วันที่18 สิงหาคม 2569 – องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนเยาวชนและประชาชน ร่วมเปิดโลกความมหัศจรรย์ของ “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements) หรือกลุ่มธาตุหายาก ผ่านนิทรรศการไฮไลต์ “Rare Earth: The Invisible Power” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มุ่งสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เพื่อให้เห็นว่าธาตุที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนโลกเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่างไร
นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM เปิดเผยว่า นิทรรศการ “Rare Earth: The Invisible Power” ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ดูซับซ้อนให้เข้าใจง่าย โดยนำเรื่องใกล้ตัวมาขยายผลให้เห็นภาพใหญ่ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มธาตุแรร์เอิร์ธมีทั้งหมด 17 ชนิด แม้ในอดีตจะถูกเรียกว่า “ดินหายาก” เพราะมักอยู่ในรูปสารประกอบออกไซด์ แต่แท้จริงแล้วทั้งหมดเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการนำไฟฟ้า ความร้อน แสง และแม่เหล็ก

“สาเหตุที่เรียกว่า ‘หายาก’ ไม่ใช่เพราะมีปริมาณน้อยในโลก เช่น ซีเรียม มีปริมาณมากกว่าทองคำและเงิน แต่เป็นเพราะธาตุเหล่านี้มักปะปนกระจายตัวอยู่ในธรรมชาติ และต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัดและแยกให้ได้ความบริสุทธิ์ ตัวอย่างใกล้ตัว เช่น ‘เออร์เบียม’ ที่ถูกนำไปเจือในเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ช่วยขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามมหาสมุทร ทำให้ข้อมูลเดินทางทั่วโลกได้รวดเร็วไม่สะดุด” นายสุวรงค์ กล่าว
โดยภายในนิทรรศการยังพาไปเจาะลึก “กลุ่มธาตุหายากวิกฤต” (Critical REEs) อย่าง นีโอดิเมียม และ ดิสโพรเซียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแม่เหล็กถาวรทนความร้อนสูง สำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลมผลิตไฟฟ้า และระบบพลังงานสะอาด ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนพาไปส่องอนาคตกับการสำรวจแหล่งแรร์เอิร์ธนอกโลกอย่างพื้นที่ที่เรียกว่า “KREEP” บนดวงจันทร์ บนดาวอังคารและแถบดาวเคราะห์น้อยอีกด้วย

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีปริมาณธาตุหายากสำรองราว 4,800 ตัน (อันดับ 12 ของโลก) แม้จะมีปริมาณสำรองไม่มาก แต่กลับมีจุดแข็งสำคัญด้านศักยภาพการแปรรูปและแต่งแร่สูงเป็น อันดับ 5 ของโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Made in Thailand Chips” ภายในปี 2050
NSM ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน ครอบครัว และผู้สนใจ ร่วมสำรวจขุมพลังที่มองไม่เห็นของ Rare Earth ได้ในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ตั้งแต่วันนี้ – 23 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00–19.00 น. ณ อาคาร 9–11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี (เข้าชมฟรี)



