5 วิธีรักษาสิว ให้ผิวกลับมาแข็งแรง เรียบเนียบดูกระจ่างใจ
“สิว” เป็นปัญหาผิวหน้าที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังคงประสบปัญหานี้อยู่ การเลือกวิธีรักษาสิวที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาสดใสได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้วยตนเองหรือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในปัจจุบันมีวิธีรักษาสิวอยู่หลายวิธีให้เลือกตามความเหมาะสมกับสภาพผิวและความรุนแรงของสิว ลองมาดูกันว่าวิธีการรักษาสิวแต่ละวิธีมีข้อดีและจุดเด่นอย่างไรบ้าง
1. กินยารักษาสิว
การรักษาสิวด้วยการกินยาเป็นวิธีลดสิวที่นิยมใช้ในกลุ่มผู้ที่มีสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยยาที่นิยมใช้ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ และยาฮอร์โมน ระยะเวลาในการกินจะขึ้นกับแต่ละคนว่าตอบสนองต่อยาอย่างไรและการประเมินของแพทย์
ข้อดี
• ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดสิวอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• รักษาสิวได้ครอบคลุมทั้งใบหน้า เหมาะกับคนที่มีสิวเยอะและกระจายหลายบริเวณ
• ช่วยป้องกันสิวที่จะขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะสิวฮอร์โมน
ข้อเสีย
• การกินรักษาสิวต้องใช้เวลาในการรักษาต่อเนื่องและมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
• ต้องเลือกฮอร์โมนให้ถูกกับตัวเอง โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่ละคนมีระดับฮอร์โมนที่ไม่เท่ากัน
• ต้องปรึกษาแพทย์และไม่สามารถซื้อยาเองได้
2. ทายารักษาสิว

การใช้ยาทารักษาสิวเป็นวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองที่ใช้กันทั่วไป เหมาะสำหรับคนที่หน้าเป็นสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะสิวอุดตันและสิวอักเสบไม่รุนแรง โดยยาทาจะมีทั้ง กลุ่มเรตินอยด์ ยาปฏิชีวนะ และ Benzoyl peroxide
ข้อดี
• Benzoyl peroxide ไม่ทำให้เกิดการดื้อยาและหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
• สามารถซื้อยาทารักษาสิวใช้ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์
• ยาปฏิชีวนะชนิดทาอย่าง Erythromycin หรือ Clindamycin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดสิวอักเสบ เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวชนิดไม่รุนแรง
ข้อเสีย
• ยากลุ่มเรตินอยด์จะทำให้ผิวมีความไวต่อแสง เกิดการระคายเคืองได้ง่าย
• อาจทำให้รู้สึกระคายเคือง ผิวแห้งลอกเป็นขุย
• ต้องใช้อย่างสม่ำเสมอและอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลชัดเจน
• การใช้ยาทาปฏิชีวนะเดี่ยว ๆ เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาได้
3. เลเซอร์รักษาสิว
การเลเซอร์สิวเป็นวิธีการรักษาสิวที่ช่วยลดปัญหาสิวได้หลากหลาย ทั้งสิวผด สิวอักเสบ ช่วยควบคุมความมัน และฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นการรักษาสิวด้วยเลเซอร์อย่าง Pulse dye laser ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน จึงช่วยรักษาสิวและรอยแดงจากสิวได้เป็นต้น
ข้อดี
• เป็นการรักษาสิวที่ต้นตอ ตรงจุดที่ทำให้เกิดสิว
• เป็นการแก้ปัญหาสิวอุดตันได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลทันที
• ช่วยลดปัญหาสิวได้หลากหลาย ทั้งสิวผด สิวอักเสบ ช่วยควบคุมความมัน และฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสีย
• ราคาค่อนข้างสูงต่อครั้ง และต้องทำหลายครั้งต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
• อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวเช่น ผิวแดง บวม หรือรอยช้ำหลังทำ
• ไม่เหมาะกับสิวรุนแรงบางประเภท ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โดยตรง
4. การกดสิว

การกดสิวเป็นวิธีการวิธีแก้สิวที่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ลดการเกิดสิวใหม่ และป้องกันสิวอุดตันพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ โดยการรักษาสิววิธีนี้จะเหมาะกับสิวอุดตันอย่าง สิวหัวดำหรือสิวหัวขาว
ข้อดี
• สามารถกำจัดสิวอุดตันได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการกินยาและทายา
• ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนที่อุดตัน
• ช่วยลดโอกาสการพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้
ข้อเสีย
• มีโอกาสติดเชื้อ ถ้ากดสิวไม่ถูกวิธีหรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด
• การใช้น้ำหนักกดสิวมากไป อาจทำให้ผิวบริเวณที่กดบวมแดงได้
• ถ้ากดไม่ถูกวิธีหรือกดเอาสิ่งอุดตันภายในออกไม่หมด ก็จะเพิ่มโอกาสอักเสบและรอยแดงหลังการเป็นสิวได้ง่ายขึ้น
5. การฉีดสิว
การฉีดสิวเป็นการรักษาหน้าคนเป็นสิวที่ใช้สารที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ฉีดเข้าไปในสิวโดยตรง ช่วยลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวยุบตัวลงภายใน 24-48 ชั่วโมง สิวที่เหมาะกับการฉีดสิวคือสิวที่มีลักษณะบวม แดง หรือสิวอักเสบ สัมผัสแล้วเป็นไต หรือเป็นก้อนแข็ง
ข้อดี
• ช่วยลดการอักเสบ บวม แดงของสิวอักเสบได้อย่างรวดเร็ว
• ช่วยลดโอกาสการเกิดรอยหลุมสิวในอนาคตได้
• ลดความเจ็บปวดจากสิวอักเสบได้
ข้อเสีย
• การฉีดสิวไม่สามารถใช้รักษาสิวได้ทุกประเภท หากฉีดบ่อยหรือใช้ปริมาณเยอะเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ได้
• ไม่ทำให้สิวหายขาดและไม่ได้ป้องกันการเกิดสิวใหม่ เป็นเพียงการลดอาการอักเสบเท่านั้น
• อาจเกิดผลข้างเคียงเช่น เจ็บ ผิวหนังยุบตัวลง หรืออาจปวด บวม ช้ำบริเวณที่ฉีด
ไม่ต้องไปคลินิก! รักษาสิวกับหมอผิวหนังโดยตรง ง่าย ๆ ด้วย SkinX
SkinX แอปพลิเคชันที่ให้บริการปรึกษาแพทย์ผิวหนังออนไลน์ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ช่วยให้การรักษาสิวเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถปรึกษาหมอผิวหนังได้ทันที ด้วยระบบปรึกษาก่อน จ่ายทีหลัง สามารถปรึกษาได้ทุกปัญหาผิว พร้อมทั้งแสดงค่าบริการก่อนเข้าปรึกษา ทำให้คุณคุมงบได้ไม่บานปลาย หลังการรักษาจะได้รับสรุปผลการรักษาทันที และยังมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาอีกด้วย ช่วยให้การดูแลรักษาสิวเป็นเรื่องง่ายและไม่ยุ่งยาก
รักษาสิว เรื่องผิวที่ควรให้ความสำคัญ
การรักษาสิวมีหลากหลายวิธีให้เลือกตามความเหมาะสมกับประเภทและความรุนแรงของสิว สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาสิวที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพผิว สำหรับใครที่ไม่รู้จะทำยังไงให้สิวหาย ลองใช้แอป SkinX ที่จะช่วยให้การปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อการดูแลปัญหาสิวอย่างถูกวิธี
แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!
• FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
• IG : skinx.thailand
• Line : @skinx.official
• TikTok : skinxthailand
• X : @skinxthailand
• Tel : 02 038 5505
• E-mail : [email protected]