ผู้ติดเชื้อโควิด เชียงใหม่ โควิด-19

สรุป! ไทม์ไลน์ โควิด-19 รายใหม่ จ.เชียงใหม่

คัดลอก URL แล้ว

วันนี้ (2 ธ.ค. 2563) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์ จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 43,44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ 23 ปี และ 25 ปี มีประวัติลักลอบข้ามแดนกลับเข้ามาในประเทศไทย และเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 รายล่าสุดของจังหวัดพะเยา

สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 43,44

  • วันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 15.00 – 17.00 น. เดินทางเข้าประเทศทางพรมแดนธรรมชาติ 3 ราย โดยการเดินเท้า แล้วต่อรถจักรยานยนต์ เดินทางเข้าประเทศทาง นอนค้างบ้านเพื่อนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
  • วันที่ 28 พ.ย. 63 อยู่บ้านเพื่อน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
  • วันที่ 29 พ.ย. 63 นั่งรถเก๋งรับจ้างไปในตัวเมืองเชียงราย นอนบ้านเพื่อนที่ อ.เมือง จ.เชียงราย(ใกล้ๆ Big C)
  • วันที่ 30 พ.ย. 63 เวลา 11.00 – 16.30 น.เหมารถจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เดินทางมาพร้อมกันทั้ง 3 คน รถมาส่งที่บ้านพัก(CM43 + น.ส. A พักอยู่ด้วยกัน) และหอพักย่านสันติธรรม (CM44)(ระหว่างเดินทางไม่ได้แวะที่ไหน)
  • ในวันเดียวกันนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จาก จ.พะเยา มาหาที่บ้านพักและหอพักย่านสันติธรรม ในช่วงค่ำหลังจากไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่รพ.เอกชน ใมนจังหวัดเชียงใหม่
  • วันที่ 1 ธ.ค. 63 เวลา 12.00 น. ไปฟังผลให้เพื่อนที่ รพ.เอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ จากกการสัมภาษณ์ประวัติเพิ่มเติม พบว่ามีประวัติเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเช่นกัน จึงได้ติดตามเพื่อนอีก 2 คนมาตรวจด้วยกันทั้งหมด
  • เวลา 18.00 น. ผลตรวจของ CM43, CM44 ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ได้รับรักษาที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนน.ส.A ผลเป็นลบ ขณะนี้กักตัวอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมดนตรีที่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 29 พ.ย. 2563 ให้กักสังเกตอาการตัวเอง จนครบ 14 วันหลังสัมผัส (พ้นระยะกักตัว 14 ธ.ค.2563) หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ให้รีบไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลได้ทุกแห่ง พร้อมบอกอาการเสี่ยงสัมผัส รวมถึงสามารถประเมินตนเองได้จากแอพพลิเคชั่น แบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

RELATED

สธ.ยัน “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาโควิดได้ผล ช่วยอาการดีขึ้น 79%

สธ.ยัน “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาโควิดได้ผล ช่วยอาการดีขึ้น 79%

กระทรวงสาธารณสุข เผย “ยาฟาวิพิราเวียร์” มีประสิทธิภาพ ช่วยผู้ป่วยโควิด 19 อาการดีขึ้น 79% ย้ำการจัดหายามารักษาในภาวะโรคมีการระบาด ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย

คปภ. ออกคำสั่ง กรณีจ่ายเคลมประกันโควิด HI-CI-Hotel Isolation

คปภ. ออกคำสั่ง กรณีจ่ายเคลมประกันโควิด HI-CI-Hotel Isolation

ก่อนหน้านี้ผู้เอาประกันภัยที่รักษาตัวแบบ HI , CI และ Hotel Isolation ไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลและ/หรือค่าชดเชยรายวันได้

ศบค. เคาะแล้ว!! เล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ควบคุมได้ ห้ามประแป้ง-ปาร์ตี้โฟม

ศบค. เคาะแล้ว!! เล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ควบคุมได้ ห้ามประแป้ง-ปาร์ตี้โฟม

ศบค. ชุดใหญ่เห็นชอบขยายระยะเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 2 เดือน เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 วันนี้ (17 มี.ค.) ยอดรวม PCR, ATK ยังเกิน 4 หมื่นราย

สถานการณ์โควิด-19 วันนี้ (17 มี.ค.) ยอดรวม PCR, ATK ยังเกิน 4 หมื่นราย

สถานการณ์ภาพรวมในวันนี้ ยอดรวม PCR และ ATK วันนี้ ยังสูงกว่า 4 หมื่นราย ยอดผู้ป่วยโควิด-19 จาก PCR +25,456 ราย และ…

สบส. – ตำรวจ ทลายเครือข่าย ‘ขายใบรับรองโควิดปลอม’

สบส. – ตำรวจ ทลายเครือข่าย ‘ขายใบรับรองโควิดปลอม’

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมตำรวจ ทลายเครือข่ายขายใบรับรองผลตรวจโควิดปลอม พร้อมรวบผู้ต้องหา 3 ราย เบื้องต้นสั่งฟันโทษใน 4 ข้อหา ทั้งปลอมเอกสาร ปลอมเครื่องหมายแลป และหมอเถื่อน

UCEP Plus หลักเกณฑ์การรักษา ‘โควิด-19’ แบบใหม่ ที่ทุกคนควรรู้

UCEP Plus หลักเกณฑ์การรักษา ‘โควิด-19’ แบบใหม่ ที่ทุกคนควรรู้

ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.65 เป็นต้นไป ทางกระทรวงสาธารณสุข ปรับมาใช้ระบบ UCEP Plus ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามสิทธิ์ต่าง ๆ

ผู้เสียหายร้อง ประกันโควิด “เจอ จ่าย ไม่จบ”

ผู้เสียหายร้อง ประกันโควิด “เจอ จ่าย ไม่จบ”

ผู้เสียหายจาก ประกันโควิด รวมตัวบุก คปภ. เรียกร้อง บริษัทประกัน จ่ายสินไหม หลังเบิกจ่ายไม่ได้นานกว่า 1 เดือน ด้าน คปภ.ยืนยัน พิทักษ์สิทธิประชาชนเต็มที่

สธ.พบสัดส่วนโอมิครอน BA.2 เพิ่มขึ้น ถอดรหัสพบ 4 รายเข้าข่าย BA.2.2

สธ.พบสัดส่วนโอมิครอน BA.2 เพิ่มขึ้น ถอดรหัสพบ 4 รายเข้าข่าย BA.2.2

กระทรวงสาธารณสุข เผย โควิด 19 ในประเทศไทยเป็น “โอมิครอน” 99.7% สัดส่วน BA.2 เพิ่มขึ้นจาก 52% เป็น 68%

X