นายกฯ ปลื้มมาตรฐานความปลอดภัยการบินไทยทัดเทียมค่าเฉลี่ยโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะผู้ตรวจสอบของ ICAO เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานทางการบินของไทยอย่างเต็มรูปแบบ
  • รัฐบาลระบุว่ามาตรฐานความปลอดภัยการบินไทย อยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก ICAO ทั้งหมด 193 ประเทศ
  • ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 ประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้สำเร็จ

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจระดับประสิทธิผลของการนำมาตรฐานการบิน ICAO มาใช้บังคับใช้ประเทศ (EI) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65.07 สูงกว่าค่ามาตรฐานที่ ICAO กำหนดคือร้อยละ 60 หลังจากที่คณะผู้ตรวจสอบของ ICAO เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของไทยอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 13-22 พ.ค.62

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ระดับประสิทธิผลของไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากปี 2558 ที่ ICAO ติดธงแดงมาตรฐานการบินของไทย ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 34.20 ถัดมาเพียง 2 ปี คือ ปี 2560 ประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้สำเร็จ โดยมีระดับประสิทธิผลอยู่ที่ 41.46 และล่าสุดปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65.07 ซึ่งทัดเทียมกับค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก ICAO ทั้งหมด 193 ประเทศ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ICAO ชื่นชมความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม จริงจัง และเป็นระบบของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำว่านับเป็นความสำเร็จของทุกฝ่าย พร้อมทั้งขอบคุณ ICAO กระทรวงคมนาคม และผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่ร่วมมือกันจนทำให้ภารกิจนี้สำเร็จ และยืนยันจะรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ ระบุด้วยว่า หาก พ.ร.บ.การเดินอากาศ ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้ระดับประสิทธิผลของไทยดีขึ้นไปอีก โดยความสำเร็จนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก”

สำหรับการตรวจสอบเต็มรูปแบบของ ICAO ประกอบด้วย 7 ด้าน คือ 1) ด้านกฎหมาย 2) ด้านการจัดองค์กรกำกับดูแล 3) ด้านการออกใบอนุญาต 4) ด้านปฏิบัติการบิน 5) ด้านการเดินอากาศของอากาศยาน 6) ด้านบริการเดินอากาศ 7) ด้านสนามบิน

WRITER