White Hart Awards ความงามธรรมชาติของจีน ไทยจีน

เมื่อความงดงามแห่งธรรมชาติของจีนมาบรรจบกับค่ำคืนฤดูร้อนในกรุงเทพฯ “White Hart Awards” ก้าวสู่เวทีนานาชาติครั้งแรกในรอบทศวรรษ พร้อมที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน

กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมเต็มไปด้วยไอร้อนและความคึกคัก ทว่าใจกลางย่านการค้าที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง กลับมีบทสนทนาว่าด้วยสุนทรียะแห่ง “การพักอาศัย” เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม การประชุม 2026 Minsu Cluster Summit Dialogue…

Home / PR NEWS / เมื่อความงดงามแห่งธรรมชาติของจีนมาบรรจบกับค่ำคืนฤดูร้อนในกรุงเทพฯ “White Hart Awards” ก้าวสู่เวทีนานาชาติครั้งแรกในรอบทศวรรษ พร้อมที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน

กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมเต็มไปด้วยไอร้อนและความคึกคัก ทว่าใจกลางย่านการค้าที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง กลับมีบทสนทนาว่าด้วยสุนทรียะแห่ง “การพักอาศัย” เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม การประชุม 2026 Minsu Cluster Summit Dialogue และพิธีมอบรางวัล White Hart Awards จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่เวทีรางวัลประจำปี ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “มิชลินไกด์แห่งวงการหมินซู่ของจีน” เดินทางออกนอกประเทศจีน โดยนายโกศล ปัทมะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมด้วยนายฌอง-บาติสต์ เดอแบงส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EM District และนายหวัง ซวี่ เลขาธิการคณะผู้เชี่ยวชาญ SMART Resort Industry กล่าวบนเวที

เหตุใดประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายแรก

จากมุมมองของคนไทย งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “พิธีมอบรางวัลจากต่างประเทศที่มาจัดในกรุงเทพฯ” นายโกศล ปัทมะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมในฐานะผู้แทนรัฐบาลและประธานงาน Bangkok International Creative Week ประจำปีนี้ พร้อมกล่าวเปิดงาน ซึ่งถือเป็นการให้ความสำคัญในระดับที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับกิจกรรมที่มีหมินซู่และไลฟ์สไตล์เป็นหัวใจหลัก

นายหวัง ซวี่ ผู้ก่อตั้ง SMART Resort Industry Intelligence Platform และผู้ริเริ่ม International Creative Week กล่าวว่า กรุงเทพฯ เปี่ยมด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศิลปะ และธุรกิจ โดย International Creative Week มุ่งเป็นสะพานเชื่อมพลังสร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศ ขณะที่ The Mall Group ของไทยร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานและสนับสนุนให้บทสนทนาทางวัฒนธรรมไทย–จีนครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อผู้แทนรัฐบาล สื่อกระแสหลัก และกลุ่มธุรกิจชั้นนำมาร่วมกัน สารที่ส่งออกมาย่อมชัดเจนว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

White Hart Awards และ “Minsu Cluster” คืออะไร

สำหรับคนไทย “White Hart Awards” และ “Minsu Cluster” อาจยังเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย แต่หากเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนไทยรู้จัก White Hart Awards มีบทบาทต่อวงการหมินซู่จีนไม่ต่างจากมิชลินที่มีต่อร้านอาหาร กล่าวคือ หมินซู่ที่ได้รับการแนะนำล้วนคุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ

White Hart Awards ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และเป็นหนึ่งในรางวัลประจำปีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอุตสาหกรรมหมินซู่จีน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รางวัลนี้ได้รับการยอมรับในวงการว่าเป็นเครื่องชี้วัด “จุดหมายที่ควรเลือกเข้าพักเป็นอันดับแรก” ส่วน “Minsu Cluster” เป็นแนวคิดที่น่าสนใจยิ่งกว่า ผู้สร้างแนวคิดนี้คือ Minsu Cluster Development Society ซึ่งมีแนวทางคล้ายการสร้างชุมชนพักผ่อนในดินแดนเร้นลับของไทย ไม่ใช่เพียงเปิดโรงแรมหนึ่งแห่ง แต่เป็นการรวบรวมแบรนด์หมินซู่และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างจุดหมายการเดินทางแห่งใหม่ท่ามกลางทิวทัศน์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

นับจาก Yellow River Minsu Cluster เป็นต้นมา Minsu Cluster Development Society ได้เปลี่ยนหมู่บ้านร้างริมทะเลทรายเถิงเก๋อหลี่ให้กลายเป็นสถานที่ซึ่งนักเดินทางจากทั่วโลกตั้งใจบินมาพัก ปัจจุบัน ความสามารถในการ “สร้างจุดหมายปลายทาง” กำลังขยายไปสู่ภูมิประเทศที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้ง Zhangjiajie Canyon Minsu Cluster ที่กำลังจะเกิดขึ้น และ Flipped Bird Collection ที่เตรียมขยายสู่ประเทศญี่ปุ่น สำหรับนักเดินทางชาวไทยผู้ชื่นชอบการค้นหาสถานที่เร้นลับ ชื่อเหล่านี้สมควรถูกบันทึกไว้ใน “รายชื่อจุดหมายในอนาคต”

เมื่อ “สบาย ๆ” แบบไทยพบกับธรรมชาติกลางขุนเขาของจีน

คนไทยเข้าใจปรัชญาของ “การพักอาศัย” เป็นอย่างดี ตั้งแต่บูติกโฮมสเตย์ในเชียงใหม่ไปจนถึงรีสอร์ตในภูเก็ต คนไทยเปลี่ยนการ “ทำให้ผู้เดินทางรู้สึกสบาย” ให้เป็นศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงชาเย็นหนึ่งแก้ว รอยยิ้มหนึ่งครั้ง และคำว่า “สบาย ๆ” ความผ่อนคลายก็เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องปรุงแต่ง

หมินซู่ของจีนเลือกเดินบนอีกเส้นทางหนึ่ง หากการต้อนรับแบบไทยคือ “การทำให้คุณผ่อนคลายเมื่ออยู่ที่นี่” หมินซู่ของจีนก็คล้ายกับ “การพาคุณไปรู้จักผืนแผ่นดินแห่งหนึ่งอีกครั้ง” เบื้องหลังเตียงหนึ่งหลังคือภูเขาทั้งลูก แม่น้ำทั้งสาย และหมู่บ้านที่ถูกหลงลืมทั้งผืน สิ่งที่คุณเข้าพักจึงไม่ใช่เพียงห้องหนึ่งห้อง แต่คือวิถีชีวิตที่กำลังเลือนหายและได้รับการค้นพบขึ้นมาใหม่

การเดินทางมาจัดงาน White Hart Awards ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ จึงเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของปรัชญาแห่ง “การพักอาศัย” ทั้งสองแบบ เมื่อโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนกล่าวสุนทรพจน์บนเวที และกล้องจากสถานีโทรทัศน์ชั้นนำ 5 แห่งจับจ้องเรื่องราวของคนทำหมินซู่จีน ช่วงเวลานี้สะท้อนว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับความงดงามของธรรมชาติกลางขุนเขาของจีน และพร้อมให้จีนได้สัมผัสวิถีการต้อนรับแบบไทยเช่นกัน

รายชื่อที่คุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ

บนเวทีมอบรางวัล White Hart Awards มีการถ่ายทอดเรื่องราวของรางวัล 3 สาขา สำหรับผู้อ่านชาวไทยผู้รักการเดินทาง เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เพียงช่วงหนึ่งของพิธีมอบรางวัล หากยังเปรียบเสมือน “แผนที่ท่องเที่ยวจีนเชิงลึก”

รางวัลเชิดชูเกียรติหมินซู่จีน — มอบแด่ผู้ที่ใช้เวลา 10 หรือ 20 ปี สร้างหมินซู่หนึ่งแห่งให้กลายเป็นแลนด์มาร์ก ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะริมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ไปจนถึงดินแดนในฝันท่ามกลางขุนเขานู่เจียง จากบ้านดินริมฝั่งแม่น้ำฮวงโห ไปจนถึงบ้านเก่าหน้าสระบัวแห่งฮุยโจว เบื้องหลังทุกชื่อคือการเดินทางอันยาวไกลที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น เมื่อรายชื่อเหล่านี้ถูกประกาศบนเวทีในกรุงเทพฯ และกล้องจากสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของไทยทั้ง 5 แห่งจับจ้องไปยังพวกเขา ความมุ่งมั่นที่หยั่งรากอยู่ลึกในธรรมชาติกลางขุนเขาของจีนจึงได้รับการมองเห็นจากผู้คนมากยิ่งขึ้น

สถาปนิกแห่งปี: ปาซวิ่น — กวีสถาปัตยกรรมชาวไป๋ ผู้ถ่ายทอดองค์ประกอบและสัญลักษณ์จากบ้านเกิดเมืองต้าหลี่ลงในผลงานอย่างลึกซึ้ง แม้เดินทางมาแล้วทั่วโลก เขากลับเลือกใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิด และทำให้สุนทรียะแห่งพื้นที่ของชนเผ่าไป๋กลายเป็นภาษาที่ทั่วโลกเข้าใจ ในสถาปัตยกรรมของเขา สิ่งที่ผู้เข้าพักได้สัมผัสไม่ใช่เพียงห้องหนึ่งห้อง แต่คือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตและลมหายใจ แก่นของเรื่องราวนี้เป็นสิ่งที่คนไทยเข้าใจได้อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยเองก็มีสถาปนิกและนักออกแบบจำนวนมากที่ใช้ภาษาร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวดั้งเดิม

สถาปนิก ปาซวิ่น รางวัลจุดหมายหมินซู่ยอดนิยมแห่งปีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดย Orderlai — ความหมายของรางวัลนี้อยู่ที่นักเดินทางต่างชาติเริ่มเลือกพักในหมินซู่ของจีนมากขึ้น แทนโรงแรมเครือข่ายนานาชาติ เมื่อผู้เดินทางจากต่างประเทศผลักประตูหมินซู่จีนเข้าไป สิ่งที่พบไม่ใช่ห้องพักมาตรฐาน แต่เป็นประเทศจีนที่แท้จริงและสัมผัสได้

จุดหมายแห่งถัดไปที่คุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ ภายในงานมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งน่าจับตาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกสำรวจ

Zhangjiajie Canyon Minsu Cluster — ทั่วโลกรู้จักจางเจียเจี้ยเป็นอย่างดี ยอดเขาหินทรงเสาสูงตระหง่านในพื้นที่แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์เรื่อง “Avatar” แต่สิ่งที่ Minsu Cluster Development Society ต้องการทำไม่ใช่การเปิดโรงแรมข้างแหล่งท่องเที่ยว หากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางได้เข้าไปพักอยู่ในหุบเขาอย่างแท้จริง ใช้เตียงหนึ่งหลังสัมผัสแสงอาทิตย์ยามเช้า สายหมอก และเสียงลำธาร เปลี่ยนทิวทัศน์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

Flipped Bird Collection เตรียมขยายสู่ญี่ปุ่น — แบรนด์ที่เติบโตขึ้นริมฝั่งแม่น้ำฮวงโหกำลังนำความงดงามของธรรมชาติกลางขุนเขาของจีนสู่ประเทศญี่ปุ่น สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือสัญญาณของแนวโน้มสำคัญว่า แบรนด์หมินซู่ระดับแนวหน้าของจีนกำลังก้าวสู่เวทีโลก และกรุงเทพฯ คือจุดหมายแรกบนเส้นทางนี้

ช่วงเปิดตัว “แผนขยาย Flipped Bird Collection สู่ต่างประเทศ”: เซี่ย อวี่ชิง ผู้ประสานงาน Minsu Cluster Development Society และผู้ก่อตั้ง Flipped Bird Collection ร่วมกับเปา อี๋เซวียน ประธานกรรมการ Rhotels & Resorts Co., Ltd.

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อประเทศไทย

ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากร 700 ล้านคนรักการเดินทาง รักการใช้ชีวิต และมีความรู้สึกไวต่อสิ่งสวยงามโดยธรรมชาติ การที่กรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการบริโภคและการสื่อสารของภูมิภาค ได้รับเลือกเป็นจุดหมายแรกของ White Hart Awards ในการก้าวสู่ต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“ในประเทศไทย กระแสอาจซื้อได้ แต่ความน่าเชื่อถือซื้อไม่ได้ การรายงานข่าวของสื่อกระแสหลักคือสินทรัพย์ด้านความน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน” อีกนัยหนึ่งของถ้อยคำนี้คือ ประเทศไทยพร้อมมอบความน่าเชื่อถือดังกล่าว เพราะประเทศไทยมองเห็นคุณค่าของสิ่งนี้

สำหรับนักเดินทางชาวไทย White Hart Awards ได้เปิดหน้าต่างบานหนึ่ง ซึ่งทำให้มองเห็นสถานที่กลางขุนเขาของจีนที่คุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ ส่วนผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย นี่คือจุดเริ่มต้นของบทสนทนา ว่าด้วยการใช้วิธีร่วมสมัยถ่ายทอดความงดงามดั้งเดิม และการทำให้ผืนแผ่นดินที่ถูกหลงลืมกลับมาเป็นที่มองเห็นของโลกอีกครั้ง

คนไทยมักพูดว่า “เราอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน” เมื่อความงดงามของธรรมชาติกลางขุนเขาของจีนมาบรรจบกับค่ำคืนฤดูร้อนในกรุงเทพฯ และวิถีการต้อนรับแบบไทยมาพบกับปรัชญาหมินซู่ของจีน นี่จึงไม่ใช่การนำเสนอจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการเปิดมุมมองให้ทั้งสองฝ่ายได้มองเห็นซึ่งกันและกัน หมินซู่ที่ดีควรได้รับการค้นพบจากทั่วโลก  ·  เตียงหนึ่งหลังอาจเป็นประตูสู่การทำความรู้จักประเทศหนึ่ง