กระทรวงสาธารณสุข พ.ร.ก.นิรโทษกรรมวัคซีน

กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมคัดค้าน “พ.ร.ก.นิรโทษกรรมวัคซีน”

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้ สธ.เตรียมพิจารณาออก พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย
  • ’อนุทิน’ ชี้แจงว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นการสร้างความมั่นใจผู้ปฏิบัติงานโควิดไม่ถูกฟ้องร้อง
  • ล่าสุดทางกลุ่มภาคีเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ ได้ออกมาเรียกร้องคัดค้าน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมวัคซีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก Nurses Connect หรือกลุ่มภาคีเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ ได้โพสต์ข้อความ ภายหลังทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมพิจารณาออก พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. … โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นการสร้างความมั่นใจผู้ปฏิบัติงานโควิดไม่ถูกฟ้องร้อง โดยทางเพจระบุว่า

คัดค้าน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมวัคซีน

จากสถานการณ์ในวันนี้ เราพบว่าประเทศไทยนั้นมีจำนวนผู้ติดเชื้อต่อประชากรสูงเป็นอันดับ2ในอาเซียน แต่สวนทางกับจำนวนการระดมฉีดวัคซีน ที่ฉีดวัคซีนเข็ม1 ไปได้เพียง 24% ของประชากรเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือผลลัพธ์ที่ล้มเหลวอันเป็นผลมาจากมาตรการการจัดการกับการระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาล เป็นความล้มเหลวในการจัดสรรวัคซีนของคณะกรรมการจัดสรรวัคซีน และกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำให้ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอยู่ในภาวะวิกฤต ประชาชน 6,259 รายเสียชีวิต

เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประชาชนอีกจำนวนมากต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ในด้านของระบบสาธารณสุขนั้น โรงพยาบาลไม่มีอุปกรณ์และสถานที่เพียงพอในการรองรับผู้ติดเชื้อ ซึ่งหากพิจารณาตามบทบาทหน้าที่และจากผลงานในการบริหารจัดการโรคระบาดและวัคซีนของรัฐบาลแล้ว ก็เห็นสมควรว่าคนที่จะต้องรับผิดชอบเนื่องจากเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในระบบสาธารณสุข จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศบค. และคณะกรรมการจัดสรรวัคซีน

แต่ทว่า กลับมีกระแสข่าวออกมาว่ามีการเตรียมออก พรก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งในวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในกรณีนี้ อันเป็นการยืนยันว่า พรก.นั้น จะเกิดขึ้นจริง โดยมีเนื้อหาใจความว่า

“กฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะให้ผู้รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการ การจัดบริการทางแพทย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานโควิด-19 ทั้งหมด ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยไม่ต้องกังวลกับความรับผิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยเจตนาดีของผู้ปฏิบัติงาน หากเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม บุคลากรดังกล่าวก็ไม่ต้องรับผิด รวมถึงหากผู้ที่ได้รับมอบหมายในการเจรจาหรือจัดหาวัคซีนมีเจตนาสุจริต การตัดสินใจดำเนินการเป็นไปตามหลักวิชาการที่สนับสนุนในขณะนั้น กฎหมายนี้จึงเห็นควรให้ความคุ้มครองบุคคลหรือคณะบุคคลเหล่านั้นด้วย ซึ่งเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่เตรียมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ยังไม่ได้มีการเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด”

“ร่างกฎหมายนี้เป็นการให้ความมั่นใจกับผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ให้คลายความกังวล เช่น การวินิจฉัยโรคและรักษาพยาบาล ก็ต้องทำความมั่นใจว่าเขาจะได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องของการฟ้องร้อง หากทำโดยเจตนาสุจริต ศาลก็ไม่เคยลงโทษ เราไม่ต้องการให้บรรดาแพทย์ พยาบาล มีความวิตกกังวลหากถูกฟ้องร้อง แม้จะมั่นใจว่าชนะก็ยังมีความวิตกกังวลระดับหนึ่ง เราต้องการให้แพทย์ พยาบาล มีขวัญกำลังใจเต็มที่ จะได้ทุ่มเทในการรักษาพยาบาล วัคซีนก็ต้องจัดหาเข็มสามเพื่อความปลอดภัยในการไปรักษาคนไข้ มีความกังวลให้น้อยที่สุด สุดท้ายประชาชน คนไข้ก็ได้ประโยชน์” นายอนุทินกล่าว

จากร่างพรก.ดังกล่าว คลับคล้ายคลับคลาว่านี่คือการ “นิรโทษกรรมสุดซอย ให้กับบุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การสาธารสุขล้มเหลว จนประชาชนล้มตายกว่า 6 พันคน”

ซึ่งหากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์จะพบว่าประเทศไทยนั้นเคยออก พรก.และพรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งมักจะเป็นการนิรโทษกรรมทางการเมืองหลังการทำรัฐประหารแล้วถึง 22 ครั้ง และล่าสุดเหตุการณ์ที่เรายังจำกันได้ดีคือ พรบ.นิรโทษกรรม-ปรองดองแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่ถูกเสนอเข้ารัฐสภา 6 ฉบับเมื่อปี 2555 ซึ่งสุดท้ายนั้นถูกถอนไปในปี 2556

ในแง่ดี การนิรโทษกรรม หรือ การยกเลิกความผิดทั้งหลายที่ได้กระทำผ่านมา ไม่เพ่งเล็งจะจับตัวบุคคลมาลงโทษให้เข็ดหลาบ เสมือนหนึ่งว่าเป็นการให้อภัยซึ่งกันและกัน เรื่องที่แล้วมาแล้วก็ให้แล้วต่อกันไป อาจสร้างบรรยากาศการความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม เอื้อต่อการหันหน้ามาพูดคุยกัน แล้วเริ่มต้นกันใหม่อย่างสร้างสรรค์

แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง การออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมจะทำให้การกระทำที่ผ่านมาไม่เป็นความผิดโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถกลับมาลงโทษตามความผิดที่เกิดขึ้นได้อีกเลย ไม่สามารถจะรื้อฟื้นกระบวนการหาตัวผู้กระทำความผิดและกระบวนการตามหาความจริงกลับขึ้นมาได้อีก ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

(อ้างอิง: การนิรโทษกรรมกับสังคมไทย – ilaw เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2553)

แต่ในครั้งนี้นั้นแตกต่างออกไปตรงที่เป็นการนิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่มิได้เป็นผู้ชุมนุมทางการเมือง หากแต่เป็นการนิรโทษกรรมที่จงใจให้ผลประโยชน์กับตัวบุคคลที่บริหารงานบ้านเมืองในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดโรคระบาดได้อย่างล้มเหลว ทำให้พวกเขาไม่ต้องแบกรับความผิดจากผลการกระทำ เขากำลังจะทำให้ตัวเองปลอดมลทิน โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรจากการบริหารจนระบบสาธารณสุขล้มเหลวแบบนี้

หยุดอ้างว่านี่คือการปกป้องคนทำงาน หยุดอ้างว่านี่คือการให้กำลังใจบุคลากรด่านหน้า เพราะบุคลากรด่านหน้า และอาสาสมัครต่างๆ ทำงานเต็มที่โดยอยู่บนมาตรฐานวิชาชีพอย่างสูงสุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้อให้ทำได้ หากท่านต้องการให้กำลังใจ จงรีบจัดสรรวัคซีน mRNA ให้พวกเขาทุกคน ไม่ใช่ต้องมากระเบียดกระเสียนเช่นนี้

และพวกท่านทั้งหลายจงหยุดอ้างว่าทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน แต่พวกท่านจงระลึกว่าเพราะการทำงานของพวกท่านนั่นเองที่นำพาประเทศและการสาธารณสุขให้ดิ่งลงเหวมาจนถึงจุดนี้ และพวกท่านนั่นแหละต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง!

#คัดค้านพรกนิรโทษกรรมวัคซีน

ประชาชนทุกคนสามารถลงชื่อเพื่อคัดค้านพรก.ฉบับนี้ได้ที่ Change.org/AmnestyBill

ที่มา : Nurses Connect


แท็ก: NEWS , ,
WRITER

RELATED

Solar for Lives โครงการพลังงานสะอาดสำหรับโรงงพยาบาลชุมชนเพื่อความยั่งยืน

Solar for Lives โครงการพลังงานสะอาดสำหรับโรงงพยาบาลชุมชนเพื่อความยั่งยืน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

สธ. แถลงแจ้งเตือนโควิด เป็นระดับ 4 / WFH – ชะลอเดินทางข้ามจังหวัด

สธ. แถลงแจ้งเตือนโควิด เป็นระดับ 4 / WFH – ชะลอเดินทางข้ามจังหวัด

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยโควิด จากเดิม ระดับ 3 เป็น ระดับ 4

สธ. ชี้แจงกรณีแสดงความยินดี ฉีดวัคซีนโควิด ครบ 100 ล้านโดส

สธ. ชี้แจงกรณีแสดงความยินดี ฉีดวัคซีนโควิด ครบ 100 ล้านโดส

มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 100 ล้านโดส ของทางกระทรวงสาธารณสุข

“อนุทิน” ปรับมาตรการรับมือ “โอมิครอน” – ยกเลิก Test and Go

“อนุทิน” ปรับมาตรการรับมือ “โอมิครอน” – ยกเลิก Test and Go

'อนุทิน' เผยสั่งการ สธ. ปรับมาตรการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยจะต้องกลับมาใช้ ระบบ sandbox

พบกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดผู้ป่วย “โอไมครอน” ติดโควิด 1 คน (ไทม์ไลน์)

พบกลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดผู้ป่วย “โอไมครอน” ติดโควิด 1 คน (ไทม์ไลน์)

จากการตรวจหาเชื้อโควิด-19​ มีผลเป็นลบ 16 ราย และมีผลเป็นบวก 1 ราย ​เป็นเจ้าหน้าที่โรงแรม ต้องรอผลการตรวจเชื้อว่าเป็นโอไมครอนหรือไม่ประมาณ 3-4 วัน

สธ. จับตา 13 จังหวัด ติดเชื้อเกิน 100 รายต่อวัน

สธ. จับตา 13 จังหวัด ติดเชื้อเกิน 100 รายต่อวัน

กระทรวงสาธารณสุข เผย พบจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง 13 จังหวัด หลังพบผู้ติดเชื้อสูงกว่า 100 รายต่อวัน

สธ. หารือบริษัทไฟเซอร์ เตรียมนำเข้า ‘ยาแพกซ์โลวิด’

สธ. หารือบริษัทไฟเซอร์ เตรียมนำเข้า ‘ยาแพกซ์โลวิด’

ทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมหารือกับบริษัทไฟเซอร์ เรื่องการนำเข้า 'ยาแพกซ์โลวิด'

สธ.แจงโควิด “เดลตาพลัส AY.1” ยังไม่พบข้อมูลว่ารุนแรงขึ้น

สธ.แจงโควิด “เดลตาพลัส AY.1” ยังไม่พบข้อมูลว่ารุนแรงขึ้น

*ส่วนสายพันธุ์เดลตาพลัส AY.1 ตรวจพบ 1 ราย ที่ จ.กำแพงเพชร ไม่มีข้อมูลที่บอกว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์เดลตาเดิม

อนุทิน นำทีมแก้ปัญหาโควิดชายแดนใต้ เร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 70%

อนุทิน นำทีมแก้ปัญหาโควิดชายแดนใต้ เร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 70%

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้ปัญหาโควิด 19 ที่ยังพบผู้ป่วยสูง

X