สต๊อกจม ภัยเงียบกัดกินกำไร? 5 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าธุรกิจของคุณกำลังมีปัญหา

สำหรับธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง หรือ E-commerce การสต๊อกสินค้าคือทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับกิจการ การมีสินค้าพร้อมขายในปริมาณที่เหมาะสม

Home / PR NEWS / สต๊อกจม ภัยเงียบกัดกินกำไร? 5 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าธุรกิจของคุณกำลังมีปัญหา

สำหรับธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง หรือ E-commerce การสต๊อกสินค้าคือทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับกิจการ การมีสินค้าพร้อมขายในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายและความพึงพอใจให้กับลูกค้า แต่หากเกิดปัญหาสต๊อกจม (Dead Stock) ถือเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนกำไรของบริษัท โดยที่เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเงินทุนหมุนเวียนก็ติดขัด และคลังสินค้าก็เต็มไปด้วยสินค้าที่เสื่อมค่าลงทุกวัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 5 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าธุรกิจของคุณอาจกำลังเผชิญกับปัญหาสต๊อกจม พร้อมแนวทางแก้ไข เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้น

สต๊อกจม (Dead Stock) คืออะไรกันแน่?
สต๊อกจม (Dead Stock) คือ สินค้าคงคลังที่ไม่สามารถขายออกไปได้อีกแล้ว หรือมีโอกาสขายได้น้อยมากในช่วงเวลาที่ยาวนาน สินค้าเหล่านี้มักจะถูกเก็บอยู่ในคลังเป็นเวลานานจนเสื่อมสภาพ ตกรุ่น หรือหมดความนิยมไปแล้ว

5 สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบเช็ก ว่าธุรกิจของคุณกำลังเสี่ยง “สต๊อกจม”

ปัญหาสต๊อกจมเป็นปัญหาที่เจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนอาจไม่ทันคิด หรือมองไม่เห็น ไปดูกันว่าสัญญาณของสต๊อกจมนั้นมีอะไรบ้าง

1. พื้นที่คลังสินค้าเต็มตลอดเวลา แต่หาของยาก
สัญญาณแรกของปัญหาสต๊อกจมที่ชัดเจนที่สุด คือคลังสินค้าเต็มไปด้วยสินค้าตลอดเวลา พนักงานต้องใช้เวลามากขึ้นในการเคลื่อนย้ายสินค้าเก่าเพื่อหาที่วางให้สินค้าใหม่ การจัดเก็บไม่เป็นระเบียบ และใช้เวลาในการค้นหาและหยิบสินค้านานกว่าปกติ หากคุณรู้สึกว่าต้องจ่ายค่าเช่าคลังเพิ่ม หรือกำลังมองหาพื้นที่ใหม่ ทั้ง ๆ ที่ยอดขายไม่ได้เติบโตตาม นั่นเป็นสัญญาณอันตรายว่าพื้นที่คลังสินค้ากำลังถูกยึดครองโดยสินค้าที่ขายไม่ออก

2. สินค้าหลายรายการมีฝุ่นเกาะและไม่เคยเคลื่อนไหว
เมื่อเดินเข้าไปในคลังสินค้าแล้วพบว่ามีสินค้าบางรายการที่กล่องบรรจุภัณฑ์มีฝุ่นเกาะหนาเตอะ สีซีดจาง หรือมีสภาพเก่าเก็บอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเกิดปัญหาสต๊อกจม สินค้าเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สร้างรายได้ แต่ยังกีดขวางพื้นที่ของสินค้าที่ขายดีอีกด้วย ยิ่งเมื่อลองตรวจสอบรายงานการเคลื่อนไหวสินค้า หากพบว่ามีสินค้าหลาย SKU (Stock Keeping Unit) ที่ไม่มีการขายเลยในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา แสดงว่าธุรกิจกำลังเจอกับปัญหาสต๊อกจมเข้าแล้ว

3. ต้องจัดโปรโมชันลดราคาหนัก ๆ บ่อย เพื่อระบายของ
การจัดโปรโมชันเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ดี แต่คุณต้องแยกให้ออกระหว่าง “โปรโมชันเชิงกลยุทธ์” กับ “โปรโมชันเพื่อล้างสต๊อก” หากธุรกิจของคุณต้องจัดแคมเปญลดราคาแบบถล่มทลาย เช่น ลด 50% – 70% ขึ้นไปอยู่บ่อย ๆ เพียงเพื่อจะระบายสินค้าบางกลุ่มออกไปให้หมด นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และสินค้าเหล่านั้นอาจมีแนวโน้มเป็นสต๊อกจมไปแล้ว การทำแบบนี้บ่อย ๆ จะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอาจทำให้ลูกค้าเคยชินกับการรอซื้อแต่ของลดราคาได้

4. กระแสเงินสดติดขัด ทั้งที่ยอดขายดูดี
เมื่อรายงานกำไร-ขาดทุน (P&L) ดูเหมือนจะมียอดขายที่ดี แต่บริษัทกลับไม่มีเงินสดเพียงพอสำหรับจ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายเงินเดือนพนักงาน หรือไม่มีเงินลงทุนในโอกาสใหม่ ๆ? อาจเกิดจากงบดุล (Balance Sheet) ในส่วนของ “สินค้าคงเหลือ” เพราะเงินทุนทุกบาทที่ใช้ซื้อสินค้าที่ขายไม่ออก คือเงินสดที่ถูกแช่แข็งไว้ในคลังสินค้า คืองบประมาณที่ควรจะหมุนเวียนสร้างรายได้ แต่กลับจมอยู่กับที่และเสื่อมค่าลงทุกวัน

5. ข้อมูลสต๊อกในระบบไม่ตรงกับของที่มีอยู่จริง
หากคุณยังใช้สเปรดชีตหรือระบบจัดการสต๊อกที่ไม่ใช่แบบเรียลไทม์ อาจเกิดปัญหาสต๊อกในระบบไม่ตรงกับของที่มีอยู่จริง เมื่อข้อมูลจำนวนสินค้าในระบบไม่ตรงกับจำนวนที่มีอยู่จริง จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด เช่น สั่งซื้อสินค้าที่ยังมีอยู่เต็มคลังเข้ามาเพิ่ม (เพราะในระบบขึ้นว่าของหมด) หรือไม่ได้สั่งสินค้าที่ใกล้หมดเข้ามาเติม (เพราะในระบบขึ้นว่ายังมีของ) ความคลาดเคลื่อนนี้คือต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดทั้งปัญหาสต๊อกจมและปัญหาสินค้าขาดสต๊อก (Stock Out) ไปพร้อม ๆ กัน

ผลกระทบที่ตามมา เมื่อปล่อยให้สต๊อกจม
● ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) : เงินที่จมอยู่กับสต๊อก ไม่สามารถนำไปลงทุนกับสินค้าใหม่ที่ขายดีกว่าได้
● ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ (Holding Costs) : เพิ่มค่าใช้จ่ายในค่าเช่าคลังสินค้า ค่าประกันภัย ค่าแรงงานในการดูแลสินค้า
● กระแสเงินสดลดลง : ขาดสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ
● กำไรลดลง : ต้องยอมขายขาดทุนเพื่อระบายสินค้าออกไป
● ประสิทธิภาพการทำงานลดลง : คลังสินค้าที่มีปริมาณสินค้าที่ขายไม่ออกกองจนรก ทำให้การทำงานล่าช้าและผิดพลาด

แก้ปัญหาสต๊อกจมด้วยโปรแกรมจัดการธุรกิจ ERP

การแก้ปัญหาสต๊อกจม คือการที่เราต้องมีข้อมูลในมือแบบเรียลไทม์ ซึ่งโปรแกรม ERP คือเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยจัดการปัญหาสต๊อกจมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบจะเชื่อมต่อการขายจากทุกช่องทาง ทำให้คุณมองเห็นข้อมูลสต๊อกที่แท้จริงแบบเรียลไทม์ เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนความต้องการได้แม่นยำขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดในการสั่งซื้อเกินความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นโปรแกรม ERP ยังมีฟีเจอร์สำคัญอย่างรายงานสินค้าคงคลังตามอายุ ที่ช่วยให้คุณสามารถระบุสินค้าที่เริ่มขายช้าและจัดการได้ก่อนจะกลายเป็นสต๊อกจม พร้อมทั้งตั้งค่าจุดสั่งซื้อใหม่อัตโนมัติ (Reorder Point) เพื่อควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันปัญหาสต๊อกจมได้อย่างเป็นระบบ

สรุป
สต๊อกจมไม่ใช่แค่ปัญหาสินค้าขายไม่ออก แต่มันคือตัวชี้วัดสุขภาพของการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและกระแสเงินสดของทั้งบริษัท สัญญาณเตือนทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาจะช่วยให้เราสำรวจธุรกิจตัวเองอยู่เสมอ และการนำโปรแกรม ERP เข้ามาช่วยบริหารจัดการเชิงรุก จะช่วยป้องกันไม่ให้ภัยเงียบนี้เข้ามาทำลายธุรกิจของคุณ การมีข้อมูลที่แม่นยำในมือจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น เปลี่ยนสต๊อกสินค้าให้กลายเป็นเงินสดหมุนเวียน และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับธุรกิจของคุณ