ปั้นแบรนด์บริการชุมชนไทยสู่เวทีโลก! EECO เปิดเกมใหม่ “EEC Select Best Service 2026” ดันมาตรฐานคุณภาพ–นวัตกรรม–รอยยิ้ม

เปิดตัวโครงการ “EEC Select Best Service 2026” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ EEC

Home / PR NEWS / ปั้นแบรนด์บริการชุมชนไทยสู่เวทีโลก! EECO เปิดเกมใหม่ “EEC Select Best Service 2026” ดันมาตรฐานคุณภาพ–นวัตกรรม–รอยยิ้ม

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานราก เปิดตัวโครงการ “EEC Select Best Service 2026” อย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ EEC ให้ก้าวสู่มาตรฐานบริการที่มีคุณภาพ ครบทั้งมิติของความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้บริโภค

กรอบแนวคิด “SERVICE + SMART + SMILE” ถูกวางเป็นแกนหลักของการพัฒนา โดยเน้นการยกระดับศักยภาพผู้ผลิตและผู้ให้บริการ ให้สามารถแข่งขันได้ในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

สัญลักษณ์คุณภาพใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจฐานราก
การตอบรับของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของ “ตรารับรอง EEC Select” ในฐานะเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและประสบการณ์ผู้บริโภค

โครงการนี้ยังมุ่งต่อยอดจุดแข็งของท้องถิ่น ทั้งอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาชุมชน ผสานกับนวัตกรรมและแนวคิดสากล เพื่อผลักดันบริการไทยจาก “รากฐานท้องถิ่น” สู่ “การเติบโตในตลาดโลก” อย่างเป็นรูปธรรม

ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจบริการหลัก เชื่อมเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว–สุขภาพ
การคัดเลือกผู้ประกอบการในโครงการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
• ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
• ธุรกิจสปาและสุขภาพ
• ธุรกิจที่พักและโรงแรม
• ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน
• ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ
ทั้ง 5 กลุ่มถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ซึ่งมีบทบาทเชื่อมโยงทั้งภาคการท่องเที่ยว การบริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เกณฑ์คัดเลือก 5 มิติ เน้นคุณภาพควบคู่ความยั่งยืน
โครงการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินอย่างรอบด้าน ครอบคลุม 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
• ศักยภาพด้านวัตถุดิบและทรัพยากร
• การสร้างคุณค่าและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
• กระบวนการให้บริการที่มีมาตรฐาน
• ความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของบริการ
• ศักยภาพด้านการตลาดและการเติบโต
เกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ไม่เน้นเพียง “คุณภาพสินค้า” แต่รวมถึง “คุณภาพประสบการณ์” และ “ความรับผิดชอบต่อสังคม”

ผนึกผู้เชี่ยวชาญหลากมิติ ยกระดับสู่มาตรฐานสากล
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ระบุว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ชุมชนในพื้นที่ EEC สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และยกระดับมาตรฐานบริการให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงพื้นที่

การดำเนินโครงการยังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งด้านนโยบาย นวัตกรรม การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การตลาด และการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนแนวคิด ESG และเศรษฐกิจสีเขียว

“EEC Select” มากกว่ารางวัล คือกลไกเชื่อมโอกาส
โครงการ EEC Select Best Service 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีคัดเลือกหรือมอบรางวัล แต่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ช่วยเชื่อมโยงโอกาสระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และนักลงทุน

การมีมาตรฐานรับรองที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตลาด และเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

วิเคราะห์: จุดเปลี่ยนของบริการชุมชนไทยในยุคเศรษฐกิจใหม่
การเปิดตัวโครงการครั้งนี้สะท้อนทิศทางสำคัญของนโยบายรัฐ ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพบริการ” ในระดับชุมชนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการผลิตหรือการท่องเที่ยวแบบเดิม

เมื่อมาตรฐานบริการถูกยกระดับ พร้อมกับการเชื่อมโยงนวัตกรรมและความยั่งยืน บริการชุมชนไทยจะไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่สามารถกลายเป็น “จุดขายหลัก” ในตลาดโลกได้

และนี่อาจเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของไทย ไม่ได้เติบโตเพียงในประเทศ แต่ก้าวไกลสู่เวทีสากลอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพให้พร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากลจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญจากผู้มากด้วยประสบการณ์ที่หลากหลายครบทุกมิติ อาทิ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมสู่การผลักดันการพัฒนาเชิงพื้นที่ คุณอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการ สำนักงานท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวชุมชนยกระดับความพร้อมสู่การท่องเที่ยวในมาตรฐานสากล คุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ และ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมขับเคลื่อนแนวคิด ESG เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) , คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการบริหารในเครือ นายเลิศกรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์, คุณวิรัตน์ ศิริสกุลงาม และ ดร.จิตรกร เผด็จศึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด, คุณณีรนุช อาภาจรัส ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอนามัย และ ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน