มหกรรม “Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน” นับเป็นงานใหญ่ระดับประเทศที่เปิดศักราชใหม่ได้อย่างโดดเด่น ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาทักษะสมอง EF (Executive Function) ให้กับเด็กปฐมวัย เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และทักษะการใช้ชีวิต ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างมีเหตุผล งานนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เป้าหมาย “เมืองอนุบาลระดับโลก” โดยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ ครู และผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง แม้จะเป็นการจัดมหกรรมในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกก็ตาม

งานนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายครั้งสำคัญระหว่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) และภาคีเครือข่ายชั้นนำ อาทิ สถาบันรักลูกเลิร์นนิ่ง กรุ๊ป สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงพันธมิตรอีกมากมายที่ร่วมกันวางรากฐานการสร้างพลเมืองคุณภาพ ผ่านการเสริมสร้างทักษะสมอง EF ให้กับเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน
มหกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ตลอด 4 วันของการจัดงาน (22–25 ม.ค.) มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 6,700 คน ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง บุคลากรด้านการศึกษา คุณครู อาสาสมัครชุมชนที่ทำงานด้านการศึกษาและเยาวชน สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้สร้างสรรค์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความสุข และาพเป็นพลังสำคัญของครอบครัวและประเทศอย่างยั่งยืน
กทม. ยกระดับการศึกษาปฐมวัย ขยายฐานรับเด็ก 3 ขวบ ทั้งนี้ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.เดินหน้าแผนเชิงรุก และเป้าหมาย เพื่อต้องการให้เยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษามากที่สุดควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน โดยเปิดรับเด็กเข้าเรียนชั้นเตรียมอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 ปี (จากเดิม 4 ปี) ปัจจุบันได้ทำการเปิดรับนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล1 ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จำนวน 312 โรงเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ปัจจุบันพบว่า กทม. มีเด็กอยู่ประมาณ 2.7 แสนคน โดยเป็นเด็กที่อยู่ในระบบโรงเรียนสังกัด กทม. เพียง 6 หมื่นคน และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีกราว 3-4 หมื่นคน จึงเป็นความท้าทายที่ต้องเร่งนำเด็กส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง การดำเนินงานเรื่องการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าในเด็กเป็นการเปลี่ยนนโยบายจากกว่า 200 นโยบายของ กทม. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งตัวครูและเด็ก พร้อมประสานงานกับสภากรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดันงบประมาณสนับสนุน ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนต้นแบบที่นำทักษะ EF มาใช้เป็นระบบการเรียนการสอน 7 โรงเรียนนำร่อง ซึ่งเห็นผลลัพธ์ความสำเร็จที่แตกต่างอย่างชัดเจน ถือเป็นชัยชนะระยะสั้น (Quick Win) ที่พิสูจน์ว่าทำได้จริง เปิดพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน สร้างพลังครู–ครอบครัว ดูแลเด็กอย่างไร้รอยต่อ
โรงเรียนอนุบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ผ่าน “ห้องเรียนพ่อแม่”, โปรแกรม Triple P และกิจกรรมเปิดชั้นเรียนสาธารณะ (Open Class) เพื่อเสริมความเข้าใจด้านพัฒนาการเด็ก การเลี้ยงดูเชิงบวก และการส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในโรงเรียน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกระบวนการ School as Learning Community (SLC) ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาครูปฐมวัยผ่านการเรียนรู้ร่วมกันของทั้งโรงเรียน เพื่อให้เด็กแต่ละคนพัฒนาได้เต็มศักยภาพ พร้อมเชื่อมการดูแลบุตรหลานระหว่างโรงเรียน ครอบครัว อย่างไร้รอยต่อ
ครูคือหัวใจการเปลี่ยนแปลง เดินหน้าภารกิจวางรากฐานอนาคตเด็กกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าฯ กทม. ยังได้กล่าวต่อว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่ใช่แค่พาเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ต้องพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมทักษะสมอง EF Self และพัฒนาการ 4 ด้าน ไปพร้อมกัน โดยอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชน ปัจจุบัน กทม. ได้ยกระดับคุณภาพครูปฐมวัย มีการสอบเพื่อบรรจุ การอบรมเสริมสมรรถนะครู มีการนิเทศติดตามอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง สำนักการศึกษามีความตั้งใจในการทำเรื่องเด็กปฐมวัย ปัจจุบันเราพบว่าเด็กในโรงเรียนต้นแบบสามารถควบคุมตนเอง ดูแลตนเอง และมีวินัยมากขึ้น แม้ผลลัพธ์อาจยังไม่เห็นทันทีเหมือนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่การลงทุนด้านเด็กในวันนี้คือรากฐานสำคัญที่จะเติบโตและงอกงามในอีกหลาย 10 ปีข้างหน้าและนี่คือความสำคัญ และภารกิจนี้ “มาไกลเกินครึ่งทางแล้ว” และขอให้ครูทุกคนเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อวางรากฐานอนาคตที่สดใสให้กับเด็กไทยอย่างไม่หยุดยั้ง

จากระยองสู่เมืองหลวง ต้นแบบการขับเคลื่อน EF ระดับประเทศ นางภรณี กองอมรภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่องค์กรสัมพันธ์ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ได้ถ่ายทอดมุมมองในเรื่องการผลักดัน EF ไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Dow ในเอเชีย และเราเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก แต่ปัจจุบันกลับพบความท้าทายสำคัญคือ “เด็กไทยเรียนสายวิทยาศาสตร์น้อยลง” เพราะมองว่าเป็นเรื่องยาก
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จึงได้ริเริ่มผลักดันโครงการพัฒนาทักษะสมอง EF ในจังหวัดระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดระยองที่เล็งเห็นความสำคัญจนประกาศให้โครงการนี้เป็นนโยบายหลักของจังหวัด ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในครั้งนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โครงการได้ขยายผลต่อมายังกรุงเทพมหานครเป็นลำดับถัดไป และมีเป้าหมายระยะยาวที่จะกระจายความรู้และสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ไปสู่ระดับภูมิภาค จนครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต ผนึกกำลังรัฐ-สังคมปลูกฝังทักษะสมอง EF สร้างเด็กไทยคุณภาพ
นางภรณี ยังย้ำด้วยว่าสำหรับหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จในวงกว้างจะต้องอาศัยพลังสำคัญจาก 2 ส่วน คือ 1) พลังจากภาครัฐ ที่ต้องสนับสนุนนโยบายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และ 2) พลังจากสังคม เราต้องยอมรับว่าแม้พ่อแม่จะอยากเสริมสร้าง EF ให้ลูกเพียงใด แต่ด้วยภาวะกดดันในสังคม เรื่องดังกล่าวดำเนินการได้ยากขึ้น เพราะแต่ละครอบครัวต้องมีภาระหน้าที่ในการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากท้อง ทำให้มีเวลาจำกัด ดังนั้น สังคมต้องเข้ามาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน อาสาสมัครชุมชน หรือสื่อมวลชน ต้องร่วมมือกันดูแลเด็ก ๆ
“เราอยากเห็นเด็กไทยเติบโตอย่างมีความสุข เป็นทั้งคนเก่งและคนดีที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการพาประเทศไทย ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ จากกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ”

ท้ายที่สุดนี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนในสังคม ร่วมกันรับผิดชอบและเป็นส่วนสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนของเรา ผ่านการปลูกฝังทักษะสมอง EF ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ฟรีที่ https://rakluke-learning.com กับหลักสูตรออนไลน์ EF 101 เมื่อผู้ใหญ่เข้าใจ EF และปรับวิธีเลี้ยงดู การสื่อสาร และการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกัน เด็กจะได้รับโอกาสในการฝึกคิด ควบคุมอารมณ์ ตัดสินใจ และกำกับตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ พลังความร่วมมือเช่นนี้คือรากฐานสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้เด็กเติบโตอย่างมั่นคง มีคุณภาพ เพราะเราเชื่อมั่นว่า การสร้างเด็กที่มีคุณภาพในวันนี้ คือการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยและโลกของเราอย่างแท้จริง