ขยะ ขยะกำพร้า โควิด-19

รู้จัก “ขยะกำพร้า” ขยะที่ใครๆ ก็ไม่อยากได้

คัดลอก URL แล้ว

ตลอดช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี่ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ จนนำมาซึ่งขยะประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) เช่น ช้อน ส้อม ถุงพลาสติก กล่องโฟม กล่องพัสดุ รวมไปถึงขยะติดเชื้ออย่างหน้ากากอนามัย สิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ้นเปลืองทรัพยากร และส่งผลต่อการจัดการให้เหมาะสม โดยขยะที่ไม่มีที่ไปเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา จนนักวิชาการได้มีการบัญญัติศัพท์ใหม่เกี่ยวกับขยะที่ไม่มีใครรับรีไซเคิลเหล่านี้ว่า “ขยะกำพร้า”

นักวิชาการ บัญญัติศัพท์ใหม่เกี่ยวกับขยะที่ไม่มีใครรับรีไซเคิลว่า “ขยะกำพร้า”

ซึ่ง “ขยะกำพร้า” กำลังเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่จำเป็นต้องร่วมกันแก้ปัญหา และยิ่งไปกว่านั้นอาจต้องเริ่มต้นมองหาวิธีการนำขยะเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มีขยะชิ้นไหนถูกทิ้งจนกลายเป็นขยะกำพร้าแบบที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ เพื่อให้บรรดาภาคส่วนทางสังคม ผู้ประกอบการ และนักบริโภค ได้ตระหนักถึงวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลง วันนี้ “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” หรือ NIA ได้หยิบเอาความท้าทายนี้มาเป็นโจทย์หลักในการสร้างทางออกของสังคม ด้วยวิธีการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

ขยะกำพร้า คืออะไร?

“ขยะกำพร้า” คือนิยามของขยะมูลฝอยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ “จัดการขยะในขั้นตอนกลางทาง” หรือขั้นตอนการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ปรับปรุงสภาพ ให้มีคุณลักษณะเหมาะสมต่อการจัดการ เช่นเดียวกับขยะพลาสติกทั่วไป เนื่องจากขยะกำพร้าประกอบด้วยวัสดุที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อ เพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หรือนำไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน หรือไม่สะอาด มีการปนเปื้อน ไม่เป็นที่ต้องการของทั้งภาคธุรกิจและภาคที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะ เราอาจพบเห็นขยะเหล่านี้ได้ตามริมทาง ในที่รกร้าง หรือแม้กระทั่งริมทะเล เพราะขยะเหล่านี้ถูกมองว่าไม่มีคุณค่าจึงไม่มีใครรับไปจัดการ เพราะฉะนั้นผู้บริโภคจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปจัดการต่อได้ โดยการพิจารณาแยกขยะอย่างรอบคอบยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้ขยะเหล่านี้ถูกปล่อยทิ้งเป็นที่ไม่ต้องการของใคร

ทำไมใครๆ ก็ไม่อยากรับอุปถัมภ์ขยะกำพร้า

Group of Products made of plastic and foam in garbage bags

ก่อนที่จะมาเป็นขยะกำพร้า สิ่งเหล่านี้เคยเป็นของที่มีค่าแค่เพียงพริบตาเดียวหรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) เช่น กล่องโฟมใส่อาหาร ช้อนส้อมพลาสติก ถุงแกง ซองขนม ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้หมดประโยชน์จากการใช้งานไปแล้ว ก็กลายเป็นขยะประเภทที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ ซาเล้งไม่รับซื้อ เนื่องจากขยะเหล่านี้ไม่มีราคา นำไปรีไซเคิลไม่ได้ และไม่รู้วิธีกำจัดต่ออย่างไร ขณะเดียวกันก็กลายเป็นขยะที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตะขิดตะขวงใจถึงอันตราย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่คนทั่วไป ซาเล้ง คนเก็บขยะ ตลอดจนโรงงานแปรรูปขยะต่างก็มีความกังวลต่อการสัมผัสขยะที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น ทำให้ขยะเหล่านี้ไม่ถูกนำไปเข้ากระบวนการจัดการกลางทางและปลายทาง สุดท้ายจึงกลายเป็นภาพชินตาที่เราได้เห็นปลายทางของขยะเหล่านี้ถูกกำจัดด้วยวิธีการเผา ฝังกลบ หรือโยนลงคลอง ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่นอกจากจะไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาด้วย

ผู้บริโภคจะรับมือกับ “ขยะกำพร้า” อย่างไร?

เนื่องจาก “ขยะกำพร้า” ก็คือขยะมูลฝอยชนิดหนึ่ง ที่เรามีวิธีจัดการกับมันอยู่แล้ว แต่ขยะกำพร้าที่เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงนี้ จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาที่รอบคอบยิ่งขึ้นตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันการไม่สร้างขยะตั้งแต่ต้นทางด้วยการปฏิเสธไม่รับช้อน ส้อม ถุงพลาสติก เมื่อสั่งซื้อสินค้าก็เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการปัญหาขยะ นอกจากนี้เพื่อให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบขยะให้น้อยที่สุด การคัดแยกเพื่อทำให้เกิดการนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์หรือแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เป็นวิธีที่สำคัญหากเราสามารถคัดแยกขยะกำพร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่แยกขยะที่รีไซเคิลได้เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ ในขณะที่ขยะที่รีไซเคิลไม่ได้แต่ได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้องก็สามารถไปสู่กระบวนการขนส่งขยะเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานได้เช่นกัน

อุปถัมภ์ “ขยะกำพร้า” ด้วยโซลูชั่นการแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า

ถึงแม้การคัดแยกขยะกำพร้าจะต้องลงเอยในเส้นทางของประเภทขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าขยะที่เข้าสู่เส้นทางนี้จะต้องถูกทิ้งไปและไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถแปรสภาพสิ่งที่แทบจะไม่มีมูลค่าแล้ว ให้กลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นั่นคือ “เทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า” อย่างไรก็ตาม การนำขยะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการจัดการอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้นทางและกลางทาง เพื่อให้แน่ใจว่าขยะที่ผ่านการคัดแยกเหล่านี้จะสามารถเข้าสู่การเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น “ขยะกำพร้า” ที่ผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกต้องก็สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ที่ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือเป็นพลังงานทดแทนได้ อย่างไรก็ตาม แม้การเผาขยะสามารถให้พลังงานได้ก็จริง แต่พลังงานไฟฟ้าจากขยะเป็นเพียง “ผลพลอยได้” จากการกำจัดขยะเท่านั้น และวิธีนี้นับว่าก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจน้อยกว่าการนำไปรีไซเคิล ดังนั้นเพื่อให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรที่ดีกว่า จึงควรใส่ใจลดจำนวนขยะตั้งแต่ต้นทางหรือจัดการขยะให้ถูกวิธี เพราะสามารถปูทางไปสู่การจัดการขยะได้แบบยั่งยืน

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy เป็นการนำขยะมาสร้างประโยชน์แปรสภาพให้เป็นพลังงาน เนื่องจากแม้ว่าจะมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง หรือนำขยะกลับไปรีไซเคิลใช้ประโยชน์อย่างไร ก็จะยังคงเหลือขยะจำนวนมากที่กำจัดได้ไม่หมด จนทำให้ปริมาณขยะที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในโครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) ภายใต้การดำเนินงานของ NIA และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะเป็นโครงการที่ถ่ายทอดองค์ความรู้การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy ภายใต้หลักสูตรบูรณาการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างสรรค์นวัตกรรม (STEAM4INNOVATOR) ไปสู่นักเรียนระดับมัธยมศึกษากว่า 10,000 คน ใน 50 โรงเรียน รวมไปถึงครูและบุคลากร ผู้ปกครอง องค์กรหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเยาวชนและประชาชนที่สนใจ

“โครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) เป็นโครงการน่าจับตามองแห่งปีที่จะได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมกันประลองไอเดียที่สดใหม่ในการแก้ปัญหาเรื่องขยะล้นเมืองที่อยู่กับเรามานาน โดยการใช้นวัตกรรมอันชาญฉลาดเข้ามามีส่วนแก้ไขปัญหา ซึ่งโครงการนี้เป็นความหวังที่จะได้เห็นสังคมไทยเข้าใกล้การใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น” ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป ทั้งนี้ สามารถติดตามเส้นทางการปั้นนวัตกรรุ่นเยาว์ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาขยะ ตลอดจนติดตามความเคลื่อนไหวตลอดโครงการได้ที่ www.facebook.com/TheElectricPlaygroundThailand/


แท็ก: Other , , ,
WRITER

RELATED

แอสตร้าเซนเนก้า ส่งจดหมายเปิดผนึก คาดการณ์สามารถจัดส่งไทยได้ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน

แอสตร้าเซนเนก้า ส่งจดหมายเปิดผนึก คาดการณ์สามารถจัดส่งไทยได้ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน

พร้อมระบุมีกำหนดส่งมอบอีก 2.3 ล้านโดสในสัปดาห์หน้า รวมเป็นยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทย

วิจัยพบ ‘ยามาซิทินิบ’ อาจยับยั้งโคโรนาพันธุ์ใหม่ก่อโควิด-19 ได้

วิจัยพบ ‘ยามาซิทินิบ’ อาจยับยั้งโคโรนาพันธุ์ใหม่ก่อโควิด-19 ได้

หลังผลทดสอบในหนู พบลดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้มากกว่า 99%

คลัสเตอร์ใหม่ 7 คลัสเตอร์ใหม่ ใน 5 จังหวัด ( 24 ก.ค.)

คลัสเตอร์ใหม่ 7 คลัสเตอร์ใหม่ ใน 5 จังหวัด ( 24 ก.ค.)

สมุทรปราการ - สมุทรสาคร - กาญจนบุรี - พัทลุง - จันทบุรี

โควิด-19 วันนี้ ( 24 ก.ค.) ป่วยเพิ่ม 14,260 ราย / ผู้ป่วยไอซียูสูงขึ้น

โควิด-19 วันนี้ ( 24 ก.ค.) ป่วยเพิ่ม 14,260 ราย / ผู้ป่วยไอซียูสูงขึ้น

รวมผู้ป่วยสะสม 4.8 แสนราย / หายป่วยเพิ่ม 7 พันกว่าราย / รักษาตัวอยู่กว่า 1.5 แสนราย

สธ.รายงาน พบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ร้ายเเรง หลังรับวัคซีน COVID-19

สธ.รายงาน พบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ร้ายเเรง หลังรับวัคซีน COVID-19

อาการไม่พึงประสงค์รวม 769 คน หลังได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม

คลัสเตอร์ใหม่วันนี้ พบ 4 พื้นที่ ในจังหวัดสมุทรสาคร เเละระยอง

คลัสเตอร์ใหม่วันนี้ พบ 4 พื้นที่ ในจังหวัดสมุทรสาคร เเละระยอง

ไม่มีรายงานคลัสเตอร์ใหม่ในกรุงเทพมหานคร เเต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง 136 แห่ง

วิถีมอเตอร์ไซค์พุ่มพวง โควิดก็กลัว แต่รายได้ครอบครัวมันสำคัญ

วิถีมอเตอร์ไซค์พุ่มพวง โควิดก็กลัว แต่รายได้ครอบครัวมันสำคัญ

คุณอรัญ บุสสาธิต อายุ 42 ปี ชายจาก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ตัดสินใจเข้ากรุงเทพ เมื่อกว่า 15 ปีก่อน เพื่อหาช่องทางทำรายได้ โดยเริ่มอาชีพขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง หรือว่ารถพุ่มพวง…

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เตือน “6 อย่า” ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรง

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เตือน “6 อย่า” ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรง

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เตือนเกี่ยวกับการระวัง ป้องกันโควิด-19 ในช่วงนี้ โดยระบุว่า “6 อย่า” ช่วงโควิด รักษาตัวให้แข็งแรงเท่ากับช่วยประเทศ อย่าทนงตนว่าเป็นหนุ่มสาวหรือไม่มีโรคประจำตัวแล้วไม่เป็นไร นอกจากจะเป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพแล้ว…

มั่นใจฉีดวัคซีนโควิด-19 สปสช. เยียวยาผลกระทบสูงสุด 4 แสนบาท

มั่นใจฉีดวัคซีนโควิด-19 สปสช. เยียวยาผลกระทบสูงสุด 4 แสนบาท

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือกับ สปสช. ได้ที่โรงพยาบาลที่ฉีดหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด