ถ้าพูดถึง “น่าน” หลายคนอาจนึกถึงภาพเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยวัดเก่า คาเฟ่บรรยากาศดี และภูเขาสลับซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วน่านยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะมาก ทริปนี้เราชวนออกเดินทางในเส้นทาง NAN Neighbours Route เที่ยวแบบค่อย ๆ ทำความรู้จักน่าน ผ่าน 4 พื้นที่สำคัญ ทั้ง เมืองน่าน – บ่อเกลือ – สะปัน – ปัว ภายใน 3 วัน 2 คืน ความพิเศษคือไม่ได้เน้นแค่การเช็กอิน แต่พาไปสัมผัสทั้ง กาแฟน่าน วิถีเกลือภูเขา ธรรมชาติและสายหมอก งานคราฟต์ เครื่องเงิน ผ้ามัดย้อม รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น เรียกได้ว่าเป็นทริปที่มีทั้งกิน เที่ยว เรียนรู้ และพักใจครบในเส้นทางเดียว
DAY 1 | จากเมืองน่านสู่บ่อเกลือและสะปัน จิบกาแฟน่าน – สัมผัสวิถีบ่อเกลือ – เติมความสดชื่นด้วย Wellness ท่ามกลางธรรมชาติ
เช้าวันแรกเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้ามืดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนออกเดินทางสู่จังหวัดน่าน เมื่อถึงสนามบินน่านนคร ก็เริ่มต้นทำความรู้จักเมืองน่านผ่านเรื่องใกล้ตัวอย่าง “กาแฟ” จุดหมายแรกคือ Brooklyn Coffee คาเฟ่ที่เปิดประสบการณ์ให้ได้ชมกรรมวิธีการคั่วเมล็ดกาแฟน่าน พร้อมจิบกาแฟหอม ๆ เป็นการเติมคาเฟอีนก่อนออกเดินทางขึ้นเขากันต่อ

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ อำเภอบ่อเกลือ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางก็เตรียมตัวพบกับวิวภูเขาของน่านที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองเข้าสู่ธรรมชาติ เที่ยงฝากท้องที่ ร้านอาหารปองซา บ่อเกลือ วิว รีสอร์ท ก่อนออกไปสัมผัสหนึ่งในเสน่ห์สำคัญของพื้นที่ นั่นคือ บ่อเกลือโบราณ แหล่งเกลือสินเธาว์ภูเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน
แต่ทริปนี้ไม่ได้มาแค่ชม เพราะยังได้ลอง สปาเท้าเกลือภูเขา ที่รฤกบ่อเกลือ ให้การเดินทางในวันแรกได้มีโมเมนต์ผ่อนคลายกันสักหน่อย ช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยัง Kiri Vari Art Galleria Wellness ในพื้นที่สะปัน ที่นี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของวัน เพราะเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสธรรมชาติผ่านกิจกรรม Wellness

เริ่มจาก Contrast Therapy การแช่น้ำอุ่นสลับน้ำเย็น ให้ร่างกายได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและตื่นตัว ต่อด้วย Sound Healing ฟังเสียงกังวานของขันทิเบต ผสมกับเสียงธรรมชาติของหมู่บ้านสะปัน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการปล่อยใจให้ช้าลง หลังจากเดินทางมาตลอดทั้งวัน

ปิดท้ายวันด้วยอาหารเย็นที่ Kiri Vari Art Galleria Wellness ร้านอาหารที่วิวหลักล้านที่จัดจานมารูปแบบ fine Dining ที่แต่ละจานรังสรรค์ออกมาอย่างพิถีพิถัน เมนูที่เห็นแล้วว้าว ยำหัวปลีครีมกะทิพริกเผากับหอยเชลล์ย่าง และไข่ฟู แกงเผ็ดไก่คั่วแห้ง ที่ต้องบอกเลยว่า นอกจากจะสวยแล้วรสชาติอร่อยไม่แพ้กับหน้าตาอาหาร ก่อนเข้าพักที่ สะปันดาว รีสอร์ท เตรียมตัวตื่นเช้าไปสัมผัสวิวภูเขาและสายหมอกในวันรุ่งขึ้น

DAY 2 | สะปัน–ห้วยโทน–ปัว ตื่นรับหมอกกลางหุบเขา ก่อนเปลี่ยนจากธรรมชาติสู่โลกของงานคราฟต์ เช้าวันที่สองของทริป ใครเป็นสายธรรมชาติน่าจะถูกใจ เพราะออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าไปยัง หมู่บ้านห้วยโทน ด้วยรถโฟร์วีล เส้นทางวันนี้พาไปชมวิวภูเขาและสายหมอก พร้อมมองเห็น นาขั้นบันไดสีเขียว ที่เป็นภาพสวย ๆ ของภูมิประเทศน่าน ยิ่งถ้าได้จังหวะหมอกพาดผ่านแนวเขา ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพไว้ หลังจากใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติในช่วงเช้า เดินทางกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่ สะปันกลางนา ก่อนออกเดินทางต่อไปยังอำเภอปัว

ช่วงบ่ายเปลี่ยนบรรยากาศจากภูเขาและนาขั้นบันได มาสู่โลกของ งานศิลปะและงานฝีมือ กับ Workshop “Clay to Silver ปั้นดินให้เป็นเงิน” @ดอยซิลเวอร์เฮอริเทจ By Doi Silver Factory

กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เราได้เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นเครื่องประดับเงินแท้ 99% ด้วยมือตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการปั้นไปจนถึงการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ก่อนปิดท้ายด้วยการเลือกปซื้อเครื่องเงิน ณ ดอยซิลเวอร์ แฟคตอรี่

ตกเย็นเข้าที่พัก Shanti Retreat ก่อนรับประทานอาหารเย็นที่ร้านม่วนใจ เมนูเด็ดของร้านนี้นอกจากจะมีอาหารเมืองแล้ว ยังมีพิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลียนให้ได้ทานกันแบบฟินๆ อีกด้วย แล้วกลับมาพักผ่อนตามอัธยาศัย เรียกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ได้ครบทั้ง วิวภูเขา สายหมอก ท้องนา และงานคราฟต์ ในวันเดียว
DAY 3 | ปัว–ภูเพียง–เมืองน่าน จิบกาแฟในโรงบ่มเก่า เรียนรู้ผ้ามัดย้อม ปิดท้ายด้วยไหว้พระธาตุคู่เมืองน่าน

เช้าวันสุดท้ายยังไม่ต้องรีบกลับ เพราะโปรแกรมพาไปเที่ยวต่อในอำเภอปัว เริ่มต้นด้วยการแวะ โรงบ่มปัว คาเฟ่แอนด์อีทเทอรี่ จิบกาแฟ พร้อมชมบรรยากาศของโรงบ่มยาสูบเก่าสุดคลาสสิก และถ่ายรูปกับมุมเก๋ ๆ ของสถานที่ จากนั้นไปต่อกับกิจกรรม Workshop ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ของแบรนด์ Srimorn Indigo ที่ต่อนยอน คาเฟ่ ปัว

กิจกรรมนี้จะได้เรียนรู้ตั้งแต่เทคนิคการย้อม การผสมสี ไปจนถึงการไล่เฉดสี ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของแบรนด์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์ของงานคราฟต์น่านผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง

เที่ยงแวะรับประทานอาหารที่ ร้านเป็ดป่าตอง ลุงชัย รสชาติอีสานจัดจ้าน เนื้อเป็ดหอมอร่อยไม่มีกลิ่นสาป ก่อนออกเดินทางสู่อำเภอภูเพียง อีกหนึ่งไฮไลต์ของวันคือการเดินทางไปยัง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง พร้อมทำกิจกรรม Workshop ทำ “สรวยดอกไม้” เพื่อกราบสักการะองค์พระมหาธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน

เป็นช่วงเวลาที่ช่วยปิดท้ายทริปด้วยบรรยากาศของศิลปวัฒนธรรมและความศรัทธา ก่อนเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองน่าน ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ขอแวะเติมกาแฟกันอีกสักแก้วที่ Erabica Coffee Nan คาเฟ่ขนาดใหญ่ในตัวเมืองน่าน ซึ่งมีทั้งเมล็ดกาแฟน่าน กาแฟคั่ว และกาแฟดริปให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก

จากนั้นเดินทางสู่สนามบินน่านนคร ก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงค่ำ เป็นอันจบทริป NAN Neighbours Route 3 วัน 2 คืน แบบเต็มอิ่ม น่านในมุมที่มากกว่า “เมืองน่าเที่ยว”
สิ่งที่ทำให้ทริปนี้น่าสนใจ คือการได้เห็นว่าน่านไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ แต่ยังมีเรื่องราวซ่อนอยู่ในหลายมิติ ตั้งแต่ กาแฟ เกลือภูเขา ธรรมชาติ Wellness งานเครื่องเงิน ผ้ามัดย้อม วิถีชุมชน ไปจนถึงวัฒนธรรมและความศรัทธา จากเมืองน่านขึ้นสู่บ่อเกลือ สัมผัสสายหมอกที่สะปัน แล้วต่อไปยังปัว ก่อนวนกลับเข้าสู่เมืองน่านอีกครั้ง ใครกำลังมองหาเส้นทางเที่ยวเหนือที่ไม่ได้มีแค่การเช็กอิน แต่ได้ “ใช้เวลา” ทำความรู้จักพื้นที่ ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์จริง เส้นทาง NAN Neighbours Route ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าลองเก็บไว้ในลิสต์ทริปน่านครั้งต่อไป น่าน 3 วัน 2 คืน อาจไม่ใช่ทริปที่ต้องรีบเที่ยวให้ครบ แต่เป็นทริปที่ค่อย ๆ เดินทาง แล้วปล่อยให้เราได้รู้จักน่านมากขึ้นในทุก ๆ จุด
#เที่ยวน่าน #TAT Nan #TAT