AstraZeneca Johnson & Johnson Moderna วัคซีนโควิด-19 แคนาดา

แคนาดา อัปเดตรายงานประสิทธิภาพวัคซีน – อาการไม่พึงประสงค์

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • การพบอาการไม่พึงประสงค์ ของวัคซีนคล้ายคลีงกับที่มีรายงานก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มอาการที่พบได้บ่อย
  • ในแคนาดา ผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA ( Pfizer, Moderna) ยังไม่พบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ในระดับที่เกินอัตราส่วนปรกติ แต่รายงานพบในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย จำนวนไม่มากนัก และพบหลังการได้รับวัคซีนเข็มที่ 2
  • วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ในอัตรา 1:73,000 โดส
  • ประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA จะเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด หลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว
  • ในขณะที่วัคซีน Astrazeneca จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากที่สุด ในเข็มแรก
  • วัคซีนของ Johnson & Jonhson จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มได้ดี หลังจากรับวัคซีนไปแล้ว 29 วัน เนื่องจากเป็นวัคซีนแบบเข็มเดียว

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านภูมิคุ้มกันแห่งชาติแคนาดา หรือ ( NACI ) รายงานคำชี้แจงของคณะกรรมการที่ปรึกษาล่าสุด เกี่ยวข้องกับการใช้งานวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในแคนาดา โดยในรายงานมีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพวัคซีน และคำแนะนำต่าง ๆ ระหว่าง วัคซีนในกลุ่มของ mRNA อย่าง Pfizer และ Moderna กับวัคซีนในกลุ่ม viral vector อย่าง Astrazeneca และ Johnson & Johnson โดยสรุปดังนั้น

กรณีอาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย

อาการไม่พึงประสงค์ของผู้ที่ได้รับวัคซีนมีอัตราการพบอยู่ระหว่าง 1% – 10% ของผู้ที่ได้รับวัคซีน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นอาการปวด – บวม บริเวณที่ได้รับวัคซีน อาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น ปวดข้อ และมีไข้ต่ำๆ

  • วัคซีนในกลุ่ม mRNA ส่วนใหญ่มักพบหลักได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 12-15 ปี
  • ในขณะที่วัคซีน Astrazeneca อัตราการพบในผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรก มากกว่าเข็มที่ 2

กรณีอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ปรกติ และพบได้น้อย

ในผู้ที่ได้รับวัคซีนทั้งแบบ mRNA ( pfizer, moderna ) และกลุ่ม Viral vector ( Astrazenca, Johnson & Johnson) พบว่า อัตราการพบอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ใช่อาการปรกติ มีอัตราการพบราว 0.1% ขึ้นไป จนถึงน้อยกว่า 1% ของผู้ที่ได้รับวัคซีน

ในขณะที่อัตราการพบอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง และพบได้น้อย อยู่ที่ราว 0.01% – 0.1% ของผู้ได้รับวัคซีน

ภาวะการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังรับวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral Vector

  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่กระตุ้นการเกิดหลอดเลือดอุดตันจากภูมิคุ้มกันภายหลังได้รับวัคซีน (VITT) ในแคนาดา ประมาณการอัตราการเกิดภาวะดังกล่าวอยู่ที่ 1 : 73,000 โดส อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนเพิ่มเติมอาจจะสูงขึ้นเป็น 1:50,000โดส
  • ในขณะที่ในรายงานของสหราชอาณาจักร พบว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันด้วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) ที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนของ Astrazenca ในเข็มที่ 2 อยู่ที ่1 : 600,000 ถึง 1 : 750,000 โดส

อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังรับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA

โดยอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังรับวัคซีนโควิด-19 มีรายงานก่อนหน้านี้ในระดับสากลจากทั้งในยุโรป, อิสราเอล และสหรัฐฯ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และอิสราเอล มีรายงานในกลุ่มผู้ชาย อายุระหว่าง 25-30 ปี หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2

สำหรับในแคนาดามีรายงานการพบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ในกลุ่มนี้ 106 ราย แบ่งเป็น

อาการไฟเซอร์โมเดอร์นา
หัวใจหยุดเต้น47
หัวใจล้มเหลว70
กล้ามเนื้อหัวใจตาย (หัวใจวาย)167
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ / เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ408
รวม6722

คำแนะนำในเรื่องของความปลอดภัย

รายงานระบุประเด็นของข้อในการพิจารณาใช้งานวัคซีนทั้งสองชนิดไว้โดยระบุว่า

วัคซีนชนิด mRNA
( Pfizer / Moderna)
วัคซีนชนิด Viral Vector
( AstraZeneca / Johnson & Johnson)
มีรายงานการแพ้รุนแรงที่พบได้ยาก หลังจากได้รับวัคซีน

ทั้งสองชนิดมีการพบอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่พบได้ทั่วไป ราว10% ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวเป็นอาการเล็กน้อย – ปานกลาง และหายไปได้ในเวลาไม่กี่วัน

ผู้ที่มีอายุ 16 ถึง 55 ปี และวัยรุ่น อายุ 12 ถึง 15 ปี พบอาการไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น เป็นส่วนใหญ่

พบมากที่สุดคือ อาการปวดศีรษะ ราว65%, มีอาการหนาวสั่น 42% และมีไข้ 20%

อย่างไรก็ตาม ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง หรือการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่อย่างใด

สำหรับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น มีรายงานการพบใน สหรัฐฯ และ อิสราเอล ซึ่งในแคนาดา มีอัตราการพบในระดับปรกติตามสัดส่วนประชากร

อย่างไรก็ตาม มีรายงานพบในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย จำนวนไม่มากนัก และพบหลังการได้รับวัคซีนเข็มที่ 2

(คล้ายคลึงกับรายงานในต่างประเทศที่พบหลังได้รับวัคซีนเข็มที่สองราว 4 วัน และมักพบในวัยรุ่น – วัยหนุ่มสาวมากกว่า)
ทั้งสองชนิดมีการพบอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่พบได้ทั่วไป ราว10% ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวเป็นอาการเล็กน้อย – ปานกลาง และหายไปได้ในเวลาไม่กี่วัน

สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

รายงานในระดับนานาชาติ คาดว่าอยู่ที่ราว 1 :26,000 – 1:100,000 ราย ของผู้ได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า สำหรับในแคนาดาพบว่า อยู่อัตรา 1 : 73,000 โดส

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการติดตามค้นหาสาเหตุเพิ่มเติมต่อไป อาจจะพบในอัตราส่วนที่สูงขึ้นได้

ประสิทธิภาพวัคซีน

ในรายงานฉบับนี้ ยังได้พูดถึงประเด็นของประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีใช้ในแคนาดาทั้งสองประเภทคือ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA และ ชนิด Viral Vector กับเชื้อกลายพันธุ์ ที่จัดในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวลไว้ด้วย โดยในเรื่องของประสิทธิภาพในการกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันได้ โดยสำหรับวัคซีนชนิด mRNA นั้น มีประสิทธิภาพกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันได้สูงที่สุดหลังจากได้รับวัคซีน โดสที่ 2 แล้ว ในขณะที่วัคซีน ชนิด Viral Vector สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีในเข็มแรก และอยู่ในระดับคงที่ หรือลดลงเล็กน้อย ในวัคซีนเข็มที่ 2

สำหรับวัคซีนของ Johnson & Johnson นั้นเป็นวัคซีนแบบที่ได้รับเพียงโดสเดียว พบว่า ระดับภูมิคุ้มกันจะเพิ่มสูงขึ้นหลังจากที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว 29 วัน

สายพันธ์กลายพันธุ์วัคซีนชนิด mRNA
( Pfizer / Moderna)
วัคซีนชนิด Viral Vector
( AstraZeneca / Johnson & Johnson)
สายพันธุ์อัลฟ่า ( B.1.1.7)มีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงได้ดีมีประสิทธิภาพ 70.4% (รายงานในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 81.5%)
สายพันธุ์เบต้า ( B.1.351)มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการได้ 43% หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 88% หลังได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการได้ 10.4% สำหรับการป้องการอาการป่วยเล็กน้อย – ปานกลาง
สำหรับ Johnson & Johnson ในแอฟริกาใต้ พบว่าป้องกันอาการป้องกันอาการปานกลาง-รุนแรง ได้ 64%
สายพันธุ์แกมมา ( P.1) และ เซต้า ( P.2)ข้อมูลไม่เพียงพอข้อมูลไม่เพียงพอ ( สำหรับ Johnson & Johnson ในบราซิล พบว่าป้องกันอาการป้องกันอาการปานกลาง-รุนแรง ได้ 68%)
สายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2)มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการได้ 33.2% หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 87.9% หลังได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม(Astrazeneca ) มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการได้ 32.9%% หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 59.8% หลังได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

ที่มา – An Advisory Committee Statement (ACS) National Advisory Committee on Immunization (NACI)


แท็ก: โควิด-19 , , , , ,
WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

เเผนการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส

เเผนการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส

การกระจายวัคซีนให้ต่างจังหวัดในเดือน ส.ค.นี้ ใช้สูตร S-A เป็นซิโนแวค เข็ม 1 เเละแอสตราเซเนกา เข็ม 2

ต่างจังหวัดจะได้วัคซีนเพิ่ม 10 ล้านโดส สำหรับฉีดกลุ่มเสี่ยง

ต่างจังหวัดจะได้วัคซีนเพิ่ม 10 ล้านโดส สำหรับฉีดกลุ่มเสี่ยง

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ ที่มีการจัดซื้อไปแล้ว 20 ล้านโดส พ่วงอีก 10 ล้านโดส คาดจะได้รับภายในสิ้นปีนี้

วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จากสหรัฐฯถึงไทยแล้ว

วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จากสหรัฐฯถึงไทยแล้ว

อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะผู้บริหาร เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ไทย

ล่าสุด การลงทะเบียนจองวัคซีน ศูนย์ฉีดกลางบางซื่อ กลุ่ม 18 ปีขึ้น “เต็มเเล้ว”

ล่าสุด การลงทะเบียนจองวัคซีน ศูนย์ฉีดกลางบางซื่อ กลุ่ม 18 ปีขึ้น “เต็มเเล้ว”

สำหรับกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป พร้อมทั้งกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง ยังสามารถลงทะเบียนผ่าน 4 ค่ายมือถือได้เช่นเดิม

สหรัฐฯ ยืนยันบริจาควัคซีนให้ไทย เพิ่ม 1 ล้านโดส รวมเป็น 2.5 ล้านโดส

สหรัฐฯ ยืนยันบริจาควัคซีนให้ไทย เพิ่ม 1 ล้านโดส รวมเป็น 2.5 ล้านโดส

เเนวทางการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส ส่วนใหญ่คือบุคลากรทางการเเพทย์ ผู้มีภาวะเสี่ยงสูง ผู้สูงอายุ

อินโดนีเซียเตรียมฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 หลังได้รับ Sinovac เเล้ว 2 เข็ม

อินโดนีเซียเตรียมฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 หลังได้รับ Sinovac เเล้ว 2 เข็ม

วิจัยจีน เผย ภูมิคุ้มกันลดหลังฉีดซิโนแวคซิโนแวคเเล้ว 2 เข็ม แนะฉีดเข็ม 3 กระตุ้น

แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ ยื่นหนังสือ จับตากระจายวัคซีน “ไฟเซอร์” เกรงไม่โปร่งใส

แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ ยื่นหนังสือ จับตากระจายวัคซีน “ไฟเซอร์” เกรงไม่โปร่งใส

วันนี้ (27 ก.ค. 64) ตัวแทน 5 แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ หมอไม่ทน, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, Nurses Connect, DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร, สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย…

หมอมานพ เผยผลวิจัย ฉีดวัคซีน AZ สลับ mRNA กระตุ้นภูมิใกล้เคียง mRNA 2 เข็ม

หมอมานพ เผยผลวิจัย ฉีดวัคซีน AZ สลับ mRNA กระตุ้นภูมิใกล้เคียง mRNA 2 เข็ม

ระดับ antibody ในกลุ่มสลับเข็ม (AZ-mRNA) สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับ AZ-AZ โดยเฉลี่ยราว 10 เท่า