สถิติอุบัติเหตุบนถนนพุ่งสูงทุกปี ทำไมประกันภัยรถยนต์กลายเป็นสิ่งที่ต้องมี

การใช้รถใช้ถนนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ภายใต้ความสะดวกสบายนั้น ก็มีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุซ่อนอยู่เสมอ

Home / PR NEWS / สถิติอุบัติเหตุบนถนนพุ่งสูงทุกปี ทำไมประกันภัยรถยนต์กลายเป็นสิ่งที่ต้องมี

การใช้รถใช้ถนนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ภายใต้ความสะดวกสบายนั้น ก็มีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุซ่อนอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาจากสถิติล่าสุดที่ยังคงน่ากังวล การมีประกันภัยรถยนต์จึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่คือการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ชาญฉลาดที่สุด บทความนี้จะพาไปสำรวจสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนของไทย และเหตุผลที่ทำไมคุณไม่ควรละเลยการเช็กความพร้อมของกรมธรรม์

สถานการณ์อุบัติเหตุในไทย น่ากังวลแค่ไหน

อุบัติเหตุบนท้องถนนถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ข้อมูลสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง

เมื่อเทียบกับทั่วโลก สถิติอุบัติเหตุของไทยอยู่จุดไหน

● รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) Global Status Reports on Road Safety 2023 ชี้ว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึงกว่า 1.19 ล้านรายต่อปี
● อุบัติเหตุส่วนใหญ่ประมาณ 92% เกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง
● ประเทศไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 18,218 คน หรือ 25 คนต่อแสนประชากร

อัปเดตตัวเลขล่าสุด สถิติอุบัติเหตุ 2568

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมบนท้องถนนทะลุ 10,847 ราย และมีผู้บาดเจ็บสะสมรวมเป็นจำนวนมาก ส่วนในด้านการเกิดเหตุ ข้อมูลชี้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีการเกิดอุบัติเหตุสะสมสูงที่สุด จำนวน 138,0732 ครั้ง และช่วงอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือกลุ่มวัยทำงานตั้งแต่ 36–60 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ

จากสถิติข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่ายังคงมีผู้สูญเสีย และผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่อีกมาก ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงบนท้องถนนอย่างรอบด้าน

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในไทย

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในไทยมักมาจากปัจจัยที่ควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น
● การขับรถเร็วเกินกำหนด เป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียการควบคุมรถ
● การตัดหน้ากระชั้นชิด มักเกิดจากการเปลี่ยนเลนที่ไม่เหมาะสม หรือการไม่ให้สัญญาณล่วงหน้า
● การเมาแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนสติสัมปชัญญะและทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
● การไม่เคารพกฎจราจร เช่น การไม่สวมหมวกนิรภัย (โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีสถิติเกิดเหตุสูงที่สุด) หรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ค่าเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งเดียว กระทบการเงินแค่ไหน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ตามมามักสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี ไปจนถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย หากเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทั้งหมดอาจทำให้สถานะทางการเงินของครอบครัวสั่นคลอนได้ในทันที

ทำไมประกันภัยรถยนต์ถึงเป็น “สิ่งจำเป็น” ไม่ใช่ “ทางเลือก”

เมื่อความเสี่ยงบนท้องถนนสูงขนาดนี้ การมีกรมธรรม์ที่เหมาะสมคือการลงทุนเพื่อความมั่นคงในชีวิต

ประกันภัยรถยนต์ช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างไร

ประกันภัยรถยนต์เป็นตัวช่วยสำคัญที่เข้ามารองรับค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตามประเภทและความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่คุณเลือกไว้ ไม่ว่าจะเป็นการชนเล็กหรือชนใหญ่ การมีประกันช่วยให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดเอง เพราะประกันจะเข้ามาคุ้มครองค่าซ่อมรถทั้งของตัวเองและคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยตามทุนประกันที่เลือกไว้ ทำให้การเกิดอุบัติเหตุไม่สร้างความกังวลด้านการเงินมากเกินไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประกันภัยชั้น 1 ถือว่าให้ความคุ้มครองสูงสุดและรอบด้านที่สุด ครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถเราเองจากอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี รวมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจและความคุ้มครองแบบเต็มรูปแบบในทุกสถานการณ์บนท้องถนน

พ.ร.บ. อย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) เป็นประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี แต่ พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นสำหรับผู้ประสบภัยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถของคุณ หรือทรัพย์สินของคู่กรณีที่เสียหายในวงเงินสูง ดังนั้น การทำประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น

วิธีเช็กประกันภัยรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอ

● เช็กวันหมดอายุ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประกันภัยและ พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุ
● เช็กความคุ้มครอง ทบทวนวงเงินคุ้มครองว่าเพียงพอต่อความเสี่ยงในปัจจุบันของคุณหรือไม่
● เช็กเบี้ยและเงื่อนไข เปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทต่าง ๆ ก่อนต่ออายุทุกครั้ง

มั่นใจทุกเส้นทาง ด้วยประกันภัยรถยนต์จาก โลตัส โบรคเกอร์

เมื่อรู้ถึงความเสี่ยงบนท้องถนนแล้ว การเตรียมความพร้อมคือสิ่งที่ไม่ควรชะล่าใจ สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จากบริษัทชั้นนำที่โลตัส โบรคเกอร์ มอบความอุ่นใจครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุทั้งมีและไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกที่ช่วยบริหารค่าใช้จ่ายให้คล่องตัว ด้วยข้อเสนอพิเศษที่ให้ แบ่งจ่ายได้ 0%* สูงสุด 10 เดือน ทั้งการแบ่งจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตโลตัส ทำให้การซื้อประกันภัยรถเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงบริการและขอคำปรึกษาได้อย่างสะดวกผ่านเคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัสบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัส
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
● ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
● กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
● บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

สรุปบทความ

สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเราว่าความเสี่ยงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมจึงเป็นการสร้างหลักประกันทางการเงินที่มั่นคงให้กับตัวคุณเองและครอบครัว ดังนั้น อย่าละเลยที่จะตรวจสอบความพร้อมของกรมธรรม์และเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงในการใช้รถของคุณที่สุด