ต่างประเทศ อิสราเอล โควิด-19

โควิด-19 ในอิสราเอล เกิดอะไรขึ้นบ้าง และอิสราเอลรับมืออย่างไร

ประเด็นที่น่าสนใจ อิสเอลเป็นประเทศแรก ๆ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนเกิน 50% ของประชากรตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 64 สถานการณ์ปัจจุบันอัตราผู้ป่วยรายใหม่กำลังพุ่งสูงขึ้นใกล้เคียงระลอกก่อนหน้าที่เริ่มปูพรมฉีดวัคซีน อิสราเอลเร่งฉีดวัคซีนป้องกันเข็มที่ 3 ให้กับประชาชน โดยล่าสุดฉีดไปแล้ว 1.38 ล้านคน…

Home / โควิด-19 / โควิด-19 ในอิสราเอล เกิดอะไรขึ้นบ้าง และอิสราเอลรับมืออย่างไร

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • อิสเอลเป็นประเทศแรก ๆ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนเกิน 50% ของประชากรตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 64
  • สถานการณ์ปัจจุบันอัตราผู้ป่วยรายใหม่กำลังพุ่งสูงขึ้นใกล้เคียงระลอกก่อนหน้าที่เริ่มปูพรมฉีดวัคซีน
  • อิสราเอลเร่งฉีดวัคซีนป้องกันเข็มที่ 3 ให้กับประชาชน โดยล่าสุดฉีดไปแล้ว 1.38 ล้านคน

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศอิสราเอล ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางการอิสราเอลได้รายงานยอดผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 5,312 ราย โดยในจำนวนผู้ป่วยที่พบจากจำนวนการตรวจหาเชื้อ 99,036 ตัวอย่าง คิดเป็นอัตราการพบติดเชื้อ 5.44%

ในขณะที่เมื่อวานนี้ ( 21 ส.ค.) อิสราเอล พบผู้ป่วยรายใหม่ สูงถึง 7,761 ราย โดยมีผู้ป่วยที่มีอาการหนักถึง 155 ราย และอีกกว่า 1 พันรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทำให้ทางการอิสราเอล จำเป็นที่จะต้องเร่งการฉีดวัคซีนในโดสที่ 3 ให้กับประชาชน

ซึ่งในขณะนี้ อิสราเอล มีประชาชนที่รับวัคซีนโดสแรกแล้วราว 5.89 ล้านราย และมีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนโดสที่สองแล้ว จำนวน 5.44 ล้านราย คิดเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วราว 60% ของจำนวนประชากรในประเทศ (ราว 9 ล้านคน)

และจากการระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้ทางการอิสราเอล ได้เร่งการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ทำให้มีผู้ที่ได้รับวัคซีนในโดสที่ 3 แล้วกว่า 1.38 ล้านคน

เรารู้อะไรบ้างจากสถานการณ์ในอิสราเอล

1. ระดับภูมิคุ้มกันสามารถลดลงได้

จากการที่ประเทศอิสราเอลสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศได้สูงมากติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยอัตราการฉีดวัคซีนเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรตั้งแต่เมื่อปลายเดือน ก.พ. 64 ที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงการระบาดที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา มีอัตราไม่สูงมากนักและลดลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันไม่ถึง 100 ราย

ทำให้สามารถยกเลิกนโยบายการบังคับสวมหน้ากากอนามัย แต่ในช่วงเดือน ก.ค. 64 ที่ผ่านมา เริ่มพบการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า และทำให้อัตราการระบาดเริ่มกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการระบาดในระลอกที่ 3 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

2. เชื้อเดลต้าสามารถติดได้ง่ายมาก แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว

จากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์เดลต้า ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และมีแนวโน้มการกลับมามีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง เช่นอิสราเอล

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับในผู้ที่ฉีดวัคซีนนั้น แม้ว่าจะมีโอกาสในการติดเชื้อก็ตาม แต่อัตราการป่วยรุนแรงกลับน้อยกว่า โดยในประเทศอิสราเอล พบว่า ในกลุ่มผู้ป่วยอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป หากเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนจะมีอัตราการป่วยรุนแรงอยู่ที่ราว 178 รายต่อแสนราย มากกว่า ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนถึง 9 เท่า

นอกจากนี้ ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยหนักที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตั้งแต่เมื่อ 5 เดือนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคประจำตัว ส่วนที่เหลืออีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน และพบว่ามีอายุตั้งแต่ในช่วงหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง

3. 60% ของประชาการ ยังไม่มากพอ

จากการฉีดวัคซีนของประเทศอิสราเอล ที่ปัจจุบันมีผุ้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วกว่า 60% แต่นั่นยังไม่มากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อลดการแพร่กระจายของโควิด-19 ได้

แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตได้ โดยในขณะนี้ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยอาการหนักเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และกรณีที่ได้รับวัคซีนครบแล้วที่มีอาการรุนแรงมักจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว

อิสราเอล กำลังรับมืออย่างไร

จากการระบาดที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ทางการอิสราเอลได้เร่งดำเนินการในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง-รวดเร็ว โดย

เร่งมือฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3

อิสราเอลเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เปิดการฉีดวัคซีนกระตุ้นให้กับประชาชนเป็นเข็มที่ 3 แม้ว่าองค์การอนามัยโลก หรือ WHO จะมีประกาศร้องขอให้กระจายวัคซีนเข็มแรกให้กับประเทศต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดก่อนก็ตาม ซึ่งอิสราลเองได้ประกาศฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนในกลุ่มอายุ 40 – 49 ปีแล้ว หลังจากที่ทยอยฉีดให้กับกลุ่มอายุเกิน 60 ปีครบถ้วน และขยายให้กับกลุ่มอายุ 50 -59 ปี

ปูพรมตรวจเพิ่ม

จากผลของวัคซีนที่เห็นว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันอัตราการป่วยหนัก ทำให้ทางการอิสราเอล เพิ่มมาทำการตรวจหาเชื้อให้กับกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 3-12 ปี จำนวน 1.4 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยการใช้ Antigen Test Kits ในการตรวจสำรวจหาผู้ป่วย หรือผู้ที่เคยมีประวัติการติดเชื้อมาก่อน

ควบคุมการเดินทาง

แม้ว่าทางการอิสราเอล จะยังคงระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงไม่มีความจำเป็นในการล็อกดาวน์ แต่อิสราเอลมีมาตรการ Green Pass ให้สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีน หรือการหายจากการป่วยก็ตาม ซึ่งจะสามารถให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแล้วเดินทางไปทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้นั่นเอง