SPMS-EST ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มติดรถยนต์ รังสีความร้อน

ร้อนนี้ต้องรอด! ฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภท เลือกแบบไหนให้เย็นใจ สบายกระเป๋า

บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภทหลักๆ ในตลาด ว่าต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่จะใช่สำหรับรถของคุณ

Home / PR NEWS / ร้อนนี้ต้องรอด! ฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภท เลือกแบบไหนให้เย็นใจ สบายกระเป๋า

ร้อนนี้ต้องรอด! ฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภท เลือกแบบไหนให้เย็นใจ สบายกระเป๋า

ฟิล์มติดรถยนต์

แดดเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องความร้อนแรงทะลุปรอทในทุกฤดูกาล ฟิล์มติดรถยนต์กลายเป็นไอเทมจำเป็นเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และห้องโดยสารจากรังสีความร้อนและรังสียูวีที่เป็นอันตราย แต่เดินเข้าร้านฟิล์มทีไรหลายคนกลับต้องปวดหัวกับตัวเลือกที่หลากหลายและศัพท์เทคนิคมากมาย จนไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่าเงินมากที่สุด?

ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงพัฒนาไปไกลมาก ตั้งแต่ฟิล์มธรรมดาราคาหลักร้อย ไปจนถึงฟิล์มระดับพรีเมียม เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภทหลักๆ ในตลาด ว่าต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่จะใช่สำหรับรถของคุณ

  1. ฟิล์มย้อมสีธรรมดา (Dyed Film)

    ฟิล์มประเภทนี้ใช้วิธีนำสารสีมาย้อมเคลือบแผ่นโพลีเอสเตอร์เพื่อลดความเข้มของแสงแดด จุดเด่นคือราคาถูกที่สุดในตลาด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในงบประหยัด แต่ข้อจำกัดคือไม่มีคุณสมบัติกันรังสีอินฟราเรดหรือความร้อนเลย แค่ทำให้รถดูมืดลงเท่านั้น แถมเมื่อใช้ไปสักพักฟิล์มจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงและพองตัว

  2. ฟิล์มฉาบปรอท (Metallized Film)

    เป็นฟิล์มที่ผสมผสานละอองโลหะเข้าไปในเนื้อฟิล์ม ทำให้มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนได้ดีและทำให้รถดูเงางามคล้ายกระจกเงา ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดีในราคาที่จับต้องได้ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือเนื้อฟิล์มที่เงาจัดอาจสะท้อนแสงรบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง รวมถึงอาจบล็อกสัญญาณดิจิทัล เช่น GPS, Easy Pass หรือสัญญาณมือถือ

  3. ฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film)

    ฟิล์มยอดนิยมสำหรับสายแต่งรถที่ชอบความดำดุดันจากภายนอก ตัวฟิล์มมีส่วนผสมของอนุภาคคาร์บอน ทำให้ผิวสัมผัสมีสีดำด้าน สวยงาม และไม่มีส่วนผสมของโลหะ จึงไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลใดๆ มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนในระดับปานกลางถึงดี และสีไม่ซีดจางง่ายเหมือนฟิล์มย้อมสี ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนชอบความเป็นส่วนตัว แต่อาจจะยังให้ความเคลียร์ชัดในการขับขี่ตอนกลางคืนได้ไม่เยอะ

  4. ฟิล์มนิรภัย (Safety Film)

    ผลิตจากโพลีเอสเตอร์ที่มีความหนาและเหนียวเป็นพิเศษมากกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป จุดประสงค์หลักคือช่วยยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือโดนทุบกระจก ช่วยป้องกันการโจรกรรมและความสูญเสียได้ดี ปัจจุบันมีการผสมสารกันความร้อนเข้าไปด้วยเพื่อให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น แต่ความหนาของฟิล์มอาจทำให้การติดตั้งยากและราคายังสูงอยู่

  5. ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film)

    ฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิกในการฝังอนุภาคลงในเนื้อฟิล์ม มีจุดเด่นเรื่องคุณสมบัติ “ดำนอก สว่างใน” คือให้ความเป็นส่วนตัวสูงจากภายนอก แต่เมื่อมองจากภายในจะยังให้ทัศนวิสัยสว่างคมชัด สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดและความร้อนได้สูงมากในระดับราคาที่คุ้มค่า คลื่นสัญญาณผ่านได้ 100% แต่ในตลาดมีฟิล์มเซรามิกหลายเกรด หากเลือกเกรดต่ำอาจเจอเนื้อฟิล์มขุ่นมัวได้ แนะนำให้เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือดีกว่า

  6. ฟิล์มใสนาโนมัลติเลเยอร์ (Multi-layer Optical Film)

    ที่สุดแห่งเทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ เป็นการนำแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ใสมาซ้อนทับกันมากกว่า 200 ชั้น แต่มีความหนาเท่าเดิม ตัวฟิล์มจะมีความใสเคลียร์สูงมาก สะท้อนแสงต่ำกว่ากระจกเปล่าด้วย แต่สามารถบล็อกรังสีความร้อนและรังสี UV ได้สูงเกือบ 100% เหมาะมากสำหรับคนที่อยากโชว์ภายในรถ หรือขับขี่ตอนกลางคืนบ่อยๆ โดยฟิล์มที่เป็นต้นแบบและเป็นผู้นำในนวัตกรรมประเภทนี้ก็คือ 3M Crystalline ฟิล์มระดับลักเชอรีที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการกันความร้อนที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

เลือกฟิล์มให้ตอบโจทย์ เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าระยะยาว การเลือกฟิล์มติดรถยนต์ที่ใช่ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับงบประมาณ สไตล์การแต่งรถ และพฤติกรรมการขับขี่เป็นหลัก หากเน้นประหยัด ฟิล์มย้อมสีหรือฟิล์มปรอทอาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว ได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและทัศนวิสัยที่ดี ฟิล์มเซรามิกคือทางเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับใครที่ต้องการประสิทธิภาพการกันความร้อนสูงสุด ทัศนวิสัยเคลียร์ชัดใสปลอดภัยในทุกเส้นทาง พร้อมภาพลักษณ์ที่หรูหราเหนือระดับ การเลือกติดตั้งฟิล์มซีรีส์ท็อปอย่าง 3M Crystalline ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน และเพื่อความมั่นใจในคุณภาพ แนะนำให้เลือกรับบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง SPMS-EST ผู้นำด้านการติดตั้งฟิล์มกรองแสงมาตรฐานระดับสากล พร้อมทีมช่างมืออาชีพที่จะช่วยดูแลรถคันโปรดของคุณให้เย็นสบายตลอดอายุการใช้งาน