CPOT e-tax invoice

“CPOT ยุคใหม่! กระทรวงวัฒนธรรมหนุนผู้ประกอบการใช้ e‑Tax Invoice สร้างความเชื่อมั่นสู่ตลาดโลก”

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมจึงเล็งเห็นเป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและดูแลผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand: CPOT) ให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ โดยเฉพาะการผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสารแบบเดิมไปสู่ระบบภาษีดิจิทัลตามมาตรฐานกรมสรรพากร ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐเท่านั้น…

Home / PR NEWS / “CPOT ยุคใหม่! กระทรวงวัฒนธรรมหนุนผู้ประกอบการใช้ e‑Tax Invoice สร้างความเชื่อมั่นสู่ตลาดโลก”

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมจึงเล็งเห็นเป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและดูแลผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand: CPOT) ให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ โดยเฉพาะการผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสารแบบเดิมไปสู่ระบบภาษีดิจิทัลตามมาตรฐานกรมสรรพากร ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็น “กุญแจสำคัญ” ในการสร้างความโปร่งใส เพิ่มความน่าเชื่อถือ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าวัฒนธรรมไทยให้โดดเด่นในระดับสากล

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า “กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการและผู้สนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อให้ผู้ประกอบการมองว่าระบบภาษีดิจิทัลคือ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ธุรกิจวัฒนธรรมไทยเติบโตได้อย่างสง่างามในยุคดิจิทัล”

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดให้มีการถ่ายทอดความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมสรรพากร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ CPOT โดยครอบคลุมทั้งการจดทะเบียนภาษีดิจิทัล การตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเทคนิคการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่างมืออาชีพ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในธุรกิจของตนเอง

การอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีตัวแทนชุมชนและผู้ประกอบการเครือข่าย CPOT จากทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ รวมกว่า 500 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

“กระทรวงวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า การเสริมอาวุธทางปัญญาและการดูแลผู้ประกอบการในครั้งนี้ จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการสร้างเครือข่ายธุรกิจวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจวัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้าย