Krungsri The COACH กรมธรรม์ประกันชดเชยรายได้ ประกันชดเชยรายได้

ป่วยแต่รายได้ไม่หด เปิด 5 เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้

เจ็บป่วย หยุดงาน แต่รายได้ไม่สะดุด เปิด 5 เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้ ซื้อแบบไหนให้คุ้มค่า พร้อมเทคนิคเลือกแผนให้ตอบโจทย์คนทำงาน

Home / PR NEWS / ป่วยแต่รายได้ไม่หด เปิด 5 เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้
เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้

เมื่อถึงคราวต้องลางานเพื่อนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สิ่งที่ตามมาไม่ได้มีแค่ค่ารักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึงรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงที่ทำงานไม่ได้ การมีเครื่องมือมารองรับความเสี่ยงส่วนนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ข้อมูลจาก Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้ทางการเงินที่ช่วยย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ระบุว่าเครื่องมือที่เข้ามาอุดรอยรั่วทางการเงินนี้ได้ดีที่สุดก็คือ “ประกันชดเชยรายได้” ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยพักฟื้นได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายจ่ายประจำวัน

ทำความเข้าใจประกันชดเชยรายได้คืออะไร ?

ประกันชดเชยรายได้ คือ ประกันที่จ่ายเงินชดเชยเป็นเงินสดให้ตามจำนวนวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ในกรณีที่ต้องหยุดงาน และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยทั่วไป อุบัติเหตุ หรือโรคร้ายแรง ทำให้เรามีเงินสดหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จ่ายบิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือรักษาสภาพคล่องโดยไม่ต้องดึงเงินเก็บออกมาใช้

ประกันสุขภาพ VS ประกันชดเชยรายได้ ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนมักสับสนระหว่างประกันสุขภาพ และประกันชดเชยรายได้ แม้จะเป็นประกันที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยเหมือนกัน แต่หน้าที่หลักและรูปแบบการจ่ายผลประโยชน์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

ประกันสุขภาพประกันชดเชยรายได้
วัตถุประสงค์หลักจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลจ่ายเงินสดเพื่อทดแทนรายได้ให้ผู้ป่วย
สิ่งที่ครอบคลุมค่าหมอ, ค่ายา, ค่าห้อง, ค่าผ่าตัดค่าใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน, ภาระหนี้สิน
รูปแบบการจ่ายเงินจ่ายตามจริง (ไม่เกินวงเงินที่กำหนด)จ่ายเป็นเงินสดรายวัน (ตามจำนวนวันที่แอดมิท)
ความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) และอาจรวมผู้ป่วยนอก (OPD)เน้นผู้ป่วยใน (IPD) เป็นหลัก

ใครบ้างที่ควรมีประกันชดเชยรายได้ติดตัวไว้ ?

การมีเบาะรองรับทางการเงินยามเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ แต่สำหรับบางกลุ่มอาชีพ ประกันชดเชยรายได้ถือเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด

  • ฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระ : เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพราะการหยุดงานหมายถึงการขาดรายได้ในทันที และไม่มีสวัสดิการวันลาป่วยคอยรองรับ
  • หัวหน้าครอบครัว : เสาหลักที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในบ้าน หากต้องล้มป่วย รายจ่ายประจำอย่างค่าผ่อนบ้าน ค่าเทอมลูก หรือค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
  • พนักงานประจำ : แม้จะมีสวัสดิการวันลาป่วย แต่หากต้องรักษาตัวเป็นเวลานานจนเกินโควตา เงินชดเชยส่วนนี้จะช่วยรักษาสภาพคล่องไม่ให้กระทบกับเงินออม

เปิดลิสต์ 5 เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้ให้ตอบโจทย์

เรื่องต้องรู้ก่อนทำประกันชดเชยรายได้

เมื่อเห็นถึงความสำคัญ และตัดสินใจที่จะทำประกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกแผนที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด โดยมีทริกดี ๆ ในการเลือกแผนประกันให้ตอบโจทย์จาก Krungsri The COACH มาฝากกัน 5 ข้อ ดังนี้

1.วงเงินชดเชยต้องสอดคล้องกับรายได้จริง

การเลือกวงเงินชดเชยรายวันควรคำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อวันทำงานของตนเองเป็นหลัก เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายพื้นฐานได้อย่างพอดี ยกตัวอย่างเช่น หากมีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท ก็ควรเลือกแผนชดเชยรายได้ที่ให้ความคุ้มครองวันละ 1,000 – 1,500 บาท การเลือกวงเงินที่สอดคล้องกับรายได้จริงจะช่วยไม่ให้ต้องแบกรับภาระค่าเบี้ยประกันที่แพงเกินความจำเป็นจนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในปัจจุบัน

2.ระยะเวลาความคุ้มครองสูงสุดต่อครั้ง

สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดคือ จำนวนวันสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ต่อการเข้าพักรักษาตัวแต่ละครั้ง และต่อปีกรมธรรม์ เนื่องจากการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงหรือการประสบอุบัติเหตุหนัก อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลนานหลายสัปดาห์ การเลือกแผนที่ให้ระยะเวลาคุ้มครองยาวนานเพียงพอจะช่วยอุดรอยรั่วทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง

3.เงื่อนไขและระยะเวลารอคอย (Waiting Period)

กรมธรรม์ประกันชดเชยรายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความคุ้มครองทันทีที่ซื้อ แต่จะมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) กำหนดไว้ เช่น 30 วันสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป หรือ 90 วันสำหรับโรคร้ายแรงบางประเภท รวมถึงมักจะมีข้อยกเว้นสำหรับโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน ผู้ทำประกันจึงต้องอ่านเงื่อนไขเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองเวลาเคลม

4.ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไหวในระยะยาว

จ่ายค่าเบี้ยประกันชดเชยรายได้ในระยะยาวไหว

ประกันชดเชยรายได้มักเป็นรูปแบบสัญญาปีต่อปีที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่องเพื่อต่ออายุความคุ้มครอง จึงควรประเมินกำลังทรัพย์ และเลือกแผนที่มีค่าเบี้ยประกันในระดับที่จ่ายไหวในระยะยาว โดยต้องไม่กลายเป็นภาระที่หนักเกินไปจนไปเบียดเบียนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

5. เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ

ความมั่นคงทางการเงิน และชื่อเสียงของบริษัทประกันเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บริษัทจะมีสภาพคล่องมากพอที่จะจ่ายเงินชดเชยได้อย่างครบถ้วน และรวดเร็ว การเลือกทำประกันกับบริษัทที่มีฐานลูกค้าใหญ่ และมีความน่าเชื่อถือ จะช่วยลดความกังวลในขั้นตอนการเคลมสินไหมได้เป็นอย่างดี

การวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอนคือรากฐานของการมีความมั่นคงทางการเงิน ประกันชดเชยรายได้เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องรายรับที่หดหาย ทำให้สามารถโฟกัสกับการรักษาตัวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังเรื่องบิลค่าใช้จ่าย การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบเงื่อนไข และเลือกแผนประกันที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต จะช่วยให้เงินออมที่สะสมมาอย่างยากลำบากปลอดภัย และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจ

ช่องทางสมัครแอปพลิเคชัน MTHAI
มือถือแอนดรอยด์ : https://play.google.com/store/apps/details
มือถือ iOS ไอโฟน : https://apps.apple.com/gr/app/mthai-com/id471243201

โปรโมท