกล่าว ได้ถูกนำมาทดลองดำเนินการจริงผ่านกิจกรรม “SUP Healing & Harmony” ภายใต้เส้นทางท่องเที่ยว Calm Paddle Board ณ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ Blue Exercise ผ่านการพาย Paddle Board บนแม่น้ำแควน้อย ท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำที่สวยงาม ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายและสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเป็นได้มากกว่าการพักผ่อน แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและความทรงจำที่มีความหมายได้เช่นกัน

ที่สำคัญ Surf Therapy ไม่ได้สร้างเพียง “กิจกรรม” แต่สร้าง “คุณค่า” ให้กับนักท่องเที่ยวในหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ประสบการณ์ และความทรงจำ ซึ่งสอดคล้องโดยตรงกับแนวคิด Value is the New Volume ที่มุ่งเน้นการเพิ่ม “มูลค่าเฉลี่ยต่อทริป” มากกว่าการเพิ่ม “จำนวนนักท่องเที่ยว” ซึ่งในยุคปัจจุบันอาจทำได้ยากขึ้นด้วยข้อจำกัดทางทรัพยากรธรรมชาติ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก “เรามองว่า การพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวในอนาคต ต้องขับเคลื่อนด้วย ‘ประสบการณ์’ มากกว่าสถานที่ และต้องสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่ง Surf Therapy ภายใต้แนวคิด Blue Exercise เป็นตัวอย่างของการผสานธรรมชาติและกิจกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว กิจกรรม SUP Healing & Harmony ที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำแนวคิด Blue Exercise มาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงแค่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติผ่านกิจกรรมทางน้ำ เรียนรู้การใช้ร่างกาย สร้างสมดุล และใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก”

นาย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวเสริม อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ คือการที่ Blue Exercise สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการ “รีเซ็ตชีวิต” จากความเร่งรีบในเมืองใหญ่ และมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม ในมิติของการตลาด แนวคิดนี้ยังสามารถช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “Wellness Destination” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการนำเสนอประสบการณ์จริง (Experience-Based Tourism) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง Value ให้กับการท่องเที่ยว


นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งโรงแรม โรงเรียนสอนโต้คลื่น ร้านอาหาร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง เกิดเป็นระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“เราหวังว่า Blue Exercise จะไม่เป็นเพียงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นแนวคิดที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาพื้นที่ การสร้างรายได้ให้ชุมชน และการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว จุดแข็งของโครงการนี้คือการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ต้องการรีเซ็ตชีวิตและมองหาประสบการณ์ใหม่ที่มีความหมาย จากการดำเนินกิจกรรม SUP Healing & Harmony พบว่าผู้เข้าร่วมให้ความสนใจและตอบรับแนวคิด Blue Exercise เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกิจกรรมทางน้ำในการสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวร่วมกัน

เมื่อกิจกรรมทางน้ำถูกพัฒนาให้เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ ความสนุก และคุณค่าทางใจ ก็จะกลายเป็นแรงจูงใจใหม่ให้คนออกเดินทาง ส่งผลให้เลือกใช้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น และใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น ทั้งด้านกิจกรรม ที่พัก อาหาร และบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเฉลี่ยต่อทริป และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวปิดท้าย