อัปเดตรวมรุ่น Rolex GMT Master II ไหนน่าซื้อที่สุดตอนนี้! สวย น่าลงทุน พร้อมเดินทางได้ทั่วโลก!

เข้าสู่ช่วงปลายปีและกำลังจะก้าวสู่ปี 2026 หลายคนเริ่มมองหาของขวัญดีๆ ให้ตัวเอง หรืออยากหาของพิเศษไว้ฉลองโมเมนต์สำคัญในชีวิต และถ้าพูดถึงนาฬิกาหรูที่ทั้งดูดี ใช้งานได้จริง และยังน่าลงทุนด้วย Rolex ก็คงเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะ Rolex GMT-Master II ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน GMT ช่วยให้ดูได้สองไทม์โซน เหมาะมากสำหรับสายเดินทางหรือคนที่ต้องจัดเวลาในหลายประเทศเป็นประจำ
GMT-Master II ยังเป็นรุ่นที่หลายคนมองว่า “ซื้อใช้ก็คุ้ม เก็บยาวก็เวิร์ก” เพราะดีไซน์คลาสสิก ไม่ตกเทรนด์ง่าย แถมบางรุ่นยังเป็นกระแสและมีความต้องการในตลาดสูง ทำให้มูลค่าปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ในปี 2026 นี้ เราขอพาไปอัปเดตรุ่นยอดฮิตของ Rolex GMT-Master ที่ทั้งเหมาะกับนักเดินทาง และเป็นตัวเลือกที่คนรักนาฬิกาไม่ควรพลาด!
- Rolex GMT-Master II Ref. M126710GRNR
เปิดตัวแรกด้วย Rolex GMT‑Master II M126710GRNR รุ่นนี้มากับตัวเรือนขนาด 40 มม. ผลิตจาก Oystersteel (สเตนเลสคุณภาพสูงของ Rolex) และขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ 24 ชั่วโมง ที่ใช้ Insert Cerachrom สองสี คือสีเทาและสีดำ ช่วยให้แยกเวลา “บ้าน” กับ “ปลายทาง” ได้ชัดเจน ถูกใจสายเดินทางที่ต้องดูเวลา 2 โซน หน้าปัดดำมอบความเรียบหรู สวมใส่ได้ทุกวัน ส่วนกลไกใช้ Calibre 3285 พร้อมฟังก์ชัน GMT อัตโนมัติ และมีการรับรองความแม่นยำระดับ Superlative Chronometer พร้อมพลังสำรองหลายสิบชั่วโมง อีกทั้งกันน้ำได้ลึก 100 เมตร เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางเลย - Rolex GMT-Master II Ref. M126710BLRO (Pepsi)
หากใครชอบสไตล์โดดเด่น หนึ่งในรุ่นที่แฟน Rolex ทั่วโลกยกให้ไอคอนิก คือ Rolex GMT‑Master II M126710BLRO (หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “Pepsi”) ด้วยขอบหน้าปัด Cerachrom สองสีแดงและน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้มองเวลา 24 ชั่วโมง (กลางวัน/กลางคืน) ชัดเจน และดูสปอร์ต สดใสกว่ารุ่นสีพื้น เหมาะกับคนที่อยากได้ Rolex ที่มี “สตอรี่” และสีสันสะดุดตา เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ตัวเรือน 40 มม. ขอบหมุน GMT ใช้ระบบเดียวกับรุ่นอื่น พร้อมกลไก Calibre 3285 การกันน้ำ 100 เมตร และความแม่นยำระดับสูง - Rolex GMT-Master II Ref. M126720VTNR
สำหรับคนที่มองหา “ความแตกต่าง” และความทันสมัยหน่อย รุ่น Rolex GMT‑Master II M126720VTNR (บางคนเรียกว่า “Sprite”) คือคำตอบ จุดที่โดดเด่นคือขอบหน้าปัด Cerachrom สีเขียว‑ดำ ที่ให้ลุคไม่เหมือนใคร และหน้าปัดสีดำพร้อมขอบสีเขียว‑ดำช่วยให้ดูสง่า มีสไตล์ และทันสมัย สำหรับฟังก์ชัน GMT ก็ครบ เข็มชั่วโมงปรับแยกอิสระโดยไม่กระทบเข็มนาที/วินาที ทำให้ปรับเวลาเมื่อข้ามโซนได้อย่างรวดเร็วโดยยังรักษาความแม่นยำ จุดนี้ถูกใจคนเดินทางบ่อยแน่นอน กลไก Calibre 3285 พร้อมพลังสำรองราว 70 ชั่วโมง และกันน้ำ 100 เมตร ซึ่งครบเครื่องทั้งความสวยและการใช้งานจริง - Rolex GMT-Master II Ref. M126715CHNR
Rolex พรีเมียม เป็นได้ทั้งเครื่องประดับหรู และเครื่องมือบอกเวลาแม่นยำ Rolex GMT‑Master II M126715CHNR คือรุ่นที่ตอบโจทย์ ด้วยวัสดุทองคำ (Everose/Rose Gold) พร้อมขอบหน้าปัดที่ให้ความวินเทจและพรีเมียม ขอบ Cerachrom คู่กับหน้าปัด (ในรุ่นที่ใช้) ทำให้รุ่นนี้ดูหรูหราเมื่ออยู่บนข้อมือ เหมาะทั้งกับการแต่งตัวทางการและออกงานพิเศษ ความสามารถด้าน GMT และ กลไก Calibre คุณภาพสูง และฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน ทำให้รุ่นนี้เป็นทั้งนาฬิกาและเครื่องประดับในเรือนเดียว - Rolex GMT-Master II Ref. M126729VTNR
สุดท้าย ใครเล็งคอนเซปต์การเลือกซื้อด้วย “ลงทุน สะสม ตัวแทนของความพิเศษ” รุ่น Rolex GMT‑Master II M126729VTNR โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้วัสดุทอง (White Gold) และขอบหน้าปัด Cerachrom ถือว่าโดดเด่นมาก เพราะนอกจากความพรีเมียมของวัสดุแล้ว ดีไซน์ตัวเรือน ขอบหมุน GMT และกลไก Calibre 3285 เหมือนรุ่นอื่นๆ ยังทำให้มันใช้งานจริงได้ดี จุดนี้เหมาะกับผู้ที่มอง Rolex เป็นมากกว่านาฬิกา คือทรัพย์สิน ของสะสม ที่ยิ่งเก็บ ยิ่งมีคุณค่า
Rolex GMT-Master II ยังคงเป็นนาฬิกาที่น่าลงทุนในปี 2026 ไม่ว่าจะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย หรือผู้ที่รักการสะสมนาฬิกาหรู ทุกคนสามารถเลือกสรรรุ่นที่ถูกใจได้ตามสไตล์และความต้องการ ด้วยดีไซน์ที่คงความคลาสสิก ฟังก์ชัน GMT ครบถ้วน และความคุ้มค่าที่สามารถเก็บไว้เป็นทรัพย์สินได้ในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเลือกใช้บริการจาก Nam Sawang หนึ่งในตัวแทนจำหน่าย Rolex อย่างเป็นทางการ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 60 ปี ทุกเรือนผ่านการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมอบประสบการณ์การเลือกซื้อและการรับบริการที่จริงใจ เพื่อให้คุณสัมผัสคุณค่าของเวลาผ่านเรือนเวลาได้อย่างเหนือระดับในทุกครั้งที่มาเยือน