ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป จากการเดินทางเพื่อพักผ่อนหรือเยี่ยมชมสถานที่ สู่การค้นหาประสบการณ์ที่ได้ “ลงมือทำ” เรียนรู้ทักษะใหม่ เชื่อมโยงกับผู้คน และสร้างความทรงจำระหว่างการเดินทาง การท่องเที่ยวในอนาคตจึงไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องจำนวนแหล่งท่องเที่ยวหรือจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องสามารถสร้าง “คุณค่า” ให้เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง ตั้งแต่กิจกรรม ที่พัก อาหาร การบริการ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้คนในพื้นที่ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทาง “Value is the New Volume” ซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
หนึ่งในแนวทางที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของประเทศไทย คือ Blue Exercise หรือกิจกรรม การเคลื่อนไหวร่างกายในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น ทะเล แม่น้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยสามารถพัฒนาผ่านกิจกรรมได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Surfing, Paddle Board, Wake Board หรือกิจกรรมทางน้ำประเภทอื่น
สำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย โดยเฉพาะภูเก็ต พังงา กระบี่ และจังหวัดชายฝั่งภาคใต้ Blue Exercise ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับนักกีฬาหรือผู้มีประสบการณ์ แต่สามารถพัฒนาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับผู้เริ่มต้น ครอบครัว
กลุ่มเพื่อน นักเดินทางรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้นหาประสบการณ์แตกต่างจากการเที่ยวทะเลใน
รูปแบบเดิม

จากกิจกรรมทางทะเล สู่สินค้าใหม่ของการท่องเที่ยวไทย โครงการ Surf Therapy – From Wave to Wellness ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการนำกิจกรรมทางน้ำมาต่อยอด ในมิติการท่องเที่ยว เพื่อแสดงให้เห็นว่าทะเลสามารถเป็นได้มากกว่าพื้นที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ การเปิดประสบการณ์ใหม่ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนในพื้นที่ โดย Surf Therapy ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายถึงการรักษาทางการแพทย์ แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านกิจกรรม Surf ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การดูแล และการเรียนรู้ตามระดับความสามารถของผู้เข้าร่วม
ประเทศไทยมีต้นทุนพร้อมต่อการพัฒนา Surf : Blue Exercise ประเทศไทยมีทรัพยากรทางทะเล พื้นที่ชายฝั่ง โรงแรม ธุรกิจบริการ และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมรองรับ นักเดินทางจากทั่วโลก โอกาสสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีทะเลที่สวยงาม แต่คือการนำทรัพยากรเหล่านี้มาออกแบบเป็นกิจกรรมที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสร้างรายได้เชื่อมโยงไปยังธุรกิจในพื้นที่
Blue Exercise จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Active Tourism และ Experience-based Tourism ที่เปลี่ยนจากการชวนนักท่องเที่ยวมา “ชมทะเล” ไปสู่การชวนให้เข้ามา “ใช้ชีวิตและสร้างประสบการณ์ร่วมกับทะเล”
Memories Surf House กับวิสัยทัศน์การสร้าง Surf Community หนึ่งในผู้ประกอบการที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของวัฒนธรรมเซิร์ฟในเขาหลัก จังหวัดพังงา คือ ต๊ะ–ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Memories Surf House จังหวัดพังงา
Memories Surf House เกิดจากการนำประสบการณ์ของสองกลุ่มสำคัญในวงการเซิร์ฟเขาหลัก ได้แก่ Pakarang Surf School และ Better Surf Thailand มารวมกัน โดย Pakarang Surf School มีประสบการณ์ด้านการสอนเซิร์ฟในพื้นที่เขาหลักมากกว่า 15 ปี ขณะที่ Better Surf Thailand มีบทบาทในการสร้างกิจกรรมและขยายชุมชนนักเล่นเซิร์ฟในประเทศไทย (Memoriessurfhouse)
ในปี 2568 Memories Surf House ได้เริ่มสื่อสารตัวตนในฐานะบทใหม่ของวัฒนธรรมเซิร์ฟเขาหลัก โดยวางแนวคิดให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าโรงเรียนสอนเซิร์ฟ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการเรียนเซิร์ฟ วิถีชีวิตชายฝั่ง กิจกรรม ร้านค้า ร้านอาหาร และชุมชนเข้าด้วยกัน วิสัยทัศน์สำคัญของ Memories Surf House คือการทำให้เซิร์ฟเป็นกิจกรรมที่ผู้คนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ลงทะเล
เป็นครั้งแรก นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือผู้เล่นที่ต้องการพัฒนาทักษะ พร้อมกับยกระดับผู้ฝึกสอนท้องถิ่นและสร้างเส้นทางอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ในพื้นที่
“สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการในวันนี้ ถูกพัฒนาขึ้นไปจากเดิมมาก เขาต้องการกิจกรรมที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมจริง
ได้เรียนรู้ ได้รู้จักผู้คน และมีเรื่องราวประทับใจกลับไปเล่าต่อ
ซึ่ง Surf สามารถสร้างประสบการณ์แบบนั้นให้กับการท่องเที่ยวไทยได้ จุดแตกต่างตรงนี้ หากได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจากหลายภาคส่วน จะเป็นฟันเฟืองส่งเสริมให้การท่องเที่ยวไทย มีความแตกต่าง มีพลังในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างมูลค่าทางการตลาดมหาศาลให้แก่ท้องถิ่นและประเทศไทย — ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Memories Surf House
เปลี่ยน Green Season ให้เป็น Surf Season หนึ่งในโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมเซิร์ฟไทย คือช่วง Green Season ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงที่ธุรกิจท่องเที่ยวชายทะเล มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่สำหรับกลุ่มเซิร์ฟ คลื่น ลม และฝน กลับกลายเป็นเหตุผลของการเดินทาง การพัฒนาเซิร์ฟ อย่างเป็นระบบจึงสามารถเปลี่ยนมุมมองจาก Low Season ให้กลายเป็น Surf Season และสร้างโอกาสใหม่ให้พื้นที่ชายฝั่ง เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเรียนหรือเล่นเซิร์ฟ รายได้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโรงเรียนสอนเซิร์ฟ แต่เชื่อมโยงไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ธุรกิจอุปกรณ์ ผู้จัดกิจกรรม และบริการอื่น ๆ ในพื้นที่
“กิจกรรม Surf สามารถปรับให้ Green Season เป็นฤดูกาลที่เราสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมาได้ หากผู้ประกอบการมีการวางแผนกิจกรรมที่เหมาะสม มีข้อมูลที่ชัดเจน และสามารถสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งความใส่ใจในการออกแบบประสบการณ์ของแต่ละผู้ประกอบการนั้น จะร่วมเป็นเหตุผลใหม่ในการเดินทางมาทำกิจกรรม Surf ของนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและจากต่างประเทศ” (— ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช)

นักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่ได้วัดจากการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว ในมุมมองของคุณต๊ะ นักท่องเที่ยวเซิร์ฟ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมทางทะเล จะมีลักษณะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักใช้เวลาอยู่ในพื้นที่หลายวัน เนื่องจากต้องเรียนรู้และรอสภาพคลื่นที่เหมาะสม หลายคนเดินทางกลับมายังจุดหมายเดิมซ้ำ รวมถึงมีการใช้จ่ายในธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่ค่าเรียน ค่าเช่าอุปกรณ์ ที่พัก อาหาร ไปจนถึงกิจกรรมอื่นระหว่างการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ความหมายของ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ที่จำนวนเงินที่ใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเรียนรู้ เคารพพื้นที่ รักษาสิ่งแวดล้อม สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เมื่อได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดี นักท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถกลายเป็นผู้สื่อสารเรื่องราวของประเทศไทยผ่าน ภาพ วิดีโอ รีวิว และการบอกต่อไปยังเครือข่ายของตนเอง ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาวได้มากกว่า การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
“ในการเดินทางเดินทางหนึ่งทริปจะเกิดความทรงจำที่หลากหลาย แต่สำหรับการได้มาเซิร์ฟที่นี่ เขาจะจำได้ว่าใครเป็นคนต้อนรับ ใครช่วยให้เขากล้าลองเล่นเซิร์ฟครั้งแรก และเขารู้สึกอย่างไรในวันที่ลงทะเลและยืนบนแผ่นSurf ได้ ประสบการณ์และการดูแลที่ใส่ใจ คือสิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวอยากบอกต่อ และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งที่ Memories Surf House เราใส่ใจในมาตรฐาน การดูแลความปลอดภัยของลูกค้า และมารยาทสากลที่ทาง Surf Coach ทุกท่านต้องผ่านการอบรม” (— ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช)
จากโรงเรียนเซิร์ฟ สู่ระบบนิเวศทางธุรกิจ การเติบโตของอุตสาหกรรมเซิร์ฟไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนโรงเรียนสอนเซิร์ฟเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็น ระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้ฝึกสอน การเช่าอุปกรณ์ ร้านค้าไลฟ์สไตล์ ที่พัก ร้านอาหาร การจัดกิจกรรม รวมถึงบริการต่าง ๆ ในพื้นที่
สำหรับ Memories Surf House การพัฒนาเซิร์ฟไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนการสอน แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์โดยรวม ตั้งแต่กิจกรรมทางทะเล วิถีชีวิตชายฝั่ง (Coastal Lifestyle) ไปจนถึงการพัฒนาผู้ฝึกสอนท้องถิ่น ตามมาตรฐาน International Surfing Association และการสนับสนุนเยาวชนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Surf สามารถเติบโตเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงกีฬา การท่องเที่ยว วัฒนธรรมชายฝั่ง และชุมชนเข้าด้วยกัน หากมีการพัฒนามาตรฐาน ความปลอดภัย และการสื่อสารที่ชัดเจน แต่ละพื้นที่ก็สามารถสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง และกลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักเดินทางได้
Blue Exercise: โอกาสใหม่ที่เริ่มต้นจากทรัพยากรที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว การพัฒนา Blue Exercise ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการลงทุนขนาดใหญ่ เพราะประเทศไทยมีต้นทุนทั้งทรัพยากรทางทะเล ผู้ประกอบการ ที่พัก ร้านอาหาร และบุคลากรด้านบริการอยู่แล้วโจทย์สำคัญคือการนำองค์ประกอบเหล่านี้มาเชื่อมโยง สร้างมาตรฐาน และออกแบบเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม
Surf Therapy ในมิติของ Blue Exercise จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำกิจกรรมทางน้ำมาต่อยอด ให้เกิดมูลค่าใหม่ ทั้งการสร้างรายได้ในช่วง Green Season การกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ การสร้างอาชีพ และการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยจากจุดหมายสำหรับการพักผ่อน สู่จุดหมายของประสบการณ์ที่แตกต่าง
เพราะทะเลไทยไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะวันที่ท้องฟ้าสดใสและผืนน้ำสงบเท่านั้น แม้ในวันที่มีคลื่น ลม และสายฝน ทะเลก็ยังสามารถสร้างกิจกรรม ความทรงจำ และโอกาสใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทยได้เช่นกัน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และรายละเอียดการเรียนเซิร์ฟได้ทาง Facebook และ Instagram: Memories Surf House