วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์สัญจร ปี 4” ภายใต้แนวคิด “Culture’s Future is Now : พลังวัฒนธรรมสร้างอนาคต”
มีนางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพงศ์ ตันมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน รวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี โรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคม โรงเรียนทัพทันอนุสรณ์ โรงเรียนพุทธมงคลวิทยา โรงเรียนหนองเต่าวิทยา โรงเรียนตลุกดู่วิทยาคม และหัวหน้าส่วนราชการ คณะอาจารย์ เครือข่ายสถานศึกษาและเยาวชนกว่า 220 คน เข้าร่วม ณ โรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี

วธ. โดยกองส่งเสริมภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี AI กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม พร้อมขยายเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ สำหรับกิจกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์สัญจร ปี 4” ในปีนี้จัดขึ้นครบทั้ง 4 ภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่ภาคเหนือ จังหวัดอุทัยธานี ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ไฮไลต์ภายในงาน มีเวทีเสวนาสร้างแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญและนักสร้างสรรค์ชื่อดัง ได้แก่
- ผศ.ดร.ณัฐพงค์ แย้มเจริญ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
- นายสุมิตร สีมากุล ประธานสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT)
- นายกิติธีวัฒน์ ธีรวัตรกฤติยา (กอล์ฟ) เจ้าของเพจ “สเตตุ๊ด Status” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมกับโลกสมัยใหม่กำหนดการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป
ภาคกลางและภาคตะวันออก : วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดนครปฐม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดบุรีรัมย์
ภาคใต้ : ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดชุมพร กระทรวงวัฒนธรรม เชื่อมั่นว่าการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมรุ่นใหม่ ได้ร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์ และนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด จะช่วยรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมสร้างความภาคภูมิใจในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนต่อไป


