แพทย์ชี้ “ฝ้า” เป็นโรคเรื้อรังกลับมาเป็นซ้ำได้ ย้ำรักษาถูกวิธีต้องฟื้นฟูผิวควบคู่ควบคุมปัจจัยกระตุ้น

ผู้เชี่ยวชาญจาก DE’ Longse Clinic ออกมาระบุถึงสาเหตุที่หลายคนประสบปัญหา "ฝ้าจางแล้วกลับมาเข้มอีก" ว่าเกิดจากการรักษาที่มุ่งกำจัดเม็ดสีเพียงอย่างเดียว

Home / PR NEWS / แพทย์ชี้ “ฝ้า” เป็นโรคเรื้อรังกลับมาเป็นซ้ำได้ ย้ำรักษาถูกวิธีต้องฟื้นฟูผิวควบคู่ควบคุมปัจจัยกระตุ้น

ผู้เชี่ยวชาญจาก DE’ Longse Clinic ออกมาระบุถึงสาเหตุที่หลายคนประสบปัญหา “ฝ้าจางแล้วกลับมาเข้มอีก” ว่าเกิดจากการรักษาที่มุ่งกำจัดเม็ดสีเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เนื่องจากฝ้า (Melasma) เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากเม็ดสีเมลานินผิดปกติในชั้นผิวลึก และมีปัจจัยกระตุ้นหลากหลาย ทั้งแสงแดด ฮอร์โมน พันธุกรรม ความเครียด การพักผ่อน ตลอดจนการเลือกใช้หัตถการหรือครีมที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว

จากการประเมินทางการแพทย์ ฝ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดหลัก ซึ่งตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน ได้แก่ ฝ้าตื้น ที่เกิดบริเวณผิวชั้นนอก มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ขอบชัด, ฝ้าลึก ที่อยู่ในชั้นผิวหนังแท้ มีสีน้ำตาลอ่อนหรือเทา ขอบเบลอกลืนไปกับผิว, ฝ้าผสม ซึ่งเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดจากการมีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกรวมกัน และ ฝ้าเลือด ที่มีเส้นเลือดฝอยใต้ผิวร่วมด้วย ทำให้เห็นรอยแดงอมน้ำตาลชัดขึ้นเมื่อสัมผัสความร้อนหรือแสงแดด

ทาง DE’ Longse Clinic จึงชูนวัตกรรมทางเลือกใหม่อย่าง ESPT Multi-Types of Melasma Therapy ตามแนวคิด Skin Longevity ที่เน้นแก้ปัญหาต้นเหตุระดับชีวโมเลกุล โดยไม่ใช้เลเซอร์หรือความร้อน เพื่อลดเสี่ยงผิวบางและฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงระยะยาว ทั้งนี้ แพทย์เน้นย้ำว่าการดูแลฝ้าที่ได้ผลยั่งยืน ต้องประกอบด้วยการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเคร่งครัด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และเข้ารับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์เพื่อวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล