Leica Leica Q2 Monochrom กล้องคอมแพค

เปิดสเปก Leica Q2 Monochrom กล้องคอมแพคฟูลเฟรมเพียงหนึ่งเดียวในโลก ราคา 199,600 บาท

Leica แบรนด์กล้องระดับโลกมีอายุร่วมร้อยปี ได้ส่งกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Leica Q อย่าง Leica Q2 Monochrom (ไลก้า คิว2 โมโนโครม) มาเขย่าวงการด้วยสเปกกล้องที่จัดเต็มเพื่อถ่ายภาพขาว – ดำโดยเฉพาะ โดย ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ เปิดตัวกล้องรุ่นนี้อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันก่อน ในราคา 199,600 บาท

Leica Q2 Monochrom เซ็นเซอร์โมโนโครม ความละเอียด 47.3 ล้านพิกเซล

Leica Q2 Monochrom มาพร้อมเซ็นเซอร์โมโนโครมแบบฟูลเฟรมที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมด้วยเลนส์ไพรม์ไวแสง Leica Summilux 28 mm f/1.7 ASPH. ความละเอียด 47.3 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอระดับ 4K ได้อย่างสวยสดงดงามที่ 3840 x 2160 พิกเซล ด้วยเฟรมเรท 30 หรือ 24 fps (ความเร็วในการบันทึกภาพในหนึ่งวินาที) หรือในรูปแบบ Full HD ด้วยเฟรมเรท 120, 60, 30 หรือ 24 fps ที่มีรายละเอียดครบถ้วนได้ที่ความไวแสงสูงถึง ISO 100,000

และยังมีโมดูล Wi-Fi ในตัวที่จะทำงานร่วมกับแอพ Leica FOTOS เพื่อให้แชร์ผลงานทางโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และยังสามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าหลายอย่างของกล้องจากบนสมาร์ทโฟนได้ทันที หรือแม้แต่ควบคุมการลั่นชัตเตอร์ของ Leica Q2 Monochrom จากระยะไกลโดยที่กล้องจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลาผ่าน Bluetooth LE (Low Energy)

Leica Q2 Monochrom (ไลก้า คิว2 โมโนโครม) โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูดูคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์ แต่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ล้ำสมัย เรียกว่าเป็นกล้องคอมแพคฟูลเฟรมภาพขาว – ดำ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการความสมบูรณ์ของการถ่ายภาพทั้งแนวสตรีท สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ ผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพขาว – ดำหรือเริ่มสนใจการถ่ายภาพแนวนี้

รูรับแสง เริ่มต้นที่กว้างถึง f/1.7 ก็ช่วยรับประกันว่าจะได้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุดแม้จะอยู่ในสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม นอกจากนี้ยังมีกลไกบนตัวเลนส์สำหรับล็อคระบบโฟกัสเป็นแบบอัตโนมัติหรือปรับด้วยมือได้สะดวกรวดเร็ว และสามารถสลับเป็นโหมดมาโครที่มีระยะโฟกัสใกล้เพียง 17 ซม. ได้ง่าย เปิดโอกาสให้ช่างภาพมีอิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายขาว – ดำให้ออกมาโดดเด่นสวยงาม

การขยายช่วงซูมแบบดิจิตอลที่มีอยู่ในตัวให้เป็นสูงสุดที่ระยะ 75 มม. ช่วยให้ช่างภาพสามารถจัดองค์ประกอบภาพได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น และนอกจากทางยาวโฟกัสของเลนส์กล้องแบบไม่ครอปตัดที่ 28 มม. แล้ว ยังสามารถเลือกตัวคูณแบบครอปตัดเพื่อจำลองการถ่ายภาพที่ทางยาวโฟกัส 35, 50 หรือ 75 มม. ได้อีกด้วย และการครอปตัดที่เลือกไว้นั้นจะแสดงเป็นเส้นกรอบที่สว่างในช่องมองภาพและบนจอแสดงผลด้านหลัง

ระบบโฟกัสอัตโนมัติสามารถโฟกัสภาพได้อย่างแม่นยำในเวลาไม่ถึง 0.15 วินาที ซึ่งทำให้ Leica Q2 Monochrom เป็นหนึ่งในกล้องที่เร็วที่สุดในระดับเดียวกัน อีกทั้งยังมีการปรับปรุงโปรเซสเซอร์ตระกูล Maestro เพื่อเพิ่มอัตราการถ่ายภาพต่อเนื่องให้เร็วขึ้นอย่างน่าทึ่งเป็น 10 เฟรมต่อวินาทีแบบเต็มความละเอียด 47.3 ล้านพิกเซล

ฟิลิป ไวน์มันน์ (Philipp Weinmann) ช่างภาพแนวสตรีทชาวเยอรมัน ผู้ที่ได้ทดลองใช้ Leica Q2 Monochrom คนแรกของโลก

Leica Q2 Monochrom ยังมาพร้อมช่องมองภาพ OLED ความละเอียด 3.68 ล้านพิกเซล เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับคุณภาพในการถ่ายภาพขาว – ดำ ช่วยให้ช่างภาพสามารถควบคุมการสร้างสรรค์ภาพได้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมิติความลึกและคอนทราสต์ของภาพให้สูงขึ้นอีกด้วย เพราะมีการปรับความสว่างของทุกพิกเซลในช่องมองภาพของ Q2 ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยี LCD ที่สามารถปรับภาพที่มองเห็นให้มืดลงได้เป็นส่วนๆ เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดสูงแต่กลับใช้พลังงานต่ำ นอกจากนี้ช่องมองภาพยังเปิดทำงานทันทีที่ยกกล้องขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาเพื่อแสดงภาพอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริงโดยแทบไม่มีอาการหน่วง

ตัวกล้องสีดำผิวด้านยังหุ้มด้วยแผ่นหนังแบบใหม่ โดยมีการสลักข้อความสีเทาและขาวพร้อมด้วยตัวอักษร MONOCHROM อยู่ด้านบนสุด ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเสริมให้ดีไซน์แบบโมโนโครมนั้นดูสง่างามแต่ไม่สะดุดตาจนเกินไป ดังจะเห็นได้จากความตั้งใจของเราที่จะไม่ใส่โลโก้ Leica สีแดงไว้บนกล้องรุ่นนี้ และ Q2 Monochrom ยังมีการปิดผนึกเพื่อป้องกันฝุ่นและละอองน้ำตามมาตรฐาน IP52 เช่นเดียวกันกับ Leica Q2

สำหรับดีไซน์ ของ Leica Q2 Monochrom ยังคงยึดมั่นในแนวทางดั้งเดิมของ Leica ยิ่งกว่ากล้องรุ่นไหนๆ โดยการคงไว้เพียงสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญ และมีตราคุณภาพ ‘Made in Germany’ เป็นเครื่องรับประกันว่าทุกองค์ประกอบของกล้องรุ่นนี้ใช้แต่วัสดุที่ดีที่สุดและคงทนที่สุดเท่านั้น นอกจากนี้ดีไซน์แบบโมโนโครมของ Leica Q2 Monochrom ยังมาพร้อมแผ่นหนังลายคลาสสิก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอย

นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการปรับแต่งกล้องที่เข้าใจง่ายและเป็นธรรมชาติมาใช้กับกล้องรุ่นนี้ เสริมด้วยแนวคิดในการควบคุมกล้องที่ง่ายไม่แพ้กัน โดยมีการปรับโครงสร้างของเมนูให้เรียบง่ายขึ้นและเข้ากับคุณสมบัติพิเศษของกล้องโมโนโครม อย่างการตัดการตั้งค่าสีทั้งหมดของภาพถ่ายและวิดีโอออก และเพิ่มการตั้งค่าสำหรับการย้อมสีภาพขาว-ดำเข้ามาแทน (สีฟ้า ซีเปีย และซีลีเนียม)

Leica Q2 Monochrom มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งานอย่างครบถ้วน อาทิ กระจกป้องกันหน้าเลนส์และสายสะพายที่ทำจากหนังคุณภาพพรีเมียมในสีสันต่างๆ รวมถึงกระเป๋าและสายรัดข้อมืออีกหลากหลายแบบ ส่วนอุปกรณ์ทางเทคนิคสำหรับ Leica Q2 Monochrom ก็มีให้เลือก เช่น แฟลช Leica SF 40, SF 60 และตัวควบคุมแฟลชจากระยะไกล SF C1 พร้อมด้วยที่วางนิ้วหัวแม่มือและแฮนด์กริปที่มีแผ่นหนังเข้าคู่กัน แล้วยังมีฟิลเตอร์สี E49 อีก 3 ตัวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้ใช้งานกับกล้องรุ่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งสีเหลือง สีเขียว และสีส้ม

ภาพถ่ายจากกล้อง Leica Q2 Monochrom โดยฝีมือ ฟิลิป ไวน์มันน์ (Philipp Weinmann)
ภาพถ่ายจากกล้อง Leica Q2 Monochrom โดยฝีมือ ฟิลิป ไวน์มันน์ (Philipp Weinmann)

รวมผลงาน ภาพถ่ายจากกล้อง Leica Q2 Monochrom โดยฝีมือ ฟิลิป ไวน์มันน์

มาสัมผัสเสน่ห์ของภาพขาว-ดำ กับ Leica Q2 Monochrom ได้ที่ Leica Store สาขา เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 02-656-1102 และ สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น เอ็ม โทร. 02-003-6068 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line Official: @leicath

WRITER

RELATED

Leica เปิดตัว M10 Monochrom มากับเซนเซอร์ใหม่

Leica เปิดตัว M10 Monochrom มากับเซนเซอร์ใหม่

Leica ได้ทำการเปิดตัวกล้อง Rangefinder เพื่อการถ่ายภาพขาวดำรุ่นล่าสุดอย่าง Leica M10 Monochrom ที่ได้มีการนำเซนเซอร์แบบใหม่มาใช้เพื่อการถ่ายภาพขาวดำโดยเฉพาะ และมีช่วง ISO ที่กว้างกว่าเดิม โดย Leica M10 Monochrom…